พรุ่งนี้ (16 ตุลาคม 2567) เวลา 9.30 น. สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือพี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ถูกบังคับให้สูญหายในประเทศกัมพูชา และก่อการ บุปผาวัฎฎ์ บุตรชายของนายชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือสหายภูชนะ ผู้ถูกบังคับให้สูญหายและพบเป็นศพบริเวณแม่น้ำโขง ประเทศไทย จะเดินทางไปรัฐสภาเพื่อเข้าให้ข้อเท็จจริงกับคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณีนายวันเฉลิมฯ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 และกรณีขอให้สอบข้อเท็จจริงและค้นหาพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับการบังคับให้สูญหายไป และพบเป็นศพในลักษณะที่ทารุณโหดร้ายต่อชัชชาญฯ เมื่อปี 2561

สืบเนื่องจากวันที่ 24 มกราคม 2567 สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ขอให้สอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวง กรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 โดยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567 นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองถูกลักพาตัวขึ้นรถตู้สีดำบริเวณแม่โขง การ์เดน คอนโดมิเนียม ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งก่อนการถูกบังคับให้สูญหาย นายวันเฉลิม ฯ เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองในประเทศไทย ได้ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา หลังการรัฐประหารโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวก (คสช.) ในปี 2557 ต่อมาพี่สาวและครอบครัวของนายวันเฉลิมฯ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากมารดาของนายวันเฉลิมฯ ได้ออกมาต่อสู้เรียกร้องและยื่นหนังสือต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ที่มีหน้าที่และอำนาจในการสืบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์การบังคับให้สูญหายดังกล่าว อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ อัยการสูงสุด ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย กระทรวงการต่างประเทศ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
และเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ก่อการ บุปผาวัฎฎ์ ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ขอให้สอบข้อเท็จจริงและค้นหาพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับการบังคับให้สูญหาย กรณีนายชัชชาญ บุปผาวัลย์ ที่ประเทศลาว เมื่อปี 2561 โดยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 นายชัชชาญฯ ถูกบังคับให้สูญหายไปพร้อมกับนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และนายไกรเดช ลือเลิศ จนกระทั่งวันที่ 27 ธันวาคม 2561 เวลาเช้า มีคนพบศพของนายชัชชาญฯ ถูกฆ่าและกระทำอย่างโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม บริเวณแม่น้ำโขงฝั่งจังหวัดนครพนม ปัจจุบันการดำเนินการสืบสวนสอบสวนยังไม่มีความคืบหน้า และยังไม่ทราบตัวผู้กระทำผิดแต่อย่างใด
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามการชี้แจงข้อเท็จจริง และติดตามความคืบหน้า เพื่อให้มั่นใจว่า การตรวจสอบและค้นหาความจริง การบังคับให้สูญหายผู้ลี้ภัยทางการเมือง ทั้งสองกรณี ซึ่งมีลักษณะที่น่าเชื่อได้ว่าอาจเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนเพื่อให้สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริงมารับโทษ เพื่อยุติการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง อย่างการบังคับบุคคลให้สูญหาย การทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม และร่วมกันรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีการผลักดันการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โดยเฉพาะกลไกการคุ้มครองและเยียวยาญาติผู้เสียหายให้ได้อย่างแท้จริง


![[PR]CrCF ส่งหนังสือถึงสถานทูตอินโดนีเซีย แสดงความกังวลกรณี “อันดรี ยูนุส” นักปกป้องสิทธิชาวอินโดนีเซียถูกสาดน้ำกรด](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/31-3-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


