ประเทศไทย
10 กรกฎาคม 2558
โฆษกประจำข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการที่ทางการไทยผลักดันบุคคลอย่างน้อย 109 คน รวมทั้งผู้หญิง 20 คน ซึ่งเข้าใจว่าเป็นชาวอุยกูร์ กลับไปยังประเทศจีนโดยไม่สมัครใจ ชาวอุยกูร์จำนวน 109 คนนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชาวอุยกูร์มากกว่า 350 คน ที่ถูกควบคุมตัวในสภาพที่ย่ำแย่ในสถานที่คุมขังของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในหลายแห่งในประเทศ ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม 2557 เมื่อชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ถูกจับกุมหลังจากออกจากประเทศจีนเพื่อเดินทางไปยังประเทศตุรกี แม้ประเทศตุรกีจะแสดงความเต็มใจที่จะรับชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ไว้ในประเทศของตน แต่มีเพียง 172 คนจากกว่า 350 คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางต่อไปยังประเทศตุรกีเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยังมีชาวอุยกูร์อีกประมาณ 60 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศไทย
ชาวอุยกูร์ที่ถูกผลักดันกลับโดยไม่สมัครใจกลุ่มนี้เผชิญความเสี่ยงอย่างสูงที่จะถูกทรมาน ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการห้ามผลักดันกลับโดยไม่สมัครใจ (non-refoulementprinciple) ซึ่งรับรองไว้ในมาตรา 3 ของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรี ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก การส่งชาวอุยกูร์กลุ่มนี้กลับไปประเทศจีนทำให้ประเทศไทยละเมิดต่อพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ผู้เสนอรายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรี แสดงความกังวลไปยังรัฐบาลไทยหลาย ๆ ครั้ง ว่าการผลักดันบุคคลกลุ่มนี้กลับไปประเทศจีนจะถือได้ว่าเป็นการผลักดันกลับโดยไม่สมัครใจและทำให้พวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกกระทำทรมานหรือได้รับการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี
เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยให้หลักประกันว่าชาวอุยกูร์จำนวน 60 คน ที่ยังอยู่ในความควบคุมตัวของไทยจะได้รับการคุ้มครอง และประกันว่าจะไม่มีการผลักดันบุคคลกลับ รวมทั้ง ผู้ที่เข้าข่ายเป็นผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาที่พักพิงไปยังประเทศที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงรวมถึงถูกทรมาน
เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยติดตามการผลักดันกลับบุคคลกลุ่มนี้และดำเนินการภายใต้อำนาจที่มีเพื่อประกันว่าบุคคลกลุ่มนี้จะได้รับการปฏิบัติตามมาตรฐานกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
เราเรียกร้องให้ทางการจีนประกันว่าบุคคลกลุ่มนี้ที่ถูกส่งตัวข้ามแดนจะได้รับการปฏิบัติที่เป็นไปตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดและอนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศเข้าพบบุคคลที่ถูกผลักดันกลับโดยไม่สมัครใจ
เรายังขอเรียกร้องให้ทางการจีนปล่อยตัวพวกเขาหรือตั้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลโดยทันที ที่พบว่ามีหลักฐานอย่างเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าพวกเขาได้กระทำความผิดที่เป็นที่ยอมรับในระดับระหว่างประเทศว่าเป็นคดีอาญา และคดีความดังกล่าวควรจะต้องถูกนำมาไต่สวนโดยเป็นไปตามหลักการระหว่างประเทศด้านการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม

![[PR]ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ กรุงเทพ รับทำการสอบสวน กรณีครูสั่งให้นักเรียนลุกนั่งจนกล้ามเนื้อสลาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์-น้องสาวสยาม ธีรวุฒิ เข้าให้การต่ออัยการ กรณีสยาม ธีรวุฒิ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/01/21-1-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


![[PR]อัยการสูงสุดสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม กรณียุติการสืบสวนเหตุชัชชาญ บุปผาวัลย์ ถูกอุ้มหาย – ฆาตกรรม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2025/12/24-12-68-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)