‘78’ คนเสียชีวิตจากการถูกทับซ้อนในรถบรรทุกกว่าหกชั่วโมง

‘7’ คนเสียชีวิตจากการถูกยิงด้วยอาวุธปืนในที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุม

‘85’ ครอบครัวสูญเสียพ่อ สามี พี่ชาย น้องชาย

‘1,000’ กว่าคนที่เหลือรอด สูญเสียชีวิตที่เคยมีไปตลอดกาล

‘20’ ปีที่เงียบงัน นับจากนี้ความจริงจะไม่เงียบอีกต่อไป

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 เกิดเหตุการณ์การสลายการชุมนุมหน้าสภ.ตากใบ ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทั้งเสียชีวิตจากอาวุธปืนทันทีที่หน้าโรงพักตากใบ และที่เสียชีวิตจากการขนย้ายระหว่างการควบคุมตัว  ในขณะที่เหตุการณ์ได้ผ่านมาเกือบ 20 ปี ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่กว่า 1,300 คน ยังคงต้องทนทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์ความรุนแรงสะเทือนขวัญและการสูญเสียที่เกิดขึ้น และแม้ครอบครัวผู้เสียชีวิตส่วนหนึ่งจะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐไปแล้ว แต่ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตยังคงรอที่จะได้ทราบถึงความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง แต่เรื่องกับเงียบหาย

มูลนิธิผสานฯ ชวนย้อนอ้านถ้อยคำแถลงจากตัวแทนครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบ ที่ได้แถลงต่อศาลจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 การแถลงในขณะนั้น เพื่อคัดค้านการขอเลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องออกไป เนื่องจากต้องการให้การไต่สวนมูลฟ้องดำเนินต่อไปจนเสร็จสิ้นเพราะผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ตากใบรอคอยความยุติธรรมมานานเกินควร

การไต่สวนมูลฟ้อง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 และเสร็จสิ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ก่อนที่ต่อมา ในวันที่ 23 สิงหาคม 2567 ศาลจังหวัดนราธิวาสรับฟ้องคดีอาญาตากใบ ส่งผลให้อดีตเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง 7 คน จากทั้งหมด 9 คนที่ประชาชนยื่นฟ้อง ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาทันที หลังครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ตากใบ โจทก์ทั้ง 48 คน ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 

ผู้แถลงคนที่ 1 สูญเสียพี่ชายจากเหตุการณ์ตากใบ แถลงคัดค้านต่อศาลมีใจความส่วนหนึ่งว่า “ขอคัดค้านการเลื่อนการพิจารณาคดี ชาวบ้านเดินทางมาศาลทุกครั้งด้วยความยากลำบาก และมีค่าใช้จ่ายหลายบาท ตนคิดวนเวียนอยู่ตลอดถึงเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ปฏิบัติเหมือนไม่ใช่คนทำให้นอนทับกัน 4-5 ชั้น ที่ติดใจที่สุดคือการตายเป็นเพราะการขาดอากาศหายใจ เมื่อเจ้าหน้าที่เยียวยาและช่วยเหลือส่วนหนึ่งแล้วแต่ก็ไม่เท่ากับชีวิตพี่ชายที่เสียไป ตากใบเป็นบทเรียนของรัฐที่โหดร้ายที่สุดอยาก เป็นประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายที่สุด อยากให้คนกระทำความผิดถูกนำตัวมารับโทษ”

ผู้แถลงคนที่ 2 ผู้รอดชีวิต แถลงคัดค้านต่อศาลมีใจความส่วนหนึ่งว่า “ตอนเกิดเหตุอายุ 19 ปี กำลังเรียนอยู่ (ขณะแลถงผู้แถลงถอดฟันปลอมออก) อยากพูดหลายอย่างแต่พูดไม่ออก หน้าบวมหมด ถูกท้ายปืนทุบตี อยากได้รับความเป็นธรรม เกือบ 20 ปีผ่านมา ความยุติธรรมที่ต้องการคือการได้รับคำขอโทษ อยากรู้ถึงสาเหตุที่ให้คนมานอนทับกันแบบนั้น ตนจำไม่เคยลืมเหมือนเหตุการณ์พึ่งเกิดขึ้น อยากให้ศาลดำเนินคดีเสร็จด้วยความรวดเร็ว นำตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบและรับโทษตามความผิดที่เขาทำ ที่ผ่านมาแม้ได้รับเงินเยียวยามาบ้าง แต่ตัวเงินก็พอช่วยเหลือได้บ้าง แต่หากต้องเลือกจะขอให้ไม่ต้องเกิดเหตุเช่นนี้และไม่มีผู้ใดต้องเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือพิการตลอดชีวิตอีก”

ผู้แถลงคนที่ 3 ผู้รอดชีวิต แถลงคัดค้านต่อศาลมีใจความส่วนหนึ่งว่า “เหมือนเหตุการณ์พึ่งเกิดขึ้นไม่นาน ถ้ามีเหตุความรุนแรงที่ไหนก็ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปจับกุมไว้ก่อนโดยไม่มีหลักฐาน ไม่อยากให้สันนิษฐานเช่นเหตุการณ์ตากใบ ตนอยู่ในเหตุการณ์ตากใบ ถูกยิงจากข้างหลังทะลุมาด้านหน้า ร่างกายมีรอยแผลขนาดใหญ่ (ผู้แถลงเปิดเสื้อให้ดูในห้องพิจารณา) เป็นแผลจากการเจาะเพื่อระบายเลือด”

ผู้แถลงคนที่ 4 ภรรยาของผู้เสียชีวิต แถลงคัดค้านต่อศาลมีใจความส่วนหนึ่งว่า “ตอนเกิดเหตุ ไม่รู้ว่าสามีเสียชีวิตเพราะเหตุอะไร ไม่รู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกต้องกำพร้า รัฐบอกว่าจะดูแล แต่เงินชดเชยไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้ สิ่งที่อยากได้คือรัฐแสดงความรับผิดชอบ ขอโทษต่อประชาชน ทำไมตอนนั้นโหดร้ายกับช้าวบ้านเช่นนั้น”

ผู้แถลงคนที่ 5 ภรรยาของผู้เสียชีวิต แถลงคัดค้านต่อศาลมีใจความส่วนหนึ่งว่า “ตอนนั้นมีลูกเล็ก สามีทำงานเป็นเสาหลัก ที่ผ่านมาชีวิตลำบากมาก อยากให้รัฐออกมาขอโทษ”

ผู้แถลงคนที่ 6 แถลงคัดค้านต่อศาลมีใจความส่วนหนึ่งว่า “ถ้าคดีหมดอายุความก็จะติดค้างอยู่ตลอดไปและอยากให้ตุลาการศาลป็นกลไกในการช่วยเหลือให้ได้ความจริง”

ผู้แถลงคนที่ 7 แถลงคัดค้านต่อศาลมีใจความส่วนหนึ่งว่า “หากปล่อยให้คดีหมดอายุความเท่ากับซ้ำเติมเหตุการณ์ เหตุการณ์ตากใบเป็นเหตุการณ์ที่กระทำโดยเจตนาจากการให้นอนทับกันในขณะอดอาหารในเดือนรอมฎอน ถ้าอยากให้ชาวบ้านไว้ใจ ต้องให้ความยุติธรรม นำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ”

#20ปีตากใบ #คดีอาญาตากใบ

Author