9 ต.ค. 67 เวลา 09.30 น. 

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง เพื่อติดตามการจับกุมจำเลยและผู้ต้องหาในคดีตากใบ ก่อนหมดอายุความ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ยื่นหนังสือถึงกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ผ่านชลธิชา แจ้งเร็ว ส.ส. ปทุมธานี พรรคประชาชน ถึงข้อห่วงกังวลในการติดตามจับกุมจำเลยและผู้ต้องในคดีตากใบก่อนหมดอายุความ วันที่ 25 ตุลาคม 2567

10 ต.ค. 67 เวลา 09.30 น.

สิตานันท์ เข้าให้ข้อเท็จจริง คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กรณีถูกติดตาม คุกคามปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ยื่นหนังสือต่อรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่สิตานัน ถูกติดตาม คุกคามปิดกั้นสิทธิเสรีภาพนับตั้งแต่ที่ตนได้ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ลี้ภัยไทยถูกบังคับสูญหาย ณ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 อันรวมถึงการถูกคุกคามและกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 30-40 นายเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ในเหตุการณ์ที่ตนต้องการเดินทางไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้าเพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีวันเฉลิมสูญหายที่กัมพูชา การถูกขึ้นทะเบียนในบัญชีดำว่าเป็นภัยความมั่นคงของชาติ และล่าสุดถูกจำกัดสิทธิในการนำเสนอเรื่องราวของวันเฉลิมในงานวันผู้สูญหายสากล เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

14 ต.ค. เวลา 14.00 น.

สถานีตำรวจภูธรบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส 

อัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เดินทางเข้ารับทราบข้อหล่าวหา ความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ

สืบเนื่องจาก อัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (Duayjai Association for Humanitarian Affairs) มีพื้นที่ทำงานในสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับหมายเรียกครั้งที่ 1 จาก สภ.บาเจาะ ในกรณีนี้ถูกตั้งข้อหาว่า  “ด้วยมีเหตุผลที่มีหลักฐานตามสมควร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม  2567  ได้มีการโพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คว่า “ทำไงดีมัสยิดในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ทวงเงินค่าน้ำประปา จากค่ายทหารที่มาใช้น้ำประปาของมัสยิดเป็นเงิน 20,000บาท ไม่ได้ ต้องไปร้องเรียนที่ใคร”   ในหมายเรียกฉบับดังกล่า ยังระบุด้วยว่า “ การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้กองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่อำเภอบาเจาะ ได้รับความเสียหาย จึงมอบอำนาจให้รอ.นาวิน  แจ่มศรี มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามหมายเรียกครั้งที่ 1 ในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  

15 ต.ค. 67 เวลา 09.00 น.

ศาลจังหวัดนราธิวาส

นัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การจำเลยทั้ง 7 คน ตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน รวมทั้งติดตามผลการจับกุมจำเลยที่ 3-6 และ 8-9 และผลการขออนุญาตจับกุมจำเลยที่ 1 ต่อสภาฯ 

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ได้มีการชุมนุมประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 6 คน ซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการปล้นปืนลูกซองยาวของราชการ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตัดสินใจสลายการชุมนุมและจับกุมผู้ประท้วงกว่า 1,370 คนเพื่อนำขนส่งไปควบคุมตัวยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี โดยมีผู้เสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุม 7 คน เสียชีวิตระหว่างการเดินทาง 78 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเหตุให้ผู้เสียหาย เป็นโจทก์ทั้ง 48 ราย ได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 9 คน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.578/2567 ต่อมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 ศาลจังหวัดนราธิวาส รับฟ้องคดีดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐ 7 คน ตกเป็นจำเลยทันที ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ในส่วนจำเลยที่ 2 และ 7 ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

21 ต.ค. 67 เวลา 13.30 น.

ศาลจังหวัดสมุทรสาคร

นัดไต่สวนคำร้องขอศาลสั่งให้สยาม ธีรวุฒิ เป็นบุคคลสาบสูญ  

สืบเนื่องจากกรณีที่ สยาม ธีรวุฒิ เป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากการมีหมายจับข้อมาตรา 112 จากการแสดงละครเวที ‘เจ้าสาวหมาป่า’ โดยถูกบังคับให้สูญหายไปพร้อมกับ  ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง และกฤษณะ ทัพไทย  หรือสหายยังบลัดกัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยามได้รับทราบข่าวเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ว่ามีตำรวจเวียดนามจับกุมและส่งตัวผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้งสามคน ซึ่งถูกควบคุมตัวจากประเทศเวียดนามและส่งกลับมาไทย แต่หลังจากนั้นไม่มีใครทราบชะตากรรมหรือพบตัวทั้งสามคนอีกเลย โดยทั้งสามคนเป็นหนึ่งใน 9 ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ทำการลี้ภัยไปนอกประเทศหลังการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และถูกบังคับให้สูญหายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2563 ต่อมาประเทศไทยได้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา กัญญา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานอัยการ ณ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 เพื่อขอให้มีการติดตามและค้นหาและทราบชะตากรรมของสยาม มาโดยตลอด

24 ต.ค. 67 เวลา 09.30 น. 

สำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีนัดฟังคำสั่งอัยการ จังหวัดเพชรบุรี 

กรณีหน่อจอ มีมิ หลานของปู่คออี้ ถูกนายชัยวัฒน์ฯ กล่าวหาว่าแจ้งความเท็จกรณีนายชัยวัฒน์ ฯ เผาบ้านปู่คออี้ เมื่อปี 2554

สืบเนื่องจากนางสาวหน่อจอ มีมิ หลานสาวของปู่คออี้ ถูกตั้งข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จากการที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร แจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีว่า นางสาวหน่อจอ มีมิไปเป็นพยานในคดีที่นายชัยวัฒน์

ลิ้มลิขิตอักษร ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยการใช้กำลังพร้อมอาวุธเข้ารื้อถอนทำลายเผาบ้านเรือนและทรัพย์สินอื่น ๆ ในพื้นที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน โดยนางสาวหน่อจอ มีมิ ได้ทราบข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้วได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

Author