ศาลยะลาเรียกไต่สวนครั้งแรก หลังครอบครัวผู้ถูกควบคุมตัวยื่นคำร้องขอให้สั่งยุติการทรมาน ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ศาลจังหวัดยะลาได้เปิดห้องไต่สวนกรณีญาตินายมังซูร (ขอสงวนนามสกุล) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยุติการทรมานและการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม หลังจากนายมังซูรถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ และอ้างว่ามีการทรมานและปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรม ถือเป็นการไต่สวนโดยพลันตามมาตรา 26 ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายครั้งแรก นับตั้งแต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้บังคับใช้ในจังหวัดชายแดนใต้ อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่ากรณีที่เกิดขึ้นยังไม่ถือเป็นการทรมานตามมาตรา 5 และไม่เป็นการปฎิบัติที่ไร้มนุษยธรรมย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มาตรา 6 ศาลยกคำร้อง
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กันยายน ญาตินายมังซูรได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดยะลา เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลกรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ของศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปกตร.) จังหวัดยะลา ซึ่งอาจเข้าข่ายการละเมิด พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โดยศาลได้พิจารณาคำร้องฝ่ายเดียวทันทีและเห็นว่ามีมูล จึงมีคำสั่งให้ออกหมายเรียกผู้ควบคุมตัวที่เกี่ยวข้องมาให้ศาลไต่สวนตามคำร้อง
ในการไต่สวนเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 นายมังซูรได้ให้การถึงการจับกุมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี 7 วัน ก่อนถูกส่งตัวมาซักถามต่อที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศปกตร. โดยมาถึง ศปกตร. ในช่วงเย็นวันที่ 31 สิงหาคม 2568 และได้มีการตรวจร่างกายและซักประวัติเป็นเวลา 2 – 3 ชม. โดยก่อนจะถูกจับกุมนายมังซูรมีโรคประจำตัวเป็นภาวะเบาหวาน และมีอาการปวดชาขาทั้งสองข้างบ่อยๆ
ตลอดระยะเวลาการควบคุมตัวที่ ศปกตร. นั้น นายมังซูรเล่าว่า แต่ละวันจะมีการซักถามหลายรอบ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. มีเวลาพักบ้าง และจะมีการเบิกตัวไปซักถามในเวลา 20.00 – 22.00 น. ทุกวัน โดยเจ้าหน้าที่ผู้ซักถามจะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ชุดที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของศูนย์พิทักษ์สันติ และอีกชุดหนึ่งคือเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ ศปกตร. ซึ่งแต่งกายด้วยชุดดำ
นายมังซูรกล่าวว่า ระหว่างการซักถาม ตนมีอาการเจ็บและบวมที่ขาขณะนั่งและถูกซักถามเป็นเวลานาน มีอาการชาตั้งแต่หัวเข่าจนถึงเท้า แต่ไม่ถึงขั้นเดินไม่ได้ โดยเขาได้นวดบรรเทาด้วยตนเอง ระหว่างการควบคุมตัวได้พบแพทย์หนึ่งครั้ง อาการเบาหวานดีขึ้น อาการปวดขาและชาไม่ดีขึ้น
ต่อมาในช่วงเย็นวันที่ 2 กันยายน 2568 นายมังซูรให้การว่า เขาถูกเจ้าหน้าที่ชุดดำ จำนวน 3 คน เข้าซักถาม แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่เตะด้วยเท้าและถูกผลักศีรษะ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่พอใจที่เขาตอบคำถามไม่ได้ อย่างไรก็ตาม มังซูรไม่ได้บอกว่าเจ็บ และไม่ได้พูดตอบโต้ นอกจากนี้ ห้องที่ใช้ซักถามยังไม่มีกล้องวงจรปิด และหลังจากการซักถามจะกลับไปพักในห้องที่เปิดไฟตลอด 24 ชม. ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้ หลับได้น้อยมากในแต่ละวัน ต่อมาในวันที่ 3 กันยายน 2568 มังซูรได้แจ้งให้ภรรยาและญาติทราบเรื่องการถูกทำร้ายร่างกายในขณะซักถาม พร้อมกล่าวว่ารู้สึกกดดัน ร้องไห้ และบางครั้งการซักถามทำให้ขาดละหมาดที่ถือว่าเป็นบาป
พ.ต.ท. รังษี มั่นจิตร พยานฝ่ายผู้ถูกร้อง ได้ให้การต่อศาลทำนองว่า ได้รับตัวนายมังซูรตามคำสั่งควบคุมตัวหมายฉุกเฉินของจังหวัดปัตตานี โดยตนมีหน้าที่กำกับดูแลการซักถาม และได้รับทราบเรื่องเวลาเบิกตัวซักถามผ่านแอปพลิเคชันไลน์ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการทรมานทำร้ายร่างกายระหว่างการซักถาม แต่ไม่ได้ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ชุดดำมาดำเนินการหรือไม่ เมื่อมีเรื่องร้องเรียนได้ดำเนินการตามขั้นตอนทำรายงานส่งผู้บังคับบัญชา แต่ไม่ทราบว่ามีการดำเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่
สำหรับห้องที่เกิดเหตุซึ่งไม่มีกล้องวงจรปิด พ.ต.ท. รังษี ให้การว่าอยู่ในช่วงปรับปรุง ส่วนห้องพักไม่มีการติดกล้องวงจรปิด แต่จะเปิดไฟตลอดในเวลากลางคืน มีกล้องวงจรปิดระหว่างทางเดินสามารถมองเห็นเวลาเข้าออกห้องพักและเข้าออกห้องซักถาม และจะส่งให้ศาลได้
นอกจากนี้ พ.ต.ท. รังษี ยังยืนยันว่า ในระหว่างการควบคุมตัวเพื่อซักถามตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะไม่มีการแจ้งข้อหา จึงไม่มีการแจ้งสิทธิและการได้รับอนุญาตให้ผู้ถูกควบคุมตัวมีทนายความ เนื่องจากมีระเบียบ กอ.รมน. ว่าต้องขออนุญาตแม่ทัพภาคที่ 4 การควบคุมตัวจะไม่มีการบันทึกภาพและเสียงต่อเนื่อง อีกทั้งยังรับว่าตนเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่อง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ แต่การปฏิบัติหน้าที่ของตนได้ดำเนินการตามระเบียบของ กอ.รมน. ที่ตนอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา
ศาลวิเคราะห์แล้ว มีเรื่องที่ต้องวินิจฉัยว่าผู้ถูกควบคุมตัวถูกทรมานหรือปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมหรือไม่ นายมังซูรให้การว่ามีการเตะและผลักศีรษะไม่ถึงกับเจ็บ ไม่ถูกทำร้ายขู่เข็ญอื่นใดอีก ผู้กำกับการฯ ศูนย์พิทักษ์สันติได้ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชาไม่เคยมีการกระทำการทรมาน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามระเบียบฯ เมื่อรับแจ้งเหตุว่ามีการทำร้ายก็ได้รายงานผู้บังคับบัญชาของผู้คุมตัวแล้วในเรื่องการถูกเตะขาและยืนยันว่าไม่มีการกระทำทรมาน ไม่ได้นิ่งนอนใจ
นอกจากนี้ ผู้ร้องทั้งสองได้เข้าเยี่ยมในระยะเวลาอันใกล้เหตุการณ์ เบิกความว่าไม่เห็นร่องรอยการทำร้าย โรคประจำตัวเบาหวาน และเส้นเอ็นมีอาการดีขึ้น ให้มีการประกอบศาสนกิจ การเปิดไฟตลอดเวลามีเหตุผลตามสมควร เชื่อได้ว่าไม่มีการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การควบคุมตัวตามหมายฉุกเฉินทำให้สิทธิบางประการถูกจำกัด แต่ไม่ถึงขั้นละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานหรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การทรมานต้องถึงขนาดเกิดความเจ็บปวดถึงระบบประสาท มิใช่เป็นเพียงแค่ความรู้สึก แม้จะฟังได้ว่าเตะขา ผลักศีรษะ เป็นการกระทำที่หยาบคาย ไม่สมควร ยังไม่อาจถือได้ว่าเป็นการทรมาน จึงให้ยกคำร้อง
หลังจากศาลอ่านคำสั่งแล้ว ได้อธิบายในห้องพิจารณาว่า เข้าใจว่าคำร้องมีการอ้างนิยามการทรมานตามหลักการสากล แม้ว่าการกระทำตามคำร้องเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ไม่ถูกต้อง แต่ว่ายังไม่ใช่การทรมานตามความหมายนี้ พร้อมฝากความห่วงใยว่า ศูนย์ซักถามมีฝ่ายปฏิบัติการหลายหน่วยก็หนีไม่พ้นที่จะตกอยู่ในภาวะเรื่องชื่อเสียงและเรื่องอื่นๆ จึงควรให้เกียรติและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
การไต่สวนครั้งนี้มีญาติและบุคคลใกล้ชิดของนายมังซูรเดินทางมาศาลจำนวนมากกว่า 20 คน รวมทั้งองค์กรให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนและสื่อสำนักข่าวท้องถิ่น ด้านศูนย์พิทักษ์สันติมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวนกว่า 10 คน เดินทางมารับฟังการไต่สวนด้วย โดยศาลได้สั่งให้มีการจดรายชื่อญาติและบุคคลอื่นในห้องพิจารณาทุกคน แต่ทราบภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ของศูนย์พิทักษ์สันติที่เข้ามานั่งล้อมรอบตัวนายมังซูรระหว่างการไต่สวนกลับไม่ได้จดชื่อให้กับศาลแต่อย่างใด
อิสมาแอ เต๊ะ ประธานองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP) หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนและจัดหาทนายความดำเนินการร้องเรียนต่อศาลตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ กล่าวว่า “คดีนี้เป็นคดีแรกหลังจากประกาศใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ที่มีการไต่สวน ถือว่าบทบาทของภาคประชาสังคมได้ทำเต็มที่แล้วกับงานการป้องกันและปราบปรามการทรมานแบบนี้ แม้ศาลยกคำร้อง ไม่มีมูลการซ้อมทรมานทางร่ายกาย แต่เห็นว่าผู้ถูกควบคุมตัวรู้สึกกดดันมาก ได้รับผลกระทบทางจิตใจ อย่างน้อยๆ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่และศาลได้รับรู้แล้วว่าตอนนี้เรามี พ.ร.บ. นี้ และแต่ละฝ่ายมีหน้าที่ปฏิบัติตามและมีกลไกการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป”


![[PR]กรมคุ้มครองสิทธิฯ เรียกรักษาการ ผอ. CrCF เข้าให้ข้อเท็จจริง กรณีอุ้มหายนายดวง วาน ไถ ผู้ลี้ภัยเวียดนามในไทย เมื่อปี 66](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/13-3-69-2-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ยื่นสอบอัยการสั่งไม่ฟ้อง ผกก.อรัญฯ ปมทำคดี “ลุงเปี๊ยก” เป็นแพะ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/13-3-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]กสม. แจ้งผลการร้องเรียน ให้กองทัพบกลบคำแถลงการณ์ที่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพลทหารที่เสียชีวิต](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/11-3-69-3.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR] CrCF เตรียมยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ให้ตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้อง ผกก. สภ. อรัญประเทศ กรณี “ลุงเปี๊ยก” แพะในคดีป้าบัวผัน](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/11-3-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)