เมื่อวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2567 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับ Asia Justice and Rights (AJAR) และ พิพิธภัณฑ์สามัญชน ร่วมจัดงาน  “ความหวังหลังความเจ็บปวด : วังวนความรุนแรงทางการเมือง ผ่านเรื่องเล่าจากผู้ได้รับผลกระทบผ่านการใช้แนวคิดของ “ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice: TJ)” บรรยกาศตลอดสองวันเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง นักวิชาการ ตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม และบุคคลทั่วไปที่สนใจ มาร่วมนำเสนอรับฟังแลกเปลี่ยนผ่าน 1 ปฐกถา 1 งานนิทรรศการ 2 งานวิจัย และ 5 เวทีเสวนา 

“การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยเรามี นิติธรรม ใช้กฎหมายเป็นส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันเราพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ดำเนินการตามนิติธรรม ไม่ดำเนินการให้คนได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข นำมาสู่ความเจ็บปวดความเดือดร้อนของเราตลอดที่ผ่านมา”

“กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 27 วรรคสาม เขียนไว้ชัดเจนว่าการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมทำไม่ได้ การเลือปฏิบัติโดยความเชื่อทางศาสนาทำไม่ได้ การเลือกปฏิบัติโดยความคิดเห็นทางการเมืองทำไม่ได้ แต่เราก็พบว่ามีการเลือกปฏิบัติในเรื่องเหล่านี้จำนวนมาก การเลือกปฏิบัติที่ร้ายแรงที่สุดคือการกำจัดเขาออกไป ไม่ว่ากำจัดโดยไม่อยู่ หรืออยู่ในพื้นที่ควบคุมเช่นในคุก”

“พวกเราเจ็บปวดกับเรื่องเหล่านี้จำนวนมาก คนที่มาร่วมงานในวันนี้ผมเชื่อว่าเราเจ็บปวดกับเรื่องเหล่านี้ และเราไม่ใช่จะมีความหวังหลังความเจ็บปวด แต่เป็นความหวังที่เรามีขณะที่เราเจ็บปวดนี่แหละ และก็คงจะอยู่ในสำนึกของความเจ็บปวดของเราไปเรื่อยๆ แต่ความเจ็บปวดเหล่านี้จะบรรเทาได้อย่างไร หนึ่งในการเยียวยาที่ดีที่สุดคือให้ความเจ็บปวดเหล่านี้เป็นบทเรียน ให้สังคมต้องเรียนรู้เรื่องเหล่านี้” นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวเปิดงาน

Author