พรุ่งนี้ (20 ธันวาคม 2567) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสมุทรสาคร นัดฟังคำสั่งขอให้ “สยาม ธีรวุฒิ” ผู้ลี้ภัยทางการเมืองได้ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2562 เป็นบุคคลสาบสูญ หลังกัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยาม ตัดสินใจยื่นคำร้องขอศาลสั่งให้สยาม ธีรวุฒิ เป็นบุคคลสาบสูญ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 เพื่อให้ครอบครัวมีสิทธิและหน้าที่ในการดำเนินการต่างๆ ทางแพ่งต่อไป 

สืบเนื่องจากกรณีที่ สยาม ธีรวุฒิ เป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยทางการเมืองจากการมีหมายจับข้อมาตรา 112 จากการแสดงละครเวที ‘เจ้าสาวหมาป่า’ โดยถูกบังคับให้สูญหายไปพร้อมกับ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง และ กฤษณะ ทัพไทย หรือสหายยังบลัด กัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยามได้รับทราบข่าวเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ว่ามีตำรวจเวียดนามจับกุมที่เวียดนามและส่งตัวผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้งสามคน ซึ่งถูกควบคุมตัวจากประเทศเวียดนามและส่งกลับมาไทย แต่หลังจากนั้นไม่มีใครทราบชะตากรรมหรือพบตัวทั้งสามคนอีกเลย โดยทั้งสามคนเป็นหนึ่งใน 9 ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ทำการลี้ภัยไปนอกประเทศหลังการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และถูกบังคับให้สูญหายในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2563 ต่อมาประเทศไทยได้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา กัญญาฯ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานอัยการ ณ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 เพื่อขอให้มีการติดตามและค้นหาเพื่อให้ทราบชะตากรรมของสยามมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด 

อนึ่ง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 คณะกรรมการต่อต้านการทรมานขององค์กรสหประชาชาติ (CAT) ได้นำเสนอข้อสังเกตเชิงสรุป (Concluding Observations) ต่อประเทศไทย ภายหลังจากมีการทบทวนรายงานสถานการณ์การทรมานฯ ร่วมกับตัวแทนจากหน่วยงานรัฐไทย ในการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทรมานแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81 เมื่อวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงเจนีวา ตอนหนึ่งของเอกสาร คณะกรรมการ CAT ได้แสดงความกังวลต่อข้อกล่าวหาของการหายตัวไปไปอย่างมีแบบแผน (Pattern of enforced disappearances) ที่เกิดกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยระหว่างอยู่ต่างประเทศ อีกทั้งเสนอให้ประเทศไทยใส่ใจต่อการหายตัวไปของผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้ง 9 กรณี ซึ่งผู้แทนพิเศษตามกลไกอิสระขององค์การสหประชาชาติ เห็นว่า เป็นกรณีที่ยังไม่ได้รับการสอบสวนและดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่ไทยมากเพียงพอ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามคำสั่งคำร้องขอให้สยามเป็นบุคคลสาบสูญดังกล่าว รวมถึงการดำเนินการสืบสวนสอบสวนค้นหาความจริงการบังคับสูญหายสยาม ธีรวุฒิ ต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวสยามจะได้ทราบความจริง เข้าถึงความเป็นธรรม และได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมในทุกมิติ ตลอดจนสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ในที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีการบังคับสูญหายเช่นนี้กับใครได้อีก

Author