พรุ่งนี้ (20 ธันวาคม 2567) เวลา 13.30 น. ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะเดินทางไปยังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม เพื่อเข้าให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หลังจากเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 มูลนิธิผสานฯ เข้าแจ้งเหตุการณ์ทรมานและกระทำย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กับศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ สำนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังปรากฏข่าวออนไลน์เผยแพร่ว่า นักเรียนนายร้อยตำรวจถูกรุ่นพี่นรต.เอาเหล้ากรอกปาก และสั่งให้ถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงเสื้อรองใน ต่อมาถูกสั่งให้ถอดกางเกงในและให้ทำท่าดันพื้น ต่อมาผู้เสียหายถูกบังคับให้ช่วยตัวเองในห้องรักบี้ และถูกรุ่นพี่นรต.และเพื่อน ล่วงละเมิดทางเพศต่อเนื่อง ก่อนจะถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา

การแจ้งเหตุทรมานฯ กรณีนี้เป็นการร้องเรียนถึงอัยการสูงสุดและผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ตามม. 29 พ.ร.บ. ป้องกันการทรมาน-อุ้มหายฯ ที่ระบุว่า “ผู้ใดพบเห็นหรือทราบการทรมาน การกระทําที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทําให้บุคคลสูญหาย ให้แจ้งพนักงานฝ่ายปกครอง พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน คณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ชักช้า” เพื่อให้ตรวจสอบว่าเป็นการกระทำทรมาน ตามมาตรา 51 และเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามมาตรา 62ของพ.ร.บ. ป้องกันการทรมาน-อุ้มหายฯ หรือไม่ อีกทั้งเพื่อให้ความเห็นในทางกฎหมายว่าการล่วงละเมิดทางเพศ หากเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในลักษณะที่มีผู้ใต้บังคับบัญชา เช่นในกรณีนี้เป็นนรต. ซึ่งอยู่ในกระบวนการที่มีความเข้มงวดและมีลักษณะเชิงอำนาจนิยมอย่างเข้มข้น กล่าวคือ ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ในภาวะที่ไม่มีอำนาจในการขัดขืน (Powerless) การกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายฉบับใหม่นี้
ในรายงานเผยแพร่ล่าสุดของผู้รายงานพิเศษเรื่องการทรมาน A/79/181 เมื่อ 18 กรกฎาคม 2024 ย่อหน้าที่ 39 ระบุว่ากฎระเบียบของทหารเป็นหลักประกันสิทธิที่คุ้มครองบุคคลจากการถูกทรมานทางเพศ โดยในหลายประเทศได้คัดลอก กฎข้อ 93 ของกฎจารีตประเพณีของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ สภากาชาดสากล ไปบังคับใช้ กฎดังกล่าวระบุข้อห้ามการข่มขืน หรือกระทำการรูปแบบอื่นใดที่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศไว้อย่างชัดแจ้ง ในเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเพศเหล่านี้ มีประเทศหลายประเทศที่ระบุในคู่มือการฝึกทหารว่า การข่มขืน การบังคับให้เป็นผู้ให้บริการทางเพศ การล่วงละเมิดทางเพศ เป็นการกระทำที่ต้องห้าม และยังเข้าข่ายเป็นอาชญกรรมสงครามด้วย ทั้งนี้ ในกรณีประเทศไทยนั้น ยังไม่แน่ชัดว่ามีการกำหนดข้อห้ามเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศไว้อย่างเด็ดขาดหรือไม่ในข้อกำหนดของการฝึกทหารหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่มีอยู่หลายหน่วยงาน
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชน และประชาชน ร่วมติดตามความคืบหน้าของกรณีการลงโทษนักเรียนนายร้อยตำรวจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าการฝึกฝนของนักเรียนนายร้อยตำรวจรวมไปถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง จะตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน และไม่เป็นการละเมิดสิทธิฯ บุคคลใด อีกทั้งเพื่อให้มั่นใจว่ากรณีเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นกับบุคคลใดได้อีก

![[PR]CrCF ร้องศูนย์ป้องกันการทรมานฯ จ. ปราจีนบุรี กรณีทหารเสียชีวิตในค่าย และกรณีทหารถูกทำโทษให้ลงบ่อเกรอะ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/24-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]3 ปี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน-อุ้มหาย แม้ความหวังยังคงอยู่ แต่ความยุติธรรม และการเยียวยาอย่างรอบด้านจะเกิดขึ้นจริงเมื่อใด?](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/23-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


![[PR]CrCF ส่งข้อเสนอต่อ CED-WGEID กรณีการบังคับให้สูญหายในบริบทการปราบปรามข้ามพรมแดน หนุนปฏิรูปกฎหมาย-รับรอง OPCAT](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/11-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)