18 ส.ค. ประกายดาวเข้าให้ข้อเท็จจริงพร้อมพยานหลักฐานอื่นๆต่ออัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 1
กรณีวันเฉลิมถูกบังคับสูญหายที่กัมพูชา หวังให้รัฐตั้งใจอำนวยความเป็นธรรม
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข บุคคลใกล้ชิดของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทยที่ถูกบังคับสูญหายในประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 พร้อมด้วยทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ตลิ่งชัน เกี่ยวกับเหตุการณ์กรณีที่วันเฉลิมถูกบังคับให้สูญหาย รวมถึงให้การถึงบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบังคับสูญหายวันเฉลิม เพื่อนำไปสู่การแสวงหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งในไทยและนอกราชอาณาจักรที่เกี่ยวข้องกับการบังคับนายวันเฉลิมให้สูญหาย
ประกายดาวให้ความเห็นว่า กรณีบังคับสูญหายในชีวิตจริงนั้นแตกต่างจากในภาพยนตร์ ที่ต้องรอนานนับปีหลังการยื่นเรื่องร้องเรียนกว่าเจ้าหน้าที่จะเรียกตัวไปให้ถ้อยคำแต่ละครั้ง และยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อความคืบหน้าของคดี โดยเฉพาะปัจจัยทางการเมือง
“จังหวะทางการเมืองมีผลอย่างมาก จังหวะไหนเขาจะร่วมมือกันก็ปกปิดลับลวงพรางเหลือเกิน จังหวะไหนมีเรื่องก็ถึงจะมีความคืบหน้าขึ้นมา โดยเฉพาะตอนนี้มีเรื่องกัมพูชา เราถึงได้รับโอกาสให้ไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับพี่ต้าร์ ก็หวังว่าครั้งนี้จะเป็นความตั้งใจของหน่วยงานรัฐจริงๆ ที่จะสืบสวนสอบสวน ค้นหาพยานหลักฐานอย่างจริงจัง และจะอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน”
นอกจากนี้ ประกายดาวยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสวงหาพยานหลักฐานที่ชี้ชัดให้เจ้าหน้าที่อัยการสามารถไปสืบสวนสอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริงต่อไปได้เพิ่มเติม และครอบคลุมมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม พร้อมด้วยทีมทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด เกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายเคลียง ฮวด ล่ามคนสำคัญของสมเด็จฮุนเซ็นและอาจมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่รัฐไทย โดยหลักฐานประกอบด้วยคลิปจากสำนักข่าว AI Jazeera ที่ระบุว่านายเคลียง ฮวด มีความเกี่ยวข้องในการปราบปรามผู้เห็นต่างจากรัฐบาลกัมพูชาในประเทศไทย ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญในการระบุว่ามีผู้สั่งการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าหรืออุ้มเพื่อแลกเปลี่ยนตัวผู้เห็นต่างทางการเมืองระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา โดยวันเฉลิมเป็นหนึ่งในผู้เห็นต่างทางการเมืองกับรัฐบาลไทยในยุคนั้นและถูกเจ้าหน้าที่รัฐไทยติดตามตัวอยู่
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา สิตานัน ได้เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ตลิ่งชัน เกี่ยวกับกรณีที่วันเฉลิมถูกบังคับให้สูญหายแล้ว อีกทั้งพนักงานอัยการได้แจ้งว่าจะทำหนังสือขอพยานหลักฐานและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีของวันเฉลิมไปยังประเทศกัมพูชา ตามสนธิสัญญาความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องอาญา (Mutual Legal Assistance Tready – MLAT)
กรณีการบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 โดยมีชายจำนวน 3-4 คน บังคับวันเฉลิมให้ขึ้นรถตู้สีดำ บริเวณหน้าคอนโดมิเนียม ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนั้นวันเฉลิมกำลังคุยโทรศัพท์กับสิตานัน ซึ่งเป็นพี่สาว และต่อมาไม่ทราบชะตากรรมของวันเฉลิมได้อีกจนกระทั่งบัดนี้
นับเป็นเวลากว่า 5 ปี ที่สิตานันและประกายดาวได้พยายามตามหาวันเฉลิมในทุกช่องทาง ทั้งยังร้องเรียนกลไกต่างๆ รวมถึงกลไกระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชน ร่วมกันติดตามการทำงานแสวงหาพยานหลักฐานของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 1 รวมถึงการทำงานของหน่วยงานรัฐอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงและนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และนำความยุติธรรมมาสู่ครอบครัววันเฉลิมได้ในที่สุด

![[PR]ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ กรุงเทพ รับทำการสอบสวน กรณีครูสั่งให้นักเรียนลุกนั่งจนกล้ามเนื้อสลาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์-น้องสาวสยาม ธีรวุฒิ เข้าให้การต่ออัยการ กรณีสยาม ธีรวุฒิ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/01/21-1-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


