วันนี้ (27 พฤษภาคม 2567) เวลา 9.30 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ นัดตรวจพยานหลักฐาน โดยเป็นนัดตรวจพยานโดยศาล ในวันนี้พนักงานอัยการอ้างส่งเอกสารเป็นสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนฝ่ายอัยการขอให้ศาลสืบพยานบุคคล 19 ปาก โจทก์ร่วมขอให้ศาลสืบพยานบุคคล 8 ปาก และจำเลยขอให้ศาลสืบพยานบุคคล 14 ปาก โดยจากการตรวจสำนวนในคดี ศาลจึงเห็นสมควรนัดสืบพยานโจทก์ 6 ปาก และสืบพยานโจทก์ร่วม 5 ปาก สำหรับพยานจำเลยทั้งสอง 10 ปาก ในคดีหมายเลขดำที่ ปท. 1/2566 ในข้อหาร่วมกันกระทำการโหดร้ายฯ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 กรณีพลทหารกิตติธร เวียงบรรพตเสียชีวิต หลังเข้ารับการฝึกทหารเกณฑ์ ผลัดที่ 1/66 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย โดยศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 กำหนดนัดสืบพยานโจทก์และโจทก์ร่วม 11 ปาก ในวันที่ 10 – 13 กันยายน 2567 และกำหนดนัดสืบพยานจำเลยทั้งสอง 10 ปาก ในวันที่ 17 – 18 กันยายน 2567

คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์ พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต ทหารเกณฑ์พลัดที่ 1/66 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย เข้ารับการเกณฑ์ทหารตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ภริยาได้เดินทางไปรับพลทหารกิตติธรและพบว่ามีอาการอิดโรย ตัวซีด ไข้ขึ้น มีอาการร้อนและหนาวสลับกัน ซึ่งจากการสอบถามของญาติแจ้งว่าพลทหารกิตติธร มีอาการป่วยมาหลายวันและพยายามขอให้ทางค่ายส่งมารักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ภริยาของพลทหารกิตติธรเห็นอาการของพลทหารกิตติธรหนักมาก จึงยืนกรานขอให้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชในระหว่างวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2566 ก่อนที่พลทหารกิตติธรเสียชีวิตในวันที่ 16 กรกฎาคม 2566 ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ด้วยภาวะคือติดเชื้อในกระแสเลือด ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการ ได้สั่งฟ้องครูฝึก 2 นาย ยศร้อยโทรและจ่าสิบโท เป็นผู้รับผิดชอบการฝึกพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต คดีหมายเลขดำที่ ปท.1/2566 ในข้อหาร่วมกันกระทำการโหดร้ายฯ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา ศาลได้นัดสอบคำให้การจำเลย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 โดยจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ทนายความของครอบครัวพลทหารกิตติธร ได้ยื่นคำแถลงคัดค้านคำร้องของจำเลยทั้งสองของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ในประเด็นต่าง ๆ ว่า การอ้างการฝึกวินัย หรืออยู่ในภาวะสงคราม จะเป็นข้ออ้างหรือข้อยกเว้นที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทหาร หรือเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ กระทำการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงต่อประชาชน อาทิ การกระทำทรมาน การกระทำย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการกระทำให้บุคคลสูญหายย่อมกระทำมิได้ และการให้ศาลทหารพิจรณาคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ทหาร ย่อมสร้างความไม่ไว้วางใจให้กับญาติผู้เสียชีวิต ส่งผลให้ญาติไม่สามารถเข้าถึงความเป็นธรรมได้อย่างเต็มที่
ต่อมาในเวลา 13.30 น. ทนายความและครอบครัวพลทหารกิตติธร เดินทางเข้าไปพบกรมคุ้มครองสิทธิ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 โดยทางเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องได้มีการสอบข้อเท็จจริง และแจ้งว่าหลังจากการสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการส่งเรื่องไปยังสำนักงานยุติธรรม จังหวัดเชียงราย เนื่องจากเป็นพื้นที่เกิดเหตุ โดยจะใช้เวลาในการประชุมเพื่อหารือกับคณะกรรมการประมาณ 30 วัน เมื่อได้ผลการวินิจฉัยจากคณะกรรมการจะดำเนินการเยียวยาครอบครัวพลทหารกิตติธร ภายใน 45 วัน
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมกันติดตามคดีนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าพลทหารกิตติธรและครอบครัวที่เดินหน้าต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมจะได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริงและได้รับการชดใช้เยียวยา รวมถึงสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นกับพลทหารเกณฑ์คนใดได้อีก และยุติวัฒนธรรมลอยนวลของเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างเป็นจริง

![[PR]ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ กรุงเทพ รับทำการสอบสวน กรณีครูสั่งให้นักเรียนลุกนั่งจนกล้ามเนื้อสลาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์-น้องสาวสยาม ธีรวุฒิ เข้าให้การต่ออัยการ กรณีสยาม ธีรวุฒิ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/01/21-1-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


