22 ก.ค. 68 สิตานัน ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายฮวดและพยานหลักฐานอื่นๆ ต่ออัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 1
กรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกบังคับสูญหายที่ประเทศกัมพูชา

22 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทยที่ถูกบังคับสูญหายในประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 พร้อมด้วยทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ตลิ่งชัน เกี่ยวกับกรณีที่วันเฉลิมถูกบังคับให้สูญหาย รวมถึงให้การถึงบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการบังคับสูญหายวันเฉลิม เพื่อนำไปสู่การแสวงหาข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งในไทยและนอกราชอาณาจักรที่เกี่ยวข้องกับการบังคับนายวันเฉลิมให้สูญหาย 

พนักงานอัยการได้แจ้งให้สิตานันทราบว่าจะทำหนังสือขอพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีของวันเฉลิมไปยังประเทศกัมพูชา ตามสนธิสัญญาความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (Mutual Legal Assistance Treaty – MLAT)  

กรณีดังกล่าวนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทีมทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด เกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายเคลียง ฮวด ล่ามคนสำคัญของสมเด็จฮุนเซ็นและมีพฤติการณ์หลายอย่างที่แสดงถึงความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่รัฐไทย โดยหลักฐานประกอบด้วยคลิปจากสำนักข่าว AI Jazeera ที่ระบุว่านายเคลียง ฮวด มีความเกี่ยวข้องในการปราบปรามผู้เห็นต่างจากรัฐบาลกัมพูชาในประเทศไทย ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญในการระบุว่ามีผู้สั่งการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าหรืออุ้มเพื่อแลกเปลี่ยนผู้เห็นต่างทางการเมืองระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา วันเฉลิมเป็นหนึ่งในผู้เห็นต่างทางการเมืองกับรัฐบาลไทยในยุคนั้นและถูกเจ้าหน้าที่รัฐไทยติดตามตัวอยู่

กรณีการบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์  เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 โดยมีชายจำนวน 3-4 คน บังคับวันเฉลิมให้ขึ้นรถตู้สีดำ บริเวณหน้าคอมโดมิเนียม ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนั้นวันเฉลิมกำลังคุยโทรศัพท์กับสิตานัน ซึ่งเป็นพี่สาว ซึ่งต่อมาไม่สามารถติดต่อวันเฉลิมได้อีก และไม่ทราบชะตากรรมของวันเฉลิมอีกเลย บัดนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี ที่สิตานันได้ตามหาน้องชาย ผ่านกระบวนการศาล การร้องเรียนต่างๆ รวมถึงกลไกระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชน ร่วมกันติดตามการทำงานแสวงหาพยานหลักฐานของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 1 รวมถึงการทำงานของหน่วยงานรัฐอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงและนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และนำความยุติธรรมมาสู่ครอบครัววันเฉลิมได้ในที่สุด

Author