สืบเนื่องจากกรณีที่ทางการไทยได้ห้ามนางสาว ฮาน เลย์ (Han Lay หรือชื่อจริง Thaw Nandar Aung ) ซึ่งเป็นมิสแกรนด์ เมียนมา ที่เดินทางกลับเข้าประเทศไทยหลังจากที่เธอเดินทางออกนอกประเทศชั่วคราวเพื่อต่อวีซ่า

และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ควบคุมตัวเธอไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่ อ้างว่านางสาว ฮาน เลย์ มีหนังสือเดินทางไม่สมบูรณ์ และเธอต้องหมายแดง คือหมายจับของตำรวจสากล ซึ่งต่อมาทางสำนักงานตำรวจสากลได้ปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง ทั้งมีรายงานว่าทางการไทยยังได้อำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ของ มิน อ่องลาย ผู้นำคณะรัฐประหารพม่า เข้าไปในสนามบินเพื่อพบกับนางสาว ฮาน เลย์ โดยที่เธอไม่ยินยอมอีกด้วย

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน จดทะเบียนไว้กับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เห็นว่าการที่ทางการไทย ห้ามไม่ให้นางสาว ฮาน เลย์ กลับเข้ามาในประเทศไทยอีก และควบคุมตัวเธอไว้ที่สนามบิน ทั้งๆ ที่เธอได้ลี้ภัยจากการประหัตประหารของกลุ่ม มิน อ่องลาย และได้อยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายมานานนับปี

และยังอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ของกลุ่ม มิน อ่องลาย เพื่อพบนางสาว ฮาน เลย์ โดยที่เธอไม่ยินยอม จนเธอต้องขอความคุ้มครองจาก สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งองค์การสหประชาชาติ แต่ถึงกระนั้น จนถึงวันที่ 26 กันยายนนี้ เธอก็ยังคงถูกควบคุมตัวโดยทางการไทยอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

การกระทำของทางการไทยที่ปฏิบัติต่อ นางสาว ฮาน เลย์ นอกจากเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพนางสาว ฮาน เลย์ แล้ว ยังเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย และแสดงให้เห็นว่าทางการไทย ได้ให้การสนับสนุนกลุ่ม มิน อ่องลาย อย่างออกหน้าออกตา อันเป็นการสวนกระแสเรียกร้องของนานาชาติที่ให้กลุ่ม มิน อ่องลาย ยุติการเข่นฆ่าและลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนพม่า คืนประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนและปล่อยนักการเมืองและนักกิจกรรมฝ่ายตรงข้ามโดยไม่มีเงื่อนไข

จากเหตุดังกล่าว มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงขอเรียกร้องรัฐบาลไทยดังต่อไปนี้

1. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ภายใต้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะต้องแถลงต่อสาธารณะกรณีที่มีข่าวว่า เจ้าหน้าที่ ตม. อ้างว่านางสาว ฮาน เลย์ มีหมายจับสากล (หมายแดง) เพื่อเข้าควบคุมตัวเธอนั้น มีหมายจับของตำรวจสากลจริงหรือไม่ หากไม่เป็นความจริง ขอให้ สตช. ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กล่าวอ้างอย่างจริงจังด้วย

2. ทางการไทยต้องเคารพต่อกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ที่ห้ามส่งกลับผู้ลี้ภัย (Non-Refoulement) และอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี อย่างเคร่งครัด โดยจะต้องไม่ส่งนางสาว ฮาน เลย์ ให้แก่กลุ่ม มิน อ่องลาย เพราะเธออาจต้องประสบภัยประหัตประหาร หรือการทรมาน เนื่องจากขณะนี้มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ว่า นักกิจกรรมประชาธิปไตยในพม่าถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม ถูกทรมาน ประหารชีวิต ตามคำสั่งศาลของกลุ่ม มิน อ่องลาย เป็นต้น

จึงมีเหตุอันควรเชื่อหรือความเสี่ยงที่หากเธอถูกส่งตัวกลับไป อาจจะถูกทรมานหรือปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้

3. ขอให้ทางการไทยยุติการสนับสนุน อนุญาตหรืออำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ สายลับ หรือผู้รับใช้กลุ่ม มิน อ่องลาย ก่อกวน รังควาญ ข่มขู่ คุกคาม ด้วยประการใดๆต่อนางสาว ฮาน เลย์ โดยเด็ดขาด

4. ขอให้ทางการไทยประสาน และอำนวยความสะดวกแก่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งองค์การสหประชาชาติ เพื่อให้นางสาว ฮาน เลย์ สามารถลี้ภัยในประเทศไทยอย่างน้อยเป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะเดินทางไปประเทศที่สาม และให้ความคุ้มครองเธอให้พ้นจากภัยประหัตประหาร การก่อกวน รังควาญ ข่มขู่ คุกคาม จากกลุ่ม มิน อ่องลาย และอำนวยความสะดวกให้ในกรณีที่นางสาว ฮาน เลย์ ประสงค์จะไปลี้ภัยในประเทศที่สาม

5. ขอให้ทางการไทยรักษาคำมั่นสัญญาที่นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา ได้ให้ไว้แก่ประชาคมนานาชาติในคราวประชุมสุดยอดผู้นำเรื่องผู้ลี้ภัยโลกที่นครนิวยอร์ค เมื่อเดือนกันยายน 2559 และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 17 มกราคม 2560 ที่ประเทศไทยจะปฏิบัติตามหลักการและมาตรฐานระหว่างประเทศด้านผู้ลี้ภัย จัดตั้งระบบคัดกรองมาใช้และปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยตามหลักการระหว่างประเทศ โดยขอให้นำระบบคัดกรองดังกล่าวมาปฏิบัติต่อผู้ขอลี้ภัยที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยที่หนีภัยประหัตประหารของกลุ่ม มิน อ่องลาย มาจากประเทศพม่า

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม หวังว่า รัฐบาลไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะตอบสนองข้อเรียกร้องดังกล่าว เพื่อให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างของประเทศที่มุ่งมั่นในการเสริมสร้างและสิทธิมนุษยชนประชาธิปไตย ที่เข้มแข็งต่อไป