28 เม.ย. 68 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5 นัดฟังคำสั่งเรื่องเขตอำนาจศาลทหารครั้งที่สอง กรณีการเสียชีวิตของพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต

พรุ่งนี้ (28 เม.ย. 2568) เวลา 9.30 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 นัดพร้อมฟังคำสั่งเรื่องเขตอำนาจศาลทหารครั้งที่สอง กรณีพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต เสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหารที่ค่ายเม็งรายมหาราช หลังศาลทหารไม่ส่งความเห็นเรื่องเขตอำนาจศาล เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากกรณีที่พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต เสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/66 ที่ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย  ด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ต่อมาพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องครูฝึกสองนาย ในคดีหมายเลขดำที่ ปท. 1/2566 ข้อหาร่วมกันกระทำการโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา 6 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และสั่งฟ้องในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งต่อมาจำเลยพยายามยืนยันว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลทหาร จึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจศาลพลเรือนและศาลทหาร 

แม้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5 ได้รับฟ้องโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานอัยการ และได้กำหนดนัดสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้น แต่จำเลยทั้งสองยังคงมีความพยายามที่จะยื่นคำร้องขอให้คดีดังกล่าวกลับไปพิจารณาในเขตอำนาจศาลทหาร 

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ในการนัดสืบพยานครั้งสุดท้าย ศาลได้แถลงให้โจทก์และจำเลยทราบว่า ศาลได้ทำความเห็นของตนเองส่งให้ศาลทหารแล้ว  คงเหลือเพียงความเห็นของศาลทหาร ที่ยังไม่ได้ส่งกลับมา หากทั้งสองศาลมีความเห็นที่ตรงกัน การพิจารณาคดีดังกล่าวจะอยู่ในอำนาจของศาลนั้นๆ ศาลจะกำหนดนัดฟังคำพิพากษาต่อไป แต่หากศาลทหารมีความเห็นไม่ตรงกันกับศาลอาญาคดีทุจริตฯ ความเห็นของทั้งสองศาลจะถูกส่งไปให้คณะกรรมวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจศาล คำสั่งของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด และศาลได้กำหนดนัดพร้อมฟังคำสั่ง วันที่ 3 มีนาคม 2568 เพื่อรอความเห็นจากศาลทหาร 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5 ได้นัดพร้อมคู่ความทุกฝ่ายให้มาฟังความเห็นของศาลทหาร แต่ปรากฏว่า ศาลทหารยังไม่ได้ส่งความเห็นเรื่องเขตอำนาจศาลทหารมายังศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5  ศาลได้แถลงให้ภริยาของพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต (โจทก์ร่วม) และครูฝึกทั้งสอง (จำเลย) ทราบว่า ศาลทหารยังไม่ได้ทำความเห็นว่า คดีพลทหารกิตติธรจะอยู่ในเขตอำนาจศาลทหารหรือไม่ ส่งมายังศาลพลเรือน จึงให้กำหนดนัดฟังอีกครั้ง ในวันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. เพื่อไม่ให้ล่าช้าเกินสมควร 

นับเป็นเวลากว่า 4 เดือน หลังจากสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลยังคงไม่กำหนดนัดฟังคำพิพากษา เนื่องจากต้องรอให้ศาลทหารและศาลพลเรือนพิจารณาเรื่องเขตอำนาจ ในขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงรอคอยความยุติธรรม มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมกันติดตามรับฟังความเห็นเรื่องเขตอำนาจศาลในวันดังกล่าว  เพื่อให้มั่นใจว่าพลทหารกิตติธรและครอบครัวที่เดินหน้าต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมจะได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง และได้รับการชดเชยเยียวยา รวมถึงสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย  เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นกับพลทหารเกณฑ์คนใดได้อีก และยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างแท้จริง

Author