ใบแจ้งข่าว ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก คดีนักศึกษายะลาถูกซ้อมทรมาน

วันที่ 13 มกราคม 2558 เวลา 09.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ที่ศาลปกครองสูงสุด ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดีที่ 12 ในคดีระหว่างนายอิสมาแอ เตะ ผู้ฟ้องคดี ที่ 1 และนายอามีซี มานาก ผู้ฟ้องคดีที่ 2 กับ กองทัพบก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และกระทรวงกลาโหม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ของเจ้าหน้าที่ทหารในการควบคุมตัวนักศึกษามหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฎยะลา ซึ่งในวันนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีสิทธิยื่นคำแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลและสามารถขออนุญาตศาลเพื่อแถลงด้วยวาจาได้ และในวันนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกนี้ตุลาการผู้แถลงคดีจะชี้แจงหรือเสนอคำแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อองค์คณะด้วย

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้ยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ให้รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดภาคใต้ซึ่งอยู่ในสังกัดของตนที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เนื่องจากการทำร้ายร่างกายและการซ้อมทรมาน โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานและเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจที่ 11 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ผู้ฟ้องคดีทั้งสองจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นค่ารักษาพยาบาลจำนวน 5,000 บาท เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ฟ้องคดีที่ 1 จำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 25,000 บาท โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ฟ้องคดีที่ 1 ราคา 6,000 บาท และของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ราคา 12,000 บาท ค่าเสียหายจากการถูกทำร้ายร่างกายและการใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเป็นเงิน 200,000 บาท และค่าเสียหายจากการถูกควบคุมตัวทำให้สูญเสียเสรีภาพและชื่อเสียง คิดเป็นเงินคนละ 500,000 บาท และค่าเสียหายจากการที่ทำให้ต้องเสียศักดิ์ศรี ถูกดูหมิ่นจากเพื่อนบ้านและเพื่อนนักศึกษาคิดเป็นเงินคนละ 500,000 บาท และค่าเสียหายจากการฟ้องต่อศาลเพื่อให้ระงับหรือเพิกถอนการกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองตามรัฐธรรมนูญ คนละ 500,000 บาท

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 ศาลปกครองสงขลาได้อ่านคำพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายระหว่างนายอิสมาแอ เตะ ผู้ฟ้องคดี ที่ 1 และนายอามีซี มานาก ผู้ฟ้องคดีที่ 2 กับ กองทัพบก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และกระทรวงกลาโหม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กองทัพบก) ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง โดยชำระเงินแก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จำนวน 255,000 บาท และผู้ฟ้องคดีที่ 2 จำนวน 250,000 บาท เนื่องจากควบคุมตัวไว้เกินกำหนด 7 วันตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 อีกทั้งเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษอันเป็นกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิของบุคคลอื่น จึงควรต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและต้องแก้ไขเยียวยาความเสียหายให้แก่บุคคลซึ่งรับผลดังกล่าว กรณีเจ้าหน้าที่ใช้กำลังทำร้ายผู้ฟ้องคดีทั้งสองในระหว่างการจับกุมและควบคุมตัว ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้ยื่นพยานหลักฐาน จึงน่าเชื่อว่าบาดแผลตามที่แพทย์วินิจฉัยไว้เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ฟ้องที่ 1 จำนวน 5,000 บาท ส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 2 ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ ว่าถูกการกระทำร้ายร่างกาย ศาลจึงไม่อาจกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้ได้ ส่วนคำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กระทรวงกลาโหม)

ปัจจุบัน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้ถูกถูกยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557 เรื่องการสิ้นสุดชั่วคราวของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แต่สิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญก็มิได้สิ้นสุดลงด้วยแต่อย่างใด โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา 4 บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้”

ดังนั้น สิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการได้รับการเยียวยาของผู้ฟ้องคดีทั้งสองจากการถูกซ้อมทรมาน ยังคงได้รับการคุ้มครองโดยตรงตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี : Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment (CAT)

แม้เหตุในคดีนี้จะเกิดก่อนที่รัฐธรรมนูญจะถูกยกเลิกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่คำขอท้ายฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสองบางส่วนเป็นการขอให้เยียวยาความเสียหายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 32 วรรคห้าโดยตรง เมื่อรัฐธรรมนูญถูกยกเลิก จึงเป็นข้อน่าพิจารณาอย่างยิ่งว่าตุลาการผู้แถลงคดีจะพิจารณาข้อกฎหมายข้างต้นออกมาในลักษณะใด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคดีได้ที่:

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน : 02-6930682

จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความ : 083-9072032

ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาบางส่วน จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม2554 โดยมีประเด็นการอุทธรณ์ปรากฏตามลิงค์ http://crcfthailand.org/2012/02/10/2012_02_10-yala-students-cases_defendents-and-plaintiffs-appealed-on-the-administrative-court-decision-thai/

ติดตามข้อมูลคดีเพิ่มเติมได้ที่
http://naksit.org/index.php/allcases

Author