แถลงการณ์ร่วม เครือข่ายเฉพาะกิจเพื่อปกป้องพลเรือนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น   ยุติการคุกคามและปิดปากประชาชน เปิดพื้นที่ทางการเมือง เปิดโอกาสให้สันติภาพ

 

26758490_1840186955992597_3676277274502242215_o

แถลงการณ์ร่วม

เครือข่ายเฉพาะกิจเพื่อปกป้องพลเรือนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

 

ยุติการคุกคามและปิดปากประชาชน

เปิดพื้นที่ทางการเมือง เปิดโอกาสให้สันติภาพ

2 มีนาคม 2561

 

จำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในห้วงสองสามปีที่ผ่านมาอาจทำให้รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงมั่นใจว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานี แห่งนี้ดีขึ้นแล้ว แต่เราในนามของเครือข่ายเฉพาะกิจเพื่อปกป้องพลเรือนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและผู้ที่ร่วมลงชื่อข้างท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ ขอย้ำเตือนว่าข้อสรุปดังกล่าวไม่ได้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงแต่อย่างใด เพราะตราบใดที่รัฐบาลไทยและขบวนการต่อสู้ปาตานีไม่พยายามจัดการกับปัญหารากเหง้าซึ่งโดยเนื้อแท้แล้วเป็นประเด็นปัญหาในทางการเมือง อีกทั้งยังไม่มุ่งเน้นการลดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมต่าง ๆ ที่ดำรงอยู่ ตราบนั้นความขัดแย้งในพื้นที่
จะยังไม่อาจคลี่คลายลงไปได้ ที่สำคัญ ประชาชนพลเรือนทุกชาติพันธุ์ศาสนาในพื้นที่แห่งนี้ก็ยังคงประสบกับชะตากรรมอันเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง

คำยืนยันข้างต้น สะท้อนจากสภาพความเป็นจริงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ (นับตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2560 เป็นต้นมา) ไม่เฉพาะเหตุรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนยังคงมีความต่อเนื่องอยู่เท่านั้น แต่ยังปรากฎเหตุการณ์ปิดล้อมหมู่บ้าน ตรวจค้น และจับกุมประชาชนจำนวนมากในคราวเดียวกันหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องอีกด้วย แม้ปฏิบัติการเหล่านี้จะอ้างการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ แต่ผลลัพธ์ก็คือยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่ายังส่งผลให้เกิดความรุนแรงระลอกใหม่ตามมาอีกด้วย

สถานการณ์อันอึมครึมเหล่านี้ ไม่น่าจะเป็นบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อกระบวนการสันติภาพที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ดูเหมือนว่าจะยิ่งมีการซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีก เมื่อมีความพยายามจะปิดกั้นและกีดกันการแสดงความคิดเห็นในพื้นที่สาธารณะ ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งที่ประชาชนปรารถนา ดังเช่นที่ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาคในภาคที่ 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แจ้งความดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับสื่อมวลชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่ามา ทั้งในกรณีรายงานข่าวเกี่ยวกับการซ้อมทรมานของสื่อผู้จัดการออนไลน์และการเข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีความของตนเองของนายอิสมาแอ เต๊ะ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP) ในรายการ “นโยบาย by ประชาชน” ทางสถานี Thai PBS

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมายพิเศษและกฎหมายอาญามิได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และยังทำให้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิในเสรีภาพของบุคคลและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามกฎหมายระหว่างประเทศทั้งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง  International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) ที่ระบุว่าบุคคลทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพทั้งทางร่างกายและการแสดงความคิดเห็น อีกทั้งเป็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อมิให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือที่เรียกว่า SLAPPs (Strategic Lawsuit against Public Participations)

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานี จะไร้ความหมาย หากรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องชีวิตของพลเรือนและเสรีภาพที่จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ อันเป็นหลักการพื้นฐานสำหรับการสร้างสันติภาพที่เคารพยอมรับ ให้เกียรติ และเปิดกว้างต่อการทำงานร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอเรียกร้องดังต่อไปนี้

  1. ขอเรียกร้องให้ กอ.รมน. ภาค 4 สน. และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องยุติการคุกคามประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ศาสนาด้วยการบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่ไม่เป็นธรรม
  2. ขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหรือขบวนการต่อสู้ปาตานียุติการคุกคามและโจมตีพลเรือนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ศาสนาโดยเด็ดขาด
  3. ขอเรียกร้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยุติการคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการแจ้งความดำเนินคดี (SLAPPs) ต่อประชาชน สื่อมวลชน และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
  4. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการทบทวนและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงการดำเนินการชดเชยเยียวยาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
  5. ขอเรียกร้องให้ “หุ้นส่วนสันติภาพ” ทั้งรัฐบาลไทย กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหรือขบวนการต่อสู้ปาตานีทุกกลุ่ม กลุ่มประชาสังคมทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ ได้ร่วมกันติดตามและตรวจสอบกรณีการคุกคามข้างต้นอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการคลี่คลายปัญหาอย่างสร้างสรรค์ต่อรัฐบาลไทยและขบวนการต่อสู้ปาตานี
  6. ขอเรียกร้องให้เพื่อนมิตรกลุ่มประชาสังคมในพื้นที่ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ศาสนาผนึกกำลังกันเพื่อป้องกัน สกัด ขัดขวางไม่ให้ทุกฝ่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนและปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ก็เพื่อตอกย้ำหลักคิดที่ว่าสันติภาพนั้นไม่อาจปรากฎขึ้นได้ หากไร้ซึ่งความเป็นธรรม

 

ด้วยสันติและมิตรภาพ

เครือข่ายเฉพาะกิจเพื่อปกป้องพลเรือนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

2 มีนาคม 2561

องค์กรร่วมลงนาม


  1. กลุ่มด้วยใจ
  2. กลุ่มนักสาธารณสุขเพื่อสังคม (PHOS)
  3. กลุ่มบุหงารายาเพื่อการศึกษา (BRG)
  4. กลุ่มสตรีพุทธเพื่อสังคม
  5. คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)
  6. เครือข่ายชาวปาตานีนอกมาตุภูมิ (PATANI Viewers)
  7. เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ (B4P)
  8. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)
  9. เครือข่ายบัณฑิตอาสาปาตานี (INSouth)
  10. เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (PermaTamas)
  11. เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ (JOP)
  12. เครือข่ายผู้ช่วยทนายความมุสลิม (SPAN)
  13. เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
  14. เครือข่ายเยาวชนลุ่มน้ำสายบุรี (JALEM)
  15. ชมรมอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม (PICSEB)
  16. ปาตานีฟอรั่ม (Patani Forum)
  17. มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (Nusantara)
  18. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)
  19. มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้
  20. มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม (MAC)
  21. ศูนย์บูรณาการคนหนุ่มสาวเพื่อศักยภาพชุมนุมชน (YICE)
  22. ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSW)
  23. ศูนย์วัฒนธรรมมลายูปาตานี (BUMI)
  24. ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามเพื่อการพัฒนา (PUKIS)
  25. สถานีวิทยุมีเดียสลาตัน (Media Selatan)
  26. สมาคมฟ้าใสส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนชายแดนใต้
  27. สมาคมลุ่มน้ำสายบุรี
  28. สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี (PerMAS)
  29. สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR)
  30. สำนักพิมพ์อาวัณบุ๊ค (Awan Book)
  31. สำนักสื่อวารตานี (Wartani)
  32. ห้องเรียนเพศวิถีและสิทธิมนุษยชน ร้านหนังสือบูคู
  33. องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP)
  34. องค์กรผู้หญิงปาตานี (PERWANI)

 

 

บุคคลลงนาม

  1. งามศุกร์ รัตนเสถียร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
  2. ซากีย์ พิทักษ์คุมพล
  3. ฐิตินบ โกมลนิมิ
  4. ณรรธราวุธ เมืองสุข สื่อมวลชน
  5. บดินทร์ สายแสง สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
  6. บัณฑิต ไกรวิจิตร
  7. พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
  8. มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ คณะพยาบาลศาสตร์ มอ.ปัตตานี
  9. มูฮำหมัดอิลยาส หญ้าปรัง
  10. รอมฎอน ปันจอร์
  11. เรืองรวี พิชัยกุล
  12. สุณัย ผาสุก ที่ปรึกษา Human Rights Watch ประเทศไทย
  13. อันธิฌา แสงชัย
  14. อับดุลสุโก ดินอะ ศูนย์อัลกุรอานเเละภาษา QLCC
  15. อาทิตย์ ทองอินทร์
  16. เอกราช ซาบูร์
  17. เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี

 

 

%d bloggers like this: