26 พ.ย. นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ‘อี ควิน เบดั๊บ’ ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม
พรุ่งนี้ (26 พฤศจิกายน 2568) เวลา 14.00 น. ศาลอุทธรณ์ ถนนรัชดาภิเษก จะอ่านคําพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามและนักเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา หมายเลขคดีแดงที่ ผด.9/2567 ทั้งนี้ ทนายความของนายเบดั๊บเพิ่งจะได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศาลถึงนัดฟังคำพิพากษาดังกล่าวในวันนี้ ซึ่งเป็นเวลาเพียงหนึ่งวันก่อนวันนัด อีกทั้งได้ทราบมาว่าในวันพรุ่งนี้จะไม่มีการเบิกตัวนายเบดั๊บมาศาล แต่ใช้วิธีผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากทางเรือนจำแทน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ขังตัวนายเบดั๊บเพื่อรอการส่งกลับไปรับโทษ แต่ขอให้รอการตัดสินใจของรัฐบาลต่อไป โดยศาลพิจารณาว่าแม้ประเทศไทยจะไม่มีบันทึกข้อตกลงเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันกับประเทศเวียดนาม แต่เมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 9 พบว่าคดีที่นายเบดั๊บถูกพิพากษาในเวียดนามนั้นไม่มีลักษณะเป็นคดีการเมือง ซึ่งจะเข้าเงื่อนไขให้ส่งกลับไปรับโทษได้
นายอี ควิน เบดั๊บ เป็นผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามและนักเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาในกลุ่มชาติพันธุ์ อีกทั้งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มชาติพันธุ์มองตานญาดเพื่อความยุติธรรม (Montagnards Stand for Justice – MSFJ) เพื่อฝึกอบรมกลุ่มชาติพันธุ์มองตานญาดในเวียดนามเกี่ยวกับกฎหมายเวียดนามและกฎหมายระหว่างประเทศ กลไกภาคประชาสังคม และวิธีการรวบรวมและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการประหัตประหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยสาเหตุทางศาสนาต่อสหประชาชาติและนานาชาติ
นายเบดั๊บลี้ภัยมายังประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR ต่อมา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 นายเบดั๊บถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับกุม โดยอ้างว่ามีคำขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนและศาลในประเทศเวียดนามมีคำพิพากษาลงโทษนายเบดั๊บฐานก่อการร้ายจากเหตุจลาจลเมื่อปี 2566 ในจังหวัดดั๊กลัก ซึ่งนายเบดั๊บให้การปฏิเสธว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว และอ้างว่าการเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนของตนตลอดมาโดยเฉพาะเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาของชาวมองตานญาด เป็นการกระทำโดยสงบและไม่ใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด
ปัจจุบันประเทศไทยมีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. 2565 โดยมาตรา 13 ห้ามไม่ให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รัฐขับไล่ ส่งกลับ หรือส่งบุคคลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอีกรัฐหนึ่ง หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกทรมาน ปฏิบัติที่โหดร้ายฯ หรืออุ้มหาย อีกทั้งยังมีหลักการห้ามผลักดันกลับ (Non-Refoulment) ที่เป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ผูกพันรัฐทุกรัฐในโลก
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ขอเชิญชวนสื่อมวลชน ประชาชน และองค์กรภาคประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามผลคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด หรือสามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์ ทั้งนี้ หากศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินให้ส่งกลับ อาจมีความเป็นไปได้ที่นายเบดั๊บจะถูกส่งตัวกลับเวียดนามในวันถัดไป

![[PR]22 มิ.ย. 69 ศาลฎีกาอนุญาตให้ผู้ร้องฎีกาและรับฎีกาไว้พิจารณา กรณีขอให้ไต่สวนการใส่โซ่ตรวนจำเลย 13 คน ในคดีทรมาน](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87_20260624_152446_0000.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกทหาร 10 ปี 8 เดือน กรณียิงชาวบ้านตาย 3 ราย ที่เขาตะเว จ. นราธิวาส](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/18-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าคดีอุ้มหาย-ปฏิบัติโหดร้าย “ลุงเปี๊ยก” อัยการนัดสั่งฟ้องผู้ต้องหา 22 ก.ค. 69 ณ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 2](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/16-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ครอบครัวพลทหารพฤษภา เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อ กมธ. การทหารกรณีพลทหารพฤษภาเสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหาร](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/5-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าไต่สวนการตายคดีพลทหารเพรชรัตน์ สืบพยานผู้ต้องขังร่วมห้อง-อดีต ผบ.-แพทย์นิติเวช](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/25-5-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)