เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 ทนายความพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้ยื่นหนังสือถึงผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 จังหวัดระยอง โดยมูลนิธิฯ ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 มีกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีพลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล จึงขอเข้าสังเกตการณ์การพิจารณาคดี เนื่องด้วยคดีนี้เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชน และต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์และประสบการณ์ให้บุคคลที่มีส่วนได้เสียได้ติดตามการพิจารณาคดีนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายได้จริง และสามารถปกป้องคุ้มครองผู้เสียหายในคดีอื่น ๆ รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ดีขึ้นต่อไป 

ต่อมาศาลได้มีคำสั่งว่า “เนื่องจากคดีนี้มีจำเลยหลายคน และมีญาติทั้งสองฝ่าย และเจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเข้าร่วมการพิจารณา ทำให้การพิจารณาและดูแลความปลอดภัยในห้องพิจารณาไม่สะดวก จึงไม่อนุญาต”

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายระหว่างประเทศ ได้กำหนดให้บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย ต่อคู่ความ ต่อทนายความ และรวมถึงต่อสาธารณชน กล่าวคือ ประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชนสามารถเข้าฟังการพิจารณาคดีในศาลได้ และสื่อมวลชนสามารถรายงานข่าวเกี่ยวกับการพิจารณาคดีได้ เว้นแต่มีเหตุพิเศษที่ศาลเห็นควรให้เป็นการลับ เช่น คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ คดีล่วงละเมิดทางเพศ คดีเด็กและเยาวชน  หรือคดีที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของคู่ความหรือพยาน” 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 ครูฝึกและครูผู้ช่วยทำร้ายร่างกายพลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล สังกัดหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ซึ่งหน่วยฝึกได้มีการส่งเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลค่ายนวมินทราชินี จ.ชลบุรี และส่งต่อไปโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งพลทหารวรปรัชญ์ เสียชีวิตในวันที่ 2 สิงหาคม 2567 จากนั้นหน่วยงานต้นสังกัดได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย วันที่ 24 มิถุนายน 2567 ซึ่งผลการสอบสวนมีผู้กระทำความผิดจำนวน 13 ราย และหน่วยได้มีการลงทัณฑ์ทางวินัยทั้งผู้ที่กระทำผิดและผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น ในฐานที่บกพร่องในการกำกับดูแล รวมถึงได้มีการช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต คดีนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567  และพบว่ามีผู้ต้องสงสัยในการกระทำความผิดเป็นพลทหาร 11 นาย และนายสิบ 2 นาย การกระทำของจำเลยทั้ง 13 คน เข้าลักษณะฐานความผิด “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันกระทำทรมานโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ และร่วมกันกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมกันติดตามคดีนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวของพลทหารวรปรัชญ์ และพลทหารอื่นๆ ที่เดินหน้าต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมจะได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง และได้รับการชดเชยเยียวยา รวมถึงสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดกับผู้ใดได้อีก และยุติวัฒนธรรมลอยนวลของเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างแท้จริง

Author