พรุ่งนี้ (29 พฤศจิกายน 2567) เวลา 9.00 น.  ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียกสอบข้อเท็จจริงลูกชายสหายภูชนะหรือนายชัชชาญ บุปผาวัลย์ และลูกชายสหายกาสะลองหรือนายไกรเดช ลือเลิศ พร้อมด้วยทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม หลังพบศพชายชัชชาญ บุปผาวัลย์และไกรเดช ลือเลิศ ถูกฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณ พบศพที่ริมแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม เมื่อปี 2561 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ลูกชายทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษต่อไป 

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 และ 29 ธันวาคม 2561 มีชาวบ้านที่บริเวณริมแม่น้ำโขง อ.ธาตุพนม และอำเภออาจสามารถ จ.นครพนม ได้พบศพชายไม่ทราบชื่อ โดยสภาพศพถูกห่อด้วยกระสอบป่านเย็บติด 2-3 หุ้มด้วยตาข่าย นอกจากนี้ยังถูกใส่กุญแจมือไขว้ไว้ด้านหน้า ลำคอถูกรัดด้วยเชือกป่าน ใบหน้าถูกทุบด้วยของแข็งและบริเวณท้องถูกเปิดตามแนวยาวตั้งแต่ลิ้นปี่จนถึงหัวหน่าว อวัยวะภายในบ้างส่วนหายไป และพบว่าท้องถูกยัดด้วยเสาปูนยาวประมาณ 1 เมตร ต่อมาพิสูจน์ทราบว่าศพดังกล่าวคือ นายไกรเดช ลือเลิศ และนายชัชชาญ บุปผาวัลย์ ถูกฆาตกรรมในลักษณะเช่นเดียวกัน ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินคดีเพื่อนำผู้กระทำความผิดที่แท้จริงมาลงโทษ และยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

กรณีการบังคับให้สูญหายและต่อมาพบเป็นศพดังกล่าว มีรูปแบบการกระทำที่ต้องอาศัยบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการทรมานและฆาตกรรมอย่างทารุณโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และทำลายศพเพื่อให้ได้รับความอับอาย อีกทั้งการฆาตกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ปิดลับ จึงอาจเกิดจากผู้มีอิทธิพลที่มีอำนาจในการอำพรางศพ ทำให้เชื่อได้ว่าการต่อสู้เรียกร้องในประเด็นทางการเมืองของบุคคลทั้งสองที่ถูกพบศพ เป็นเหตุให้ผู้มีอำนาจหวาดกลัว จึงได้ดำเนินการอุ้มและฆ่าอย่างทารุณโหดร้าย 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามการให้ข้อเท็จจริงและการดำเนินในครั้งนี้ของลูกชายทั้งสองของสหายภูชนะและสหายกาสะลอง ในวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมยืนหยัดเคียงข้างทั้งสองครอบครัว รวมถึงทุกครอบครัวของผู้ถูกบังคับให้สูญหายในการเดินหน้าเรีกยร้องความเป็นธรรม และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าครอบครัวทั้งสองจะทราบตัวผู้กระทำความผิดและสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ในที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้กับบุคคลใดได้อีก

Author