แถลงการณ์ ขอให้รัฐบาลทบทวนแนวทางจัดตั้งกองกําลังทหารพราน ในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้

เป็นที่ประจักษ์ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงต่อเนื่องนั้นอาสาสมัครทหารพรานมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง และเป็นกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรงในสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555 มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจํานวน ใช้เครื่องยิงกระสุน เอ็ม 79 ยิงใส่ฐานชุดปฏิบัติการ ทหารพราน 4302 หมู่ 3 บ.น้ําดํา ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จากนั้นกําลังทหารพรานได้กระจายกําลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและได้เกิด เหตุทหารพรานยิงรถยนต์กระบะของชาวบ้าน ขณะกําลังเดินทางไปละหมาด ทําให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ตาย 4 ศพ และบาดเจ็บ 4 ราย เป็น ชาวบ้านบ้านตันหยงปุโละ หมู่ 1 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนนําไปสู่การสั่งย้ายกองกําลังทหารพรานจํานวนสองกองร้อยคือชุด ปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4302 และ 4306 เป็นต้น

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตํารวจในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และ คณะกรรมอิสระที่จะจัดตั้งขึ้นสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อหาคําตอบต่อเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว เพื่อให้ผู้กระทําความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผู้เสียหายได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม

นโยบายการจัดตั้งกองกําลังทหารพรานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เท่าที่มีการเปิดเผยข้อมูลพบว่ารัฐบาลโดยกระทรวงกลาโหม กองทัพภาคที่ 4 และกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจัดให้มีประกาศรับสมัครประชาชนชายหญิงอายุ 18-20 ปีเข้ารับการฝึกและ ปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานตั้งแต่ปลายปี 2554 โดยจะมีการเพิ่มจํานวนอาสาสมัครทหารพรานจํานวนกว่า 5000 นาย โดย แบ่งเป็นกองร้อยทหารพรานจํานวนทั้งสิ้น 12 กรม กับอีก 9 หมวดทหารพรานหญิงเป็นหน่วยปฏิบัติการหลักในพื้นที่ควบคู่กับกองพล ทหารราบที่ 15 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารหลัก ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยถึงเหตุผลแต่อย่างไร ว่ากองกําลังทหารพรานจะมียุทธศาสตร์หรือยุทธวิธีอย่างไรในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ฯ

จากความไม่ชัดเจนดังกล่าวมูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการจัดตั้งกองกําลังทหารพรานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยหลักการควรเน้นแนวทางลดกําลังติดอาวุธในพื้นที่แทนการเพิ่มจํานวนกองกําลังในพื้นที่ โดยเฉพาะการรับสมัครพลเรือนชายหญิงอายุ 18-20 ปี เพื่อฝึกอาวุธซึ่งมีหลักสูตรอบรมที่จํากัดกว่าทหารหลักและจัดให้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่มีความซับซ้อนของปัญหาความขัดแย้งและมีบรรยากาศความไม่ไว้วางใจกันสูงในกลุ่มประชากรต่าง ๆ ทําให้การฝึกอาวุธ และการมอบหมายงานที่มีความเสี่ยงต่อพลเรือนฝึกอาวุธและให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครทหารพรานอาจมีความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนและละเมิดต่อการละเมิดกฎหมายในขณะปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งอาจขาดซึ่งประสบการณ์การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และขาดการอบรมเรื่องกฎการใช้อาวุธตามระเบียบปฏิบัติสากลว่าด้วยการใช้กําลังบังคับและอาวุธของเจ้าหน้าที่ที่มีอํานาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Basic Principles on the use of force and firearms by law enforcement officials) ทั้งนี้ทางหน่วยงานระดับนโยบายควรคํานึงถึง ความสูญเสียของบุคคลที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงวัยเยาวชน ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครทหารพรานในพื้นที่ความขัดแย้งเป็นความ สูญเสียที่มิอาจประเมินค่าได้ ฉันใด ความสูญเสียของผู้บริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ที่บกพร่องและขาดซึ่งการกํากับดูแลของ ผู้บังคับบัญชาที่มีประสิทธิภาพก็มิอาจประเมินค่าได้ฉันนั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม นายปรีดา นาคผิว โทร. 02-6934939

Loader Loading…
EAD Logo Taking too long?

Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download [162.00 B]

Loader Loading…
EAD Logo Taking too long?

Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download [162.00 B]

Author