เผยแพร่วันที่ 25 กรกฎาคม 2558
ใบแจ้งข่าว
เชิญนักข่าวทำข่าว ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรมยื่นฎีกา
กรณีนักศึกษาถูกฟ้องคดียาเสพติด-จำเลยอ้างถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม
ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2558 เวลา 14.00 น. ณ ศาลจังหวัดมีนบุรี ทนายความและบิดามารดาของนายกฤษณะ พงษ์ทอง จำเลยที่ถูกฟ้องว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 100/1 และ 102 มีกำหนดจะร่วมกันเดินทางไปยื่นฎีกาคดีนี้ต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมที่ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการเพื่อยื่นฎีกาขอเรียนเชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจร่วมสังเกตการณ์การยื่นฎีกาในครั้งนี้ตามวันและเวลาดังกล่าว
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 กพ 2556 ในเวลาที่ถูกจับและดำเนินคดีนั้น นายกฤษณะ พงษ์ทอง เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่สี่ สาขาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งและอยู่ระหว่างการสอบปลายภาคเทอมสุดท้าย ก่อนจบปริญญาตรี มีประวัติจากทางมหาวิทยาลัยว่าเป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อยและเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยจัดอย่างสม่ำเสมอ โดยได้รับใบประกาศนียบัตรหลายอย่าง มีเกรดเฉลี่ยสะสม 3.03 ซึ่งหากไม่ถูกจับดำเนินคดีนี้ก็จะมีโอกาศเรียนจบตามกำหนดได้รับเกียรตินิยมด้วย ขณะนี้นายกฤษณะ พงษ์ถูกคุมขังร่วมแล้ว 2 ปี 5 เดือนคือถูกสั่งขังระหว่างการพิจารณาตั้งแต่ชั้นการสอบสวนของพนักงานตำรวจโดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด เสียโอกาสในการแสวงหาข้อเท็จจริงในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ที่ผ่านมาแม้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2552 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท จำเลยอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยจำเลยได้ปฎิเสธข้อกล่าวหายืนยันความบริสุทธิ์ตั้งแต่ต้นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่คำฟ้องอ้างถึง อีกทั้งครอบครัวของจำเลยก็ได้ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้จำเลยตลอดมาทั้งจากหน่วยงานรัฐและสื่อมวลชนหลายแห่ง
ล่าสุดนายกฤษณะ พงษ์ทองได้ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพให้ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯได้ประสานเรื่องราวร้องทุกข์ของจำเลยพร้อมผู้ต้องขังอื่นอีก 19 รายไปยังสำนักงานจเรตำรวจเพื่อดำเนินการตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการแจ้งผลการดำเนินการตรวจสอบดังกล่าว
เมื่อมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับการร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจาก นายกมล พงษ์ทองว่าบุตรชายของตนถูกจับดำเนินคดียาเสพติดและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวน โดยคดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษาแล้วและคดีอยู่ระหว่างฎีกา มูลนิธิฯพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้จำเลยและครอบครัวมีฐานะยากจนและเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงสมควรให้ความช่วยเหลือทางคดีโดยไม่คิดมูลค่าทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้จำเลยได้มีโอกาสได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยเปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที และมูลนิธิฯได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของมูลนิธิฯ
ทีมทนายความผู้ได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือคดีนี้ได้ทำการแสวงหาพยานหลักฐาน สอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบและบันทึกภาพสถานที่ที่จำเลยถูกจับกุมตัวในสภาวะเวลาที่ใกล้เคียงกับวันที่จำเลยถูกจับกุมตัวที่สุด โดยได้ใช้ประกอบในการร่างฎีกาซึ่งขณะนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยทนายความและบิดามารดาของจำเลยได้เดินทางไปยื่นฎีกาคดีนี้ต่อศาลจังหวัดมีนบุรีตามวันและเวลาดังกล่าว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน (ทนายความ) 085-120-8077
นางสาว จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว(ทนายความ) 083-907-2032

![[PR]ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ กรุงเทพ รับทำการสอบสวน กรณีครูสั่งให้นักเรียนลุกนั่งจนกล้ามเนื้อสลาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์-น้องสาวสยาม ธีรวุฒิ เข้าให้การต่ออัยการ กรณีสยาม ธีรวุฒิ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/01/21-1-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


![[PR]อัยการสูงสุดสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม กรณียุติการสืบสวนเหตุชัชชาญ บุปผาวัลย์ ถูกอุ้มหาย – ฆาตกรรม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2025/12/24-12-68-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)