20 มิถุนายน วันผู้ลี้ภัยสากล (World Refugee Day) กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ ให้เป็นวันแห่งการระลึกถึงสิทธิ ความต้องการ และความฝันของผู้ลี้ภัยทั่วโลก ที่ถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านเกิดของตัวเอง โดยในปีนี้ แนวคิดหลักของวันผู้ลี้ภัยสากลคือการยืนเคียงข้างผู้ลี้ภัย ด้วยการรับฟังและสร้างพื้นที่ในการบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขา ปกป้องสิทธิของพวกเขาในการแสวงหาความปลอดภัยและแนวทางในการแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ลี้ภัย รวมทั้งขจัดความขัดแย้ง เพื่อให้ผู้ลี้ภัยสามารถเดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย


ผู้ลี้ภัยไม่ใช่อาชญากร แต่เป็นผู้ที่หนีออกจากประเทศบ้านเกิดของตัวเองเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง ความรุนแรง และการประหัตประหาร เพื่อแสวงหาความปลอดภัยในประเทศอื่น จากตัวเลขในช่วงปลายปี 2024 มีผู้คนจำนวน 123.2 ล้านคนทั่วโลก ถูกบังคับให้หนีออกจากประเทศ เนื่องจากปัญหาความขัดแย้ง ความรุนแรง การประหัตประหาร การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระเบียบสังคมอย่างรุนแรง ในจำนวนนี้ มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 49 ล้านคน คิดเป็น 40% ของจำนวนผู้ลี้ภัยทั้งหมด


สำหรับประเทศไทยเอง ก็เป็นทั้งประเทศปลายทางที่มีผู้ลี้ภัยเดินทางเข้ามา และมีผู้ลี้ภัยชาวไทยที่ต้องหนีออกไปนอกประเทศด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น 

  • อี ควิน เบดั๊บ เป็นนักเคลื่อนไหวชาวเวียดนาม ผู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มชาติพันธุ์มองตานญาดเพื่อความยุติธรรม (MSFJ) เขาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยจับกุมด้วยหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 จากการที่เบดั๊บถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายในเหตุจลาจลเมื่อปี 2566 แม้เขาจะปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ตาม ต่อมาในวันที่ 30 กันยายน 2567 ศาลอาญามีคำสั่งให้ขังตัวนายเบดั๊บเพื่อรอการส่งกลับไปรับโทษ โดยขณะนี้ทนายความของเบดั๊บอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์
  • กรณีการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา จำนวน 7 คน ได้แก่ ผู้ใหญ่ 6 คน และเด็กวัย 5 ขวบ 1 คน ไปให้แก่ทางการกัมพูชา ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยชาวกัมพูชาที่ได้สถานะจาก UNHCR แล้ว ล่าสุด ผู้ลี้ภัยทั้ง 6 คน ถูกดำเนินคดีโดยทางการกัมพูชาในข้อหากบฏ และถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำในประเทศกัมพูชา ส่วนเด็กได้มีการติดต่อให้ญาติมารับ
  • กรณีผู้ลี้ภัยชาวไทยที่หลบหนีออกจากประเทศไทย หลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2557 และถูกบังคับสูญหาย ได้แก่ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์, สยาม ธีรวุฒิ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรม ส่วนชัชชาญ บุปผาวัลย์ และไกรเดช ลือเลิศ ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว

แม้ตามหลักแล้ว ผู้ลี้ภัยคือผู้ที่แสวงหาความปลอดภัยในประเทศปลายทาง ทว่าหลายกรณีกลับพบว่าผู้ลี้ภัยเหล่านี้ต้องเผชิญกับการปราบปรามข้ามชาติ (Transnational Repression) ซึ่งหมายถึง การที่รัฐบาลใช้มาตรการข้ามพรมแดนในการปราบปราม คุกคาม ไล่ล่า เพื่อปิดปากผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือผู้ถูกมองเป็นปฏิปักษ์ ไม่ว่าจะเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชน หรือผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ที่ลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศ 

นอกจากนี้ การส่งกลับผู้ลี้ภัยไปเผชิญอันตรายที่ประเทศต้นทาง ยังเป็นการละเมิดหลักการไม่ส่งกลับ (Non-refoulement) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศที่ห้ามรัฐจากการส่งบุคคลกลับไปยังประเทศที่พวกเขาอาจเผชิญกับการถูกประหัตประหาร การทรมาน หรือการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีอีกด้วย

เนื่องในวาระแห่งการระลึกถึงสิทธิ ความต้องการ และความฝันของผู้ลี้ภัย จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ผู้คนเหล่านี้ต้องการไม่ใช่เรื่องยากเย็นแต่อย่างใด มีเพียง “ความปลอดภัย” เท่านั้น เพราะฉะนั้น คำถามสำคัญคือรัฐในหลายๆ ประเทศทุกวันนี้สามารถมอบความปลอดภัยให้กับ “มนุษย์” ผู้ซึ่งต้องเอาชีวิตรอดจากปัญหาความรุนแรงในบ้านเกิดได้หรือยัง เพื่อจะนำไปสู่การยืนเคียงข้างผู้ลี้ภัยได้อย่างแท้จริง

Author