28 มิ.ย. 65 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นัดฟังคำพิพากษาคดีนาย ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เหยื่อตำรวจซ้อมทรมานฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกเงินชดเชย 20 ล้านบาท

วันที่ 28 มิ.ย. 2565 เวลา 9.30 น. ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ พ.949/2560 หรือคดีที่นาย ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เหยื่อซ้อมทรมานฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จำนวน 20,800,000 บาท เพื่อให้ สตช. รับผิดชอบ และชดเชยให้แก่นายฤทธิรงค์ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทรมานคลุมถุงดำ และทำร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพ ขณะมีอายุเพียง 18 ปี จนเสียโอกาสทางการศึกษา และประกอบอาชีพ รวมถึงต้องเข้ารับการรักษาด้านจิตใจอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 13 ปี

คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2552 นาย ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดจับกุม และซ้อมทรมานทำร้ายร่างกาย โดยมีการใช้ถุงดำคลุมศีรษะให้ขาดอากาศหายใจ เพื่อบังคับให้รับสารภาพในคดีวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งจากการสืบสวนในภายหลังพบว่าเป็นการจับผิดคน

ต่อมา เมื่อปี 2558 นายฤทธิรงค์ จึงได้ฟ้องดำเนินคดีอาญา ต่อเจ้าหน้าที่ผู้กระทำความผิดในกรณีดังกล่าวรวม 7 นาย โดยในคดีนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถือว่าถึงที่สุดว่า พันตำรวจโทวชิรพันธ์ โพธิราช จำเลยที่ 3 กระทำความผิดจริง ตามประมวลอาญา มาตรา 157, 200 วรรคสอง, 295, 296, 309, 310 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จึงลงโทษฐาน “เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญา กระทำการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ” ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

โดยลงโทษจำคุก 2 ปี และปรับ 12,000 บาท แต่ศาลลดโทษให้ โดยเห็นว่าคำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 8,000 บาท เมื่อคำนึงถึงประวัติ อาชีพ และสภาพความผิดแล้ว และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษเพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัว กล่าวคือรอลงอาญาไว้เป็นเวลา 2 ปี

หลังทราบผลการพิพากษาในคดีอาญา นาย ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร จึงได้ฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งต่อ สตช. ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2560 โดยเรียกค่าเสียหายตาม พ.ร.บ. ความละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เป็นจำนวนเงิน 20,800,000 บาท เพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายต่อร่างกายจากการถูกซ้อมทรมานด้วยการทำร้าย และการคลุมถุงดำบังคับให้รับสารภาพ ถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ใช้อำนาจกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ชอบ กระทำให้โจทก์และครอบครัวเสียชื่อเสียง รวมทั้งต้องแบกรับบาดแผลทางจิตใจ และภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา และดำเนินคดีมาตลอด 13 ปี โดยในคดีนี้ได้มีการสืบพยานโจทก์ 3 ปาก และพยานจำเลย 2 ปาก เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ติดตามรับฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นอย่างใกล้ชิดตามวัน และเวลาดังกล่าว เพื่อทวงถามความรับผิดชอบจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ในสังกัดของ สตช.

และร่วมกันติดตามว่า ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จะสั่งให้ สตช. จ่ายค่าเสียหายให้แก่ครอบครัวชื่นจิตรหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด เพื่อคืนความเป็นธรรมและชดใช้ให้แก่ นาย ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร และครอบครัว ที่ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมมาเป็นเวลายาวนาน