เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลา 9.00 น. ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลูกชายสหายภูชนะหรือชัชชาญ
บุปผาวัลย์ และลูกชายสหายกาสะลองหรือไกรเดช ลือเลิศ พร้อมด้วยทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้เดินทางไปให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีชัชชาญ บุปผาวัลย์และไกรเดช ลือเลิศ ถูกฆ่าอย่างโหดร้ายและทารุณ โดยพบศพที่ริมแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม เมื่อปี 2561 หลังจากลูกชายทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567

กรณีการบังคับให้สูญหายและต่อมาพบเป็นศพที่เกิดกับชัชชาญ และไกรเดช เป็น 2 กรณีจาก 9 กรณีผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ช่วงรัฐประหารปี 2557 และต่อมาถูกบังคับให้สูญหายในระหว่างปี 2559 – 2563 ปัจจุบันกรณีชัชชาญและไกรเดชยังไม่มีการดำเนินคดีเพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และไม่มีความคืบหน้าใดๆ เช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ แม้ว่าประเทศไทยจะบังคับใช้พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาแล้วเกือบ 2 ปี
อนึ่ง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 คณะกรรมการต่อต้านการทรมานขององค์กรสหประชาชาติ (CAT) ได้นำเสนอข้อสังเกตเชิงสรุป (Concluding Observations) ต่อประเทศไทย ภายหลังจากมีการทบทวนรายงานสถานการณ์การทรมานฯ ร่วมกับตัวแทนจากหน่วยงานรัฐไทย ในการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทรมานแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81 เมื่อวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงเจนีวา ตอนหนึ่งของเอกสาร คณะกรรมการCAT ได้แสดงความกังวลต่อข้อกล่าวหาของการหายตัวไปอย่างมีแบบแผนที่เกิดกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยระหว่างอยู่ต่างประเทศ อีกทั้งเสนอให้ประเทศไทยใส่ใจต่อการหายตัวไปของผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้ง 9 กรณี ซึ่งผู้ถืออำนาจตามกลไกพิเศษ เห็นว่า เป็นกรณีที่ยังไม่ได้รับการสอบสวนและดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่ไทยมากเพียงพอ
คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 และ 29 ธันวาคม 2561 มีชาวบ้านที่บริเวณริมแม่น้ำโขง อำเภอธาตุพนม และอำเภออาจสามารถ จังหวัดนครพนม ได้พบศพชายไม่ทราบชื่อ โดยสภาพศพถูกห่อด้วยกระสอบป่านเย็บติด 2-3 กระสอบแล้วหุ้มด้วยตาข่าย นอกจากนี้ยังถูกใส่กุญแจมือไขว้ไว้ด้านหน้า ลำคอถูกรัดด้วยเชือกป่าน ใบหน้าถูกทุบด้วยของแข็งและบริเวณท้องถูกเปิดตามแนวยาวตั้งแต่ลิ้นปี่จนถึงหัวหน่าว อวัยวะภายในบ้างส่วนหายไป และพบว่าท้องถูกยัดด้วยเสาปูนยาวประมาณ 1 เมตร ต่อมาพิสูจน์ทราบว่าศพดังกล่าวคือ ไกรเดช ลือเลิศ และชัชชาญ บุปผาวัลย์ ถูกฆาตกรรมในลักษณะเช่นเดียวกัน
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามการดำเนินการขั้นต่อไปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและความคืบหน้าของคดีทั้งสองเพื่อร่วมยืนหยัดเคียงข้างทั้งสองครอบครัว รวมถึงทุกครอบครัวของผู้ถูกบังคับให้สูญหายในการเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าครอบครัวทั้งสองจะทราบตัวผู้กระทำความผิดและสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ในที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้กับบุคคลใดได้อีก

![[PR]ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ กรุงเทพ รับทำการสอบสวน กรณีครูสั่งให้นักเรียนลุกนั่งจนกล้ามเนื้อสลาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์-น้องสาวสยาม ธีรวุฒิ เข้าให้การต่ออัยการ กรณีสยาม ธีรวุฒิ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/01/21-1-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


