15 ก.ค. ศาลไม่ไต่สวนมูลฟ้อง กรณีอัญชนาโพสต์ทวงค่าน้ำประปาจาก จนท. รัฐผิดพื้นที่ พร้อมสั่งปล่อยตัวโดยไม่ต้องวางหลักประกัน
วันนี้ (15 ก.ค. 2568) ศาลจังหวัดนราธิวาสสั่งปล่อยตัวอัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยไม่ต้องวางหลักประกันตามที่จำเลยมีคำร้องขอ หลังจากที่อัยการจังหวัดนราธิวาสนำตัวอัญชนา พร้อมสำนวนที่มีความเห็นสั่งฟ้องในฐานความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ยื่นฟ้องต่อศาล กรณีที่อัญชนาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปามัสยิดของหน่วยงานรัฐผิดพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอไต่สวนมูลฟ้องที่อัญชนาขอให้ศาลใช้อำนาจตุลาการตรวจสอบคดีก่อนประทับรับฟ้องเพราะเชื่อมั่นว่าการกระทำของตนไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย แต่ศาลเห็นว่าคดีนี้มีการสอบสวนและพนักงานอัยการได้กลั่นกรองคดีมาแล้วจึงไม่ไต่สวนมูลฟ้อง และได้กำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิในวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30 น. เป็นนัดถัดไป
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 อัญชนาได้ข้อความในเฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปาของหน่วยงานรัฐ โดยเดิมอัญชนาระบุพื้นที่มัสยิดเป็นอำเภอบาเจาะ ต่อมาเมื่อทราบว่าได้ระบุพื้นที่ผิด จึงได้แก้ไขข้อความให้ถูกต้อง โดยได้แก้ไขพื้นที่ร้องเรียนในโพสต์ของตนเป็นมัสยิดในตำบลบือเระ อำเภอสายบุรี และต่อมา กรมทหารพรานที่ 44 หน่วยงานในอำเภอสายบุรี ที่เกี่ยวข้องในประเด็นค่าน้ำประปา ได้โพสต์ชี้แจงต่อสาธารณะถึงสาเหตุที่มีการค้างชำระค่าน้ำประปาให้กับมัสยิด ในตำบลบือเระ
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา กองทัพเรือได้ส่งผู้รับมอบอำนาจมาแจ้งความร้องทุกข์ต่ออัญชนาจากโพสต์เรื่องการทวงถามค่าน้ำประปาดังกล่าว โดยอ้างว่าโพสต์ของอัญชนาทำให้หน่วยทหารของกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่ “อำเภอบาเจาะ” ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้พนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้ตั้งข้อหากล่าวอัญชนา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา 328 ประมวลกฎหมายอาญา แต่ต่อมาอัยการจังหวัดนราธิวาสได้มีความเห็นสั่งฟ้องอัญชนาในฐานความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ที่เกี่ยวกับเรื่องการนำข้อมูลอัยเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในนักสิทธิมนุษยชนที่ทำงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความเห็นว่าการที่อัญชนาถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาทและต่อมาเปลี่ยนเป็นข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ดูเหมือนจะมีความผิดปกติในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาชั้นต้น แม้ว่าอัญชนาจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์โดยการขอความเป็นธรรมจากอัยการจังหวัดนราธิวาส และสำนักงานอัยการสูงสุด ตลอดระยะเวลา 5 – 6 เดือน ทว่ากลับไม่เป็นผล
“เราคิดว่าคนใกล้ตัวและคนทำงานอย่างพวกเราก็จะรู้สึกหวั่นไหวกับกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นว่าบทบาทหน้าที่ที่ชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ และความสุจริตที่เรามีในการโพสต์ข้อความที่เป็นการเตือนหรือว่าการเรียกร้องสิทธิหรือการเรียกร้องค่าน้ำประปาให้กับชุมชน มันไม่ควรจะเป็นความผิดอาญา ไม่ว่าจะเป็นข้อหาใดๆ ก็ตาม ดังนั้น สิ่งนี้ก็จะลดความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของพื้นที่นี้”
พรเพ็ญกล่าวเสริมอีกว่า กระบวนการยุติธรรมควรจะมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งคดีของพนักงานสอบสวน การสั่งคดีของพนักงานอัยการ รวมทั้งการพิจารณาคดีของศาล และเมื่อไม่มีมาตรฐาน ก็อาจสร้างความไม่สบายใจให้กับนักสิทธิมนุษยชน ครอบครัว คนใกล้ตัว รวมถึงสังคม
“คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ เป็นนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนและเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมด้านสันติภาพที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศด้วย การได้ไปอบรมความรู้ต่างๆ รัฐไทยควรจะเห็นว่ามันเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ แทนที่จะมาฟ้องเอาผิดในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์ 1 โพสต์ ในเฟซบุ๊ก ซึ่งมันเป็นข้อหาที่งานด้านสิทธิมนุษยชนเรียกว่าเป็นลักษณะของการฟ้องคดีกลั่นแกล้ง หรือการให้กระบวนการยุติธรรมมาคุกคามการทำงานของนักสิทธิมนุษยชน” พรเพ็ญกล่าวสรุป
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชน ร่วมติดตามนัดศาลครั้งต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการยืนหยัดเคียงข้างนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และยืนยันว่าเสียงของประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามต่อรัฐนั้น นอกจากรัฐจะต้องรับฟังแล้ว ยังต้องคุ้มครองให้มั่นใจว่าประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเต็มที่ดังเช่นที่ควรจะเป็น

![[PR]ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ กรุงเทพ รับทำการสอบสวน กรณีครูสั่งให้นักเรียนลุกนั่งจนกล้ามเนื้อสลาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์-น้องสาวสยาม ธีรวุฒิ เข้าให้การต่ออัยการ กรณีสยาม ธีรวุฒิ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/01/21-1-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


