ศาลอาญาสั่งขังอี ควิน เบดั๊บ ไว้เพื่อรอส่งข้ามแดน

ตามพ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน อ้างว่าคดีของศาลเวียดนามไม่ใช่คดีการเมือง

ไม่พิจารณาม. 13 พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหายฯ ที่ห้ามส่งกลับ

วันนี้ (30 กันยายน 2567) เวลาประมาณ 13.10 น. ณ ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา (ถนนรัชดาภิเษก)  ศาลอ่านคำสั่งกรณีสำนักงานอัยการ  สำนักงานต่างประเทศยื่นคำร้องขอให้ส่งนายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) นักปกป้องสิทธิมนุษยชนเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาของชาวมองตาณญาดในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามให้กลับไปรับโทษในเวียดนาม   ในคดีที่นายเบดั๊บถูกฟ้องที่ศาลเวียดนามฐานเป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นายเบดั๊บได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติและไม่ได้อยู่ในประเทศเวียดนาม ทำให้นายเบดั๊บไม่มีโอกาสในการต่อสู้คดีหรือแต่งตั้งทนายความต่อสู้คดี ศาลเวียดนามพิพากษาให้นายเบดั๊บจำคุกเป็นเวลา 10 ปี

ศาลพิจารณาว่าแม้ประเทศไทยจะไม่มีบันทึกข้อตกลงเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน  แต่เมื่อพิจารณาตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 9 พบว่า คดีที่นายเบดั๊บถูกพิพากษาในเวียดนามนั้นไม่มีลักษณะเป็นคดีการเมือง ซึ่งจะเข้าเงื่อนไขให้ส่งกลับไปรับโทษได้ จึงมีคำสั่งให้ขังตัวนายเบดั๊บเพื่อรอการส่งกลับไปรับโทษ แต่ขอให้รอการตัดสินใจของรัฐบาลต่อไป ทั้งนี้ห้ามส่งกลับภายใน  30 วัน หลังจากมีคำพิพากษา 

ณัฐาศิริ  เบิร์กแมน ทนายความของนายเบดั๊บตั้งข้อสังเกตว่า “ศาลอ่านคำพิพากษาฉบับร่างโดยไม่มีรายละเอียดว่าได้รับฟังประเด็นข้อต่อสู้ที่ว่า หากส่งกลับนายเบดั๊บจะเสี่ยงต่อการทรมานฯ โดยเฉพาะประเด็นตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เนื่องจากนายเบดั๊บเคยถูกทรมาน และถูกคุมคามสิทธิเสรีภาพอันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาในเวียดนาม”

ทั้งนี้คดียังไม่ถึงที่สุด ทนายความนายเบดั๊บจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลต่อไป

นัดดังกล่าวเกิดขึ้นในห้องพิจารณาคดีที่ 807 นายเบดั๊บถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมฟังคำสั่ง โดยตลอดการปรากฏตัวนายเบดั๊บต้องใส่กุญแจเท้าที่เท้าทั้งสองข้างตลอดเวลาระหว่างการเดินทางมาศาลและในห้องขังของศาล มีผู้พบเห็นนายเบดั๊บเดินด้วยความยากลำบากบริเวณทางเข้าห้องพิจารณาจนเดินเข้าห้องพิจารณาไป วันนี้ศาลอนุญาตให้เพียงคู่ความเข้าห้องพิจารณา ในส่วนผู้สังเกตการณ์คดีถูกจัดให้เข้าสังเกตการณ์คดีผ่านการถ่ายทอดสดผ่านภาพจอภาพในห้องพิจารณาคดีที่ 701 โดยมีผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ประมาณ 45-50 คน จากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน สถานทูต องค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่จากประเทศเวียดนาม 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ขอเชิญชวนสื่อมวลชน ประชาชน และองค์กรภาคประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามการอุทธรณ์ของทนายความนายเบดั๊บต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่านายเบดั๊บจะไม่ถูกส่งกลับประเทศเวียดนามไปเผชิญอันตราย และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการกดปราบข้ามชาติ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐอย่างเป็นระบบและกว้างขวาง

Author