พรุ่งนี้ (30 เมษายน 2567) เวลา 9.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ นัดตรวจพยานหลักฐาน โดยเป็นนัดตรวจพยานโดยเจ้าพนักงานคดี คดีหมายเลขดำที่ ปท. 1/2566 ในข้อหาร่วมกันกระทำการโหดร้ายฯ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 กรณีพลทหารกิตติธร เวียงบรรพตเสียชีวิต หลังเข้ารับการเกณฑ์ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/66 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย โดยจะมีกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานโดยศาลเป็นนัดถัดไป ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 เมื่อตรวจพยานหลักฐานคู่ความทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นจึงจะกำหนดนัดสืบพยานต่อไป

คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์ พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต ทหารเกณฑ์ผลัดที่ 1/66 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย เข้ารับการเกณฑ์ทหารตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ภริยาได้เดินทางไปรับพลทหารกิตติธรและพบว่ามีอาการอิดโรย ตัวซีด ไข้ขึ้น มีอาการร้อนและหนาวสลับกัน ซึ่งจากการสอบถามของญาติแจ้งว่าพลทหารกิตติธร มีอาการป่วยมาหลายวันและพยายามขอให้ทางค่ายส่งมารักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ภริยาของพลทหารกิตติธรเห็นอาการของพลทหารกิตติธรหนักมาก จึงยืนกรานขอให้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชในระหว่างวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2566 ก่อนที่พลทหารกิตติธรเสียชีวิตในวันที่ 16 กรกฎาคม 2566 ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ด้วยภาวะคือติดเชื้อในกระแสเลือด 

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการ ได้สั่งฟ้องครูฝึก 2 นาย ยศร้อยโทและจ่าสิบโท เป็นผู้รับผิดชอบการฝึกพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต คดีหมายเลขดำที่ ปท.1/2566 ในข้อหาร่วมกระทำการโหดร้ายฯ ตามพระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565  ที่ผ่านมา ศาลได้นัดสอบคำให้การจำเลย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567  โดยจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 

ทั้งนี้ ในส่วนคดีชันสูตรพลิกศพ พนักงานอัยการได้แจ้งให้ทนายทราบว่า สำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมาไม่เข้าเกณฑ์ที่จะยื่นไต่สวนที่ศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 วรรค 3 คือ ไม่เกิดจากการกระทำความผิดของผู้ใด โดยทางพนักงานอัยการได้ส่งสำนวนกลับไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อทำการแก้ไข หลังเหตุการณ์จะผ่านมาแล้วเป็นเวลากว่า 9 เดือน 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมกันติดตามคดีนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าพลทหารกิตติธรและครอบครัวที่เดินหน้าต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมจะได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริงและได้รับการชดใช้เยียวยา รวมถึงสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย  เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นกับพลทหารเกณฑ์คนใดได้อีก และยุติวัฒนธรรมลอยนวลของเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างเป็นจริง

Author