แถลงการณ์
กรณีความรุนแรงต่อพลเรือนในจังหวัดชายแดนใต้
ทุกฝ่ายต้องเคารพหลักสิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม และยุติความขัดแย้งโดยแนวทางสันติวิธี
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีการโจมตีและสังหาร เด็ก ผู้หญิง คนชรา ผู้พิการ เณร อุสตาซ (อาจารย์สอนศาสนา) ผู้บริสุทธิ์อย่างโหดร้าย ซึ่งเกิดอย่างต่อเนื่องในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ รวมถึงครอบครัวของผู้เสียหายที่ต้องได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องเผชิญกับความหวาดกลัวเมื่อสมาชิกในครอบครัวถูกควบคุมตัวโดยกฎหมายพิเศษและรู้สึกวิตกกังวลว่าจะได้รับความเป็นธรรมในการต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรมภายใต้กฎหมายพิเศษ นับเป็นอีกหนึ่งในหลายครั้งที่ทุกชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะศาสนาหรือเชื้อชาติใด ต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย พร้อมกับความรู้สึกไม่ปลอดภัยและกังวลว่าวันใดตนจะตกเป็นผู้เสียหายจากความรุนแรง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จากปัญหาความขัดแย้งที่ยื้ดเยื้อมามากกว่า 20 ปี และไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายลงแต่อย่างใด
แนวโน้มของความรุนแรงที่ทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็วสะท้อนให้เห็นความต่อเนื่องของเหตุการณ์ในพื้นที่ บริบทของความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างกองกำลังของรัฐและกองกำลังนอกภาครัฐ ท่าทีของรัฐบาลปัจจุบันที่ไม่มีนโยบายชัดเจน โดยเฉพาะในการเจรจาสันติภาพ ทำให้กระบวนการสันติภาพต้องหยุดชะงักมาเป็นระยะเวลานาน นับตั้งแต่ที่รัฐบาลนี้เข้าทำหน้าที่ และยังคงไม่มีการตกลงใจหรือข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้เหตุการณ์ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และจะยิ่งร้ายแรงขึ้นหากทุกฝ่ายไม่เคารพหลักสิทธิมนุษยชน หลักมนุษยธรรม และความอดทนอดกลั้นในการใช้แนวทางสันติวิธีเพื่อคลี่คลายปัญหา
ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของฝ่ายใด ความรุนแรงที่เกิดขึ้นถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศหลายประการ ซึ่งประกอบด้วยหลักการพื้นฐาน 3 ประการ ได้แก่ การแบ่งแยกพลรบกับพลเรือน (Distinction) ความได้สัดส่วน (Proportionality) และการระมัดระวัง (Precaution) ซึ่งห้ามการโจมตีพลเรือนและวัตถุ สิ่งของ และสถานที่พลเรือน รวมถึงการโจมตีโดยตั้งใจและการโจมตีเป็นวงกว้างอย่างไม่จำแนก และทุกฝ่ายจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ ในกรณีนี้มีเด็กและผู้หญิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงเข้าข่ายเป็นการละเมิดร้ายแรงหนึ่งในหกประการต่อเด็กในช่วงความขัดแย้งด้วยอาวุธ (Six Grave Violations Against Children During Armed Conflict) ตามมติที่ 1612 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอีกด้วย
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น มูลนิธิฯ เห็นว่า เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญอย่างยิ่ง และตอกย้ำสถานการณ์ความรุนแรงท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ภายใต้ที่มีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษมากว่า 20 ปี มูลนิธิฯ ขอประณามบุคคลและฝ่ายใดก็ตามที่เป็นผู้ก่อเหตุความรุนแรง และขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนดำเนินการ ดังนี้
- ยุติการปฏิบัติการหรือการกระทำใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพลเรือนโดยเด็ดขาด ทั้งจะต้องลงโทษบุคลากรของตนที่ละเมิดหลักการดังกล่าว
- ทุกฝ่ายต้องเคารพหลักการในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ
- รัฐบาลต้องเดินหน้าในกระบวนการเจรจาสันติภาพโดยเร็วที่สุด และมีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้บนแนวทางสันติวิธี เพื่อนำไปสู่การยุติความรุนแรงให้ได้อย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม ไม่ใช่การใช้กำลังปราบปรามกลับอย่างรุนแรงที่นอกจากจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องตกเป็นผู้เสียหายจากความรุนแรงต่อไปแล้วยังไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาใดๆ
- รัฐบาลต้องดำเนินทุกวิถีทางในการปกป้องคุ้มครองประชาชนทุกคนในพื้นที่ให้ปลอดภัยและได้รับการปกป้องและคุ้มครองสิทธิในการมีชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
- รัฐบาลจะต้องเยียวยาครอบครัวของผู้เสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงต่างๆ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม อย่างครอบคลุมและเหมาะสมโดยเร็ว
- ขอให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐ และนานาชาติ ดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม และจับกุมผู้ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี โดยปฏิบัติตามกฎหมายและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลทุกคน รวมทั้งผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับประชาชนผู้เสียหายและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน
สุดท้าย โดยแถลงการณ์ฉบับนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอส่งกำลังใจให้กับครอบครัวทุกครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ด้วยความเจ็บปวดอย่างที่ไม่อาจบรรยายได้ และขอยืนหยัดเคียงข้างทุกครอบครัวในจังหวัดชายแดนใต้ผู้ต้องอดทนอดกลั้น เพราะท่ามกลางความขัดแย้งที่ไม่จบสิ้น ประชาชนคือผู้เสียหายและผู้สูญเสียอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แถลง ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2568
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม




![[PR]อัยการสูงสุดสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม กรณียุติการสืบสวนเหตุชัชชาญ บุปผาวัลย์ ถูกอุ้มหาย – ฆาตกรรม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2025/12/24-12-68-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลกัมพูชาสั่งยุติการสอบสวนกรณีการบังคับสูญหาย “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” ที่ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2025/12/23-12-68-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)