ใบแจ้งข่าว ขอให้มีการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นอิสระ นำคนผิดมาลงโทษ กรณีนายอนัน เกิดแก้ว ผู้ต้องหาเสียชีวิตปริศนาหลังสอบสวน 3 วัน
กรณีการเสียชีวิตของนายอนัน เกิดแก้ว ตกเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ว่าเสียชีวิตหลังการจับกุมและสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ต่อมาญาติได้รับโทรศัพท์แจ้งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ว่านายอนัน เกิดแก้วเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยไม่แจ้งสาเหตุ เมื่อญาติเดินทางไปก็พบว่านายอนัน ถูกทำร้ายร่างกาย บาดเจ็บสาหัส ไม่สามารถสื่อสารได้ และต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558
พันตำรวจตรีศิริวัฒน์ เรียมศิริ พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันว่าได้ร่วมกับพนักงานอัยการ พนักงานฝ่ายปกครอง แพทย์ตรวจชันสูตรพลิกศพ (Inquest) นายอนัน เกิดแก้ว แล้ว โดยระบุว่า “ตามร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้าย” โดยพนักงานสอบสวนได้ระบุเป็นสำนวนชันสูตรพลิกศพที่ 818/2558 และญาติได้รับหนังสือรับรองการตายออกโดยโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ระบุว่า “สมองบาดเจ็บรุนแรงจากการเหวี่ยงตีกระแทกที่ศีรษะ”
ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อป้องกันและต่อต้านการซ้อมทรมาน มีความเห็นว่า การเสียชีวิตของนายอานัน เกิดแก้ว มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดจากการซ้อมทรมานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายในประเทศ แล้ว ยังเป็นการละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีและมีพันธะผูกพันต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 ดังนั้นจึงขอเรียกร้องต่อทางราชการให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
- ศพนายอนันจะต้องมีการผ่าพิสูตรศพ (Autopsy) โดยแพทย์นิติเวชที่มีหน้าที่ในทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด เนื่องจากถือว่าเป็นกรณีที่การตายเกิดขึ้นในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 การผ่าพิสูจน์ศพจะทำให้ทราบสาเหตุการตายที่ชัดเจนถูกต้องตามหลักการทางนิติเวช และย่อมจะทำให้คดีชันสูตรศพ 818/2558 ในชั้นศาลซึ่งเป็นการแสวงหาสาเหตุการตายและผู้ที่ทำให้ตายครบถ้วนชัดเจนตามขั้นตอนของกฎหมายกำหนดเพื่อใครทราบว่าใครเป็นผู้ทำให้ตาย โดยญาติสามารถแต่งตั้งทนายความเป็นผู้ซักถามได้ในขั้นตอนคดีไต่สวนการตายในชั้นศาล
- ประเทศไทยในฐานะภาคีของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ จะต้องดำเนินคดีเพื่อลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดโดยไม่ละเว้น อย่างไรก็ดีญาติมีสิทธิที่จะร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญาเพื่อนำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนั้นรัฐบาลไทยต้องเร่งออกกฎหมายอนุวัติการเพื่อนำพันธกรณีตามอนุสัญญามาปฏิบัติให้ได้ผลยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการกำหนดให้การทรมานเป็นความผิดทางอาญา
- การสืบสวนสอบสวนกรณีการเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัว ต้องดำเนินการโดยอิสระปราศจากการแทรกแซงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อาจเกี่ยวข้อง หรือการใช้อิทธิพลใดๆในการบิดเบือนคดี ทั้งจะต้องย้ายหรือพักราชการเจ้าหน้าที่ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการซ้อมทรมานดังกล่าว
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไม่ใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนคดีโดยการซ้อมทรมานอีกต่อไป จัดการฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่มีความเข้าใจและสำนึกว่าวิธีการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่อาจยอมรับได้ ทั้งจะต้องมีการลงโทษทางวินัยและทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดรวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่ละเลยปล่อยให้มีการซ้อมทรมานโดยไม่มีการละเว้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ โทร. 02-6934939 และทนายความณัฐาศิริ เบิรก์แมน โทร 02-693-4939
![[PR]ศาลอุบลราชธานีมีคำสั่งให้วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลสาบสูญ หลังถูกบังคับสูญหายที่กัมพูชา เมื่อปี 2563](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/22-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าคดีปฏิบัติโหดร้าย – อุ้มหาย “ลุงเปี๊ยก” ศาลนัดสืบพยาน จำเลยตำรวจ 7 คน ขึ้นเบิกความต่อศาล](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/16-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 2 นัดตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน กรณี “ลุงเปี๊ยก” ถูก จนท. ตำรวจ อุ้ม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/14-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ไร้วี่แวว! สตช. ยังไม่จ่ายค่าเสียหายกว่า 4 ล้าน กรณีทรมานฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เมื่อปี 52](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/9-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลปราจีนฯ ชี้ พลทหารเพรชรัตน์ เสียชีวิตจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ แม้พยานยันมีการทำร้ายร่างกาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/1-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)