วันนี้ (4 เมษายน 2567) เวลา 09.30 น. พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ในฐานะโจทก์ ผู้รับมอบอำนาจและผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดาและบุตรของบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ พร้อมทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เดินทางมายังศาลแพ่ง รัชดาภิเษก เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นจำเลย กรณีเจ้าหน้าที่ภายในสังกัดของจำเลย กระทำละเมิดต่อชีวิตร่างกายของบิลลี่ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ศาลแพ่งรับฟ้อง เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ 1459/67 และนัดชี้สองสถานนัดแรกในวันที่ 10 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น.
ในวันเดียวกันนี้ ครอบครัวบิลลี่ได้ยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล เนื่องจากคดีดังกล่าวครอบครัวบิลลี่ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน อาทิ ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาเรียกร้องความเป็นธรรม ค่าเสียหายต่อสิทธิ เสรีภาพและชีวิต ค่าเสียหายต่อจิตใจ ค่าขาดแรงงานในครัวเรือน และค่าขาดไร้อุปการะ รวมเป็นเงินต้นกว่า 26 ล้านบาท ครอบครัวของโจทก์ได้แถลงต่อศาลแพ่งแพ่งในทำนองว่า แม่บิลลี่ และบุตรของบิลลี่ มีฐานะยากจน ต้องขาดเสาหลักของครอบครัวไป ทำให้ไม่มีรายได้อื่นได้เพียงพอที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมศาลได้ และหากศาลไม่อนุญาต ย่อมทำให้โจทก์ทั้งเจ็ด ไม่สามารถฟ้องคคีต่อศาลและไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. ศาลแพ่งมีคำสั่งว่า พิเคราะห์จากคำร้องและพยานหลักฐานที่โจทก์ทั้งเจ็ดยื่นมาพร้อมคำร้องประกอบคำฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีของโจทก์ทั้งเจ็ดมีเหตุผลอันสมควรที่จะฟ้องร้องและโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นคนไม่มีทรัพย์สินำอจะเสียค่าธรรมเรียมศาล จะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร เมื่อพิจารณถึงสถานะของโจทก์ทั้งเจ็ดจึงอนุญาตให้โจทก์ทั้งเจ็ดได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล
.

มึนอ พิณนภา พฤกษาพรรณ ผู้รับมอบอำนาจของมารดาบิลลี่ และผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์รวม 7 คนในการฟ้องคดีแพ่งในวันนี้ กล่าวถึงการเดินทางมายื่นฟ้องในวันนี้ว่า “อยากจะได้รับความยุติธรรม คนทั้งคนหายไป ต้องมีเหตุอะไรซักอย่างแน่นอน ต้องมีใครสักคนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ”
.

เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว นับแต่วันที่ 17 เมษายน 2557 ที่นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง “บางกลอย-ใจแผ่นดิน” ได้ถูกจับกุมและควบคุมตัวไปโดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในขณะนั้นกับพวก หลังจากนั้นไม่มีใครทราบชะตากรรมของบิลลี่อีกเลย จนกระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และอัยการ ได้ร่วมกันติดตามสอบสวนคดีดังกล่าวจนได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมอันเชื่อได้ว่ากลุ่มเจ้าหน้าที่อุทยาน ฯ ที่จับกุมบิลลี่ไปนั้นได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อบิลลี่ ในคดีร่วมกันฆาตรกรรมอำพรางโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ปัจจุบันมารดาและครอบครัวของบิลลี่ ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และยังไม่ได้รับการเยียวยาต่อการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้สังกัดของจำเลย ทั้งยังไม่มีการขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ อีกด้วย มารดาและบุตรของบิลลี่ จึงมีความประสงค์ยื่นฟ้องต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อให้ช่วยกำชับและตักเตือน เจ้าหน้าที่ภายในสังกัดของตนให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
.

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมกันติดตามคดีนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าบิลลี่และครอบครัวที่เดินหน้าต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมมาอย่างยาวนานจะได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริงและได้รับการชดใช้เยียวยา รวมถึงสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นกับนักสิทธิมนุษยชนหรือคนใดได้อีก และยุติวัฒนธรรมลอยนวลของเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างเป็นจริง


![[PR]22 มิ.ย. 69 ศาลฎีกาอนุญาตให้ผู้ร้องฎีกาและรับฎีกาไว้พิจารณา กรณีขอให้ไต่สวนการใส่โซ่ตรวนจำเลย 13 คน ในคดีทรมาน](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87_20260624_152446_0000.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกทหาร 10 ปี 8 เดือน กรณียิงชาวบ้านตาย 3 ราย ที่เขาตะเว จ. นราธิวาส](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/18-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าคดีอุ้มหาย-ปฏิบัติโหดร้าย “ลุงเปี๊ยก” อัยการนัดสั่งฟ้องผู้ต้องหา 22 ก.ค. 69 ณ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 2](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/16-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ครอบครัวพลทหารพฤษภา เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อ กมธ. การทหารกรณีพลทหารพฤษภาเสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหาร](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/5-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)