อัยการสั่งฟ้องนายกสมาคมด้วยใจ ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ กรณีถามเรื่องทหารค้างจ่ายค่าน้ำประปาของมัสยิด
วันนี้ 17 มิถุนายน 2568 อัยการจังหวัดนราธิวาสมีความเห็นสั่งฟ้องอัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ในฐานความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 จากกรณีที่อัญชนาโพสต์ข้อความใน Facebook ตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปามัสยิดของเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้อัญชนาได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสขอให้เลื่อนนัดส่งตัวต่อศาลในเดือนหน้า เนื่องจากเพิ่งได้รับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนในวันนี้ โดยไม่ได้เตรียมหลักทรัพย์ในการประกันตัว (ปล่อยตัวชั่วคราว) และยังมีภารกิจในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ รัฐสภา ที่กรุงเทพฯ
อัญชนาระบุว่า จะได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาว่ากรณีของตนไม่ควรสั่งฟ้องเพราะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน ซึ่งอัยการสูงสุดมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ มาตรา 21 วรรคสอง ที่ว่า “ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าการฟ้องคดีอาญาจะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสําคัญของประเทศ ให้เสนอต่ออัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดมีอํานาจสั่งไม่ฟ้องได้”
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามคำสั่งของพนักงานอัยการ คือเพิ่มข้อหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14(1) ที่มีใจความว่าผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน เป็นความผิด
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพเรือ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ. บาเจาะ จ. นราธิวาส ว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 อัญชนา หีมมิหน๊ะ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “ทำไงดีมัสยิดในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ทวงเงินค่าน้ำประปาจากค่ายทหารที่มาใช้น้ำประปาของมัสยิดเป็นเงิน 20,000 บาท ไม่ได้ ต้องไปร้องเรียนที่ใคร” โดยกองทัพเรืออ้างว่า “การกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้หน่วยทหารของกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่อำเภอบาเจาะดังกล่าวได้รับความเสียหาย”
ต่อมาในวันที่ 14 ตุลาคม 2567 อัญชนาได้เข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหาซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 อัญชนาได้ให้การถึงพยานหลักฐานการโพสต์ซึ่งมีการแก้ไขข้อความที่ถูกต้อง และตรงตามความเป็นจริงโดยเจตนาการกระทําที่สุจริตแล้วว่า “แก้ไขพื้นที่ที่ร้องเรียน ทำไงดีมัสยิดในตำบลบือเระ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ทวงค่าน้ำปะปาจากค่ายทหารที่มาใช้น้ำปะปาของมัสยิดเป็นเงิน 20,000 บาท ไม่ได้ ต้องไปร้องเรียนที่ใคร” และได้โพสต์ขอบคุณฝ่ายทหารด้วยว่า “กรมทหารพรานที่ 44 ได้ชี้แจงมาแล้วคะ ขอบคุณที่ชี้แจงอย่างเร็ว…”
สำหรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีค่าน้ำประปานั้น เฟซบุ๊ก “กรมทหารพรานที่ 44” ได้โพสต์ชี้แจงว่า “ขออนุญาตชี้แจงกรณีน้ำประปา Anchana Heemmina จากกรณีที่มีการร้องเรียนผ่าน Facebook Anchana Heemmina กรณีค่ายทหารค้างชำระค่าน้ำประปา มัสยิด ต.บือเระฯ จำนวนเงิน 20,000 บาท นั้น จากการตรวจสอบเป็นยอดค่าน้ำประปาที่ค้างชำระจริง แต่ทางหน่วยก็ได้มีการทำข้อตกลงและมีการผ่อนชำระให้กับทางมัสยิด เดือนละ 2,000 บ. ตั้งแต่เดือน ต.ค. 66 – พ.ค. 67 (ยังมียอดค้าง 5,326 บ.) เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยน ผบ. ร้อย สำหรับค่าน้ำประปาในรอบปัจจุบัน (พ.ย. 66 – เม.ย. 67) ทางหน่วยได้ดำเนินการจ่ายให้กับทางมัสยิดตามยอดที่ได้ใช้จริงตามรายการใบเสร็จ” ซึ่งการโพสต์ของอัญชนาและทางกรมทหารพรานที่ 44 ดังกล่าว เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

![[PR]CrCF ร้องศูนย์ป้องกันการทรมานฯ จ. ปราจีนบุรี กรณีทหารเสียชีวิตในค่าย และกรณีทหารถูกทำโทษให้ลงบ่อเกรอะ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/24-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]3 ปี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน-อุ้มหาย แม้ความหวังยังคงอยู่ แต่ความยุติธรรม และการเยียวยาอย่างรอบด้านจะเกิดขึ้นจริงเมื่อใด?](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/23-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


![[PR]CrCF ส่งข้อเสนอต่อ CED-WGEID กรณีการบังคับให้สูญหายในบริบทการปราบปรามข้ามพรมแดน หนุนปฏิรูปกฎหมาย-รับรอง OPCAT](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/11-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)