มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ และเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานีจัดส่งรายงานคู่ขนาน เกี่ยวกับพื้นที่ขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย ตามข้อบทที่ 10 การคุ้มครองครอบครัว แม่และบุตร สถานการณ์ของครอบครัวและบุตรของผู้ถูกกักตัว และข้อบทที่ 12 สิทธิที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิต สถานการณ์ของสุขภาพจิตของผู้เสียหายจากการทรมาน ต่อคณะกรรมการกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม องค์การสหประชาชาติ โดยมีข้อเสนอให้ให้รัฐบาลช่วยเหลือครอบครัวและบุตรของผู้ถูกกักตัวและผู้ต้องขัง และจัดให้มีการดูแลสุขภาพจิตของผู้เสียหายจากการทรมาน
สืบเนื่องจากที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมโดยการภาคยานุวัติเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2542 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2542 รัฐภาคีจะต้องเสนอรายงานภายในปีแรก นับจากวันที่กติกามีผลใช้บังคับ และทุกๆ 5 ปี หลังการส่งรายงานฉบับแรก หรือเมื่อได้รับการร้องขอจากคณะกรรมการสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยรัฐบาลไทยได้จัดส่งรายงานฉบับแรกหลังการให้สัตยาบันไปแล้วเป็นเวลา 16 ปี และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ทางคณะกรรมการได้จัดส่งหัวข้อที่ทางภาคประชาสังคมจะนำเสนอต่อกระบวนการ Pre -session ที่ได้จัดมีขึ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 1-5 เดือนธันวาคม 2557 พร้อมกันนั้นได้กำหนดว่าจะมีการทบทวนรายงานและการพิจารณารายงานคู่ขนาน ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในวันที่ 4-5 เดือนมิถุนายน ปี 2558 นี้
โดยทางคณะกรรมการ ESCR จะรับฟ้งการรายงานความก้าวหน้าจากผู้แทนของประเทศไทยและพร้อมกันนั้นก็เปิดโอกาสให้องค์กรภาคประชาชนสังคมทั้งไทยและต่างประเทศหลายองค์กรจัดส่งรายงานคู่ขนาน (shadow report) และร่วมรับฟังการรายงานด้วย ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยมีการถ่ายทอดสดในระบบ Webcast ขององค์กรสหประชาชาติด้วย ในวันที่ 4 มิถุนายนเวลา 15.00 และ ในวันที่ 5 มิถุนายน เวลา 10.00. และ 15.00 น. ณ เวลาท้องถิ่น
รายงานฉบับภาษาอังกฤษสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://tbinternet.ohchr.org/_layouts/TreatyBodyExternal/Countries.aspx?CountryCode=THA&Lang=EN
รายงานฉบับภาษาไทยสามารถ ดาวน์โหลดได้ที่ https://crcfthailand.org/wp-content/uploads/2015/05/submisssion-to-icescr-deep_south-on-3-may-2015-thai-translation.pdf
สรุปข้อเสนอแนะในรายงานคู่ขนานต่อคณะกรรมการกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
องค์การสหประชาชาติ
ข้อ 10 – การคุ้มครองครอบครัว แม่และบุตร
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลัก ไม่ใช่ให้หน่วยงานความมั่นคงเป็นผู้นำ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของเด็กในจังหวัดชายแดนใต้
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรจัดทำโครงการพิเศษสำหรับครอบครัวผู้ถูกควบคุมตัวและบุตรของผู้ต้องสงสัยในคดีก่อความไม่สงบ เพื่อช่วยเหลือให้สามารถเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพ การศึกษา และการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยถือเป็นโครงการหนุนเสริม
- หน่วยงานรัฐทุกแห่งรวมทั้งภาคประชาสังคมและเอ็นจีโอทั้งในพื้นที่ ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ ต้องจัดสรรงบประมาณและความสนับสนุนที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนสามารถพัฒนาวิสัยทัศน์ด้านสันติภาพและการพัฒนาในจังหวัดชายแดนใต้
- ทำให้เกิดพื้นที่และหน่วยงานในพื้นที่ของทั้งชาวมุสลิมและพุทธ เพื่อช่วยให้เด็กและเยาวชนสามารถทำงานร่วมกับรัฐเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของเด็ก และให้พวกเขามีบทบาทในการสร้างสันติภาพ
ข้อ 12 – สิทธิที่จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิต
- สนับสนุนกระทรวงยุติธรรมในการผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. …. ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำโดยกระทรวงยุติธรรม ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบสนองต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานและอนุสัญญาต่อต้านการบังคับบุคคลให้สูญหาย
- สนับสนุนทั้งหน่วยงานภาครัฐ/องค์กรภาคประชาสังคมให้ติดตามการปฏิบัติตามข้อสังเกตเชิงสรุปของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน ซึ่งมีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เกี่ยวกับการสอบสวน การฟื้นฟู และการแก้ปัญหาสำหรับเหยื่อการทรมานทุกคน
- จัดตั้งหรือสนับสนุนให้มีหน่วยงานด้านสุขภาพจิตที่เป็นอิสระสำหรับผู้ถูกควบคุมตัวในจังหวัดชายแดนใต้ และสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคม/เอ็นจีโอในการแก้ปัญหาของผู้ที่รอดชีวิตมาจากการทรมาน/การปฏิบัติที่โหดร้าย เพื่อไม่ให้ถูกข่มขู่และคุกคาม
- สำรวจสถานการณ์เกี่ยวกับเหยื่อการทรมานตามทัณฑสถานและเรือนจำทั่วประเทศ ทั้งผู้ต้องขังที่เป็นผู้ใหญ่และผู้เยาว์ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะในแง่ผลกระทบด้านสุขภาพจิตและจิตวิทยา อันเนื่องมาจากการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการสอบสวน และระหว่างการควบคุมตัว
ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ Tel. 02-6934939





