มูลนิธิผสานวัฒนธรรมกับนัดคดีสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน เดือนสิงหาคม 2568

18 ส.ค. 68 เวลา 11.00 น. ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ตลิ่งชัน กรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกบังคับสูญหายที่ประเทศกัมพูชา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทยที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศกัมพูชา ถูกชายกลุ่มหนึ่งบังคับให้ขึ้นรถตู้สีดำ บริเวณหน้าคอนโดมิเนียม ในกรุงพนมเปญ และหลังจากนั้นไม่มีใครทราบชะตากรรมของวันเฉลิมอีกเลย จนกระทั่งบัดนี้ เป็นเวลา 5 ปีแล้ว ที่ญาติของวันเฉลิม รวมทั้งประกายดาว ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใกล้ชิดวันเฉลิม พยายามติดตามหาตัวเขา ผ่านกระบวนการศาล การร้องเรียนต่างๆ รวมถึงกลไกระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานนี้ โลกออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปเสียงของเคลียง ฮวด คนสนิทของสมเด็จฮุนเซน ที่ชี้ให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างเคลียง ฮวด กับการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองในกัมพูชา ทำให้เกิดความหวังว่าเคลียง ฮวด อาจจะมีเบาะแสที่นำไปสู่การทราบชะตากรรมของวันเฉลิม ประกายดาวจึงเข้าให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ตามวันและเวลาดังกล่าว

20 ส.ค.  68 เวลา 13.30 น.  ศาลจังหวัดนราธิวาส นัดคุ้มครองสิทธิอัญชนา หีมมิหน๊ะ กรณีถูกกองทัพเรือแจ้งความข้อหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพเรือ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ว่าเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 อัญชนา หีมมิหน๊ะ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประธานกลุ่มด้วยใจ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปาของหน่วยงานรัฐ โดยเดิมอัญชนาระบุพื้นที่มัสยิดเป็นอำเภอบาเจาะ ต่อมาเมื่อทราบว่าได้ระบุพื้นที่ผิด จึงได้แก้ไขข้อความให้ถูกต้อง เป็นมัสยิดในตำบลบือเระ อำเภอสายบุรี รวมทั้งกรมทหารพรานที่ 44 หน่วยงานในอำเภอสายบุรี ที่เกี่ยวข้องในประเด็นค่าน้ำประปา ได้โพสต์ชี้แจงต่อสาธารณะถึงสาเหตุที่มีการค้างชำระค่าน้ำประปาให้กับมัสยิด ในตำบลบือเระ ทว่ากองทัพเรือได้ส่งผู้รับมอบอำนาจมาแจ้งความร้องทุกข์ต่ออัญชนาจากโพสต์เรื่องการทวงถามค่าน้ำประปาดังกล่าว โดยอ้างว่าโพสต์ของอัญชนาทำให้หน่วยทหารของกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่ “อำเภอบาเจาะ” ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้อัญชนาถูกตั้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และต่อมาอัยการจังหวัดนราธิวาสได้มีความเห็นสั่งฟ้องอัญชนาในฐานความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

อ่านข่าว : https://crcfthailand.org/2025/07/15/60043/

25  ส.ค.  68 เวลา 09.30 น. สำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี นัดฟังคำสั่งอัยการจังหวัดเพชรบุรี กรณีหน่อจอ มีมิ หลานของปู่คออี้ ถูกนายชัยวัฒน์ฯ กล่าวหาว่าแจ้งความเท็จ กรณีนายชัยวัฒน์ ฯ เผาบ้านปู่คออี้ เมื่อปี 2554

สืบเนื่องจากนางสาวหน่อจอ มีมิ หลานสาวของปู่คออี้ ถูกตั้งข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จากการที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร แจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีว่า นางสาวหน่อจอ มีมิไปเป็นพยานในคดีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยการใช้กำลังพร้อมอาวุธเข้ารื้อถอนทำลายเผาบ้านเรือนและทรัพย์สินอื่น ๆ ในพื้นที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน โดยนางสาวหน่อจอ มีมิ ได้ทราบข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้วได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

Author