เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. อัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (Duayjai Association for Humanitarian Affairs) เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ความผิดตามพรบ. คอมพิวเตอร์ฯ โดยอัญชนา ให้การปฏิเสธต่อข้อกล่าวหา ที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328   จากการโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คว่า “ทำไงดีมัสยิดในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ทวงเงินค่าน้ำประปา จากค่ายทหารที่มาใช้น้ำประปาของมัสยิดเป็นเงิน 20,000บาท ไม่ได้ ต้องไปร้องเรียนที่ใคร” โดยกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่อำเภอบาเจาะ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ก่อนหน้านี้ อ้างว่าได้รับความเสียหายจากโพสต์ดังกล่าว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน หากสอบสวนเสร็จสิ้นพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนคดีมีความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหา ก่อนส่งสำนวคดีไปยังพนักงานอัยการ

อัญชนายืนยันว่าตนได้ใช้สิทธิในฐานะประชาชน ซึ่งเป็นพลเมืองดี ในการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม เป็นวิสัยของประชาชนย่อมทำได้  และยังเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามที่กองทัพเรือกล่าวหาและไม่สมควรถูกตั้งข้อหาคดีอาญาที่มีโทษจำคุก  ประเด็นดังกล่าว แม้เป็นเพียงประเด็นเล็กๆ เรื่องค้างจ่ายค่าน้ําประปาที่ทหารเป็นผู้ใช้น้ำ หลังการโพสต์ทางหน่วยงานทหารที่ค้างชำระก็ได้ชี้แจงยอมรับว่าค้างจ่ายจริงและอยู่ระหว่างดำเนินการจ่ายเงินคืนให้แก่มัสยิด แม้เป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่การที่หน่วยทหารค้างจ่ายดังกล่าว ทำให้มัสยิดต้องนำเงินบริจาคของชาวบ้านเพื่อกิจกรรมทางศาสนามาจ่ายแทนหน่วยทหารไปก่อน หากทหารไม่ค้างจ่ายดังกล่าวก็จะเป็นผลดีต่อชาวบ้านซึ่งทางมัสยิดต้องใช้เพื่อประโยชน์ทางศาสนา

อัญชนาขอให้พนักงานสอบสวนเพิกถอนข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยพิจารณาถึงพยานหลักฐาน และใช้ข้อเท็จจริงพิจารณาถึงเจตนาการกระทําที่สุจริตเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ คดีดังกล่าวเป็นการสร้างภาระเกินสมควรเกินจําเป็นและไม่ได้สัดส่วนแก่กรณี ไม่เป็นธรรม ทำให้บุคคลที่ไม่ได้กระทําความผิดดังกล่าว ต้องมีภาระทางคดี ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วและจะเกิดขึ้นต่อไป และสูญเสียทรัพยากรของรับในการดำเนินคดีลักษณะนี้ต่อนักสิทธิมนุษยชน  อย่างไรก็ดีพนักงานสอบสวนยืนยันแจ้งข้อหา สอบคำให้การ และพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติอาชญกร และเตรียมนัดหมายเพื่อสั่งคดีต่อไป

มูลนิธิฯ มีความห่วงกังวลในการแจ้งความโดยกองทัพเรือต่ออัญชนา นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนตลอดมาเป็นเวลากว่า 15 ปี ปัจจุบัน อัญชนา ยังได้รับการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  และยังคงดำรงตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน

Author