นับแต่เกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้าสภ.ตากใบ เมื่อปี 2547 เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

คดีในช่วงแรก (2547 – 2555) ประกอบด้วย คดีอาญาแยกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) กรณีผู้เสียชีวิตในการสลายการชุมนุมและ 2) กรณีผู้เสียชีวิตระหว่างการขนย้ายจากตากใบไปไปค่ายอิงคยุทธบริหาร 

กรณี 78 ศพ ผู้เสียชีวิตระหว่างการขนย้ายจากตากใบไปไปค่ายอิงคยุทธบริหาร  คดีชันสูตรพลิกศพใช้เวลาประมาณ 5 ปี เพื่อระบุสาเหตุและพฤติกรรมของผู้ที่ทำให้เกิดการตาย ก่อนที่คดีอาญาเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำความเห็นในปีเดียวกันว่าการที่ผู้ตายทั้ง 78 ราย เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่นั้น “ไม่ได้เป็นผลแห่งการกระทำความผิดอาญา” 

กรณี 7 ศพ ผู้เสียชีวิตในการสลายการชุมนุม คดีชันสูตรพลิกศพไม่ปรากฏคำสั่งศาลในคดีนี้ พบเพียงเลขคดีช. ของสภ.ตากใบ คดีอาญา พนักงานอัยการมีคำสั่งงดการสอบสวนในปี 2549 เนื่องจากไม่พบผู้กระทำความผิด

ขณะเดียวกันภายหลังเหตุการณ์ตากใบ รัฐยังมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วน แต่ต่อมาพนักงานอัยการถอนฟ้อง เมื่อปลายปี 2549  ส่วนคดีแพ่งที่ผู้เสียหายฟ้องรัฐนั้นมีการไกล่เกลี่ยกันในชั้นศาล ในระหว่างนี้ แนวทางหลักของทางการคือการชดเชยเยียวยาด้วยเงินหลายระลอก โดยเงินเยียวยาครั้งใหญ่สุดคือเงินเยียวยาของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ในปี 2555

ตลอดเกือบ 20 ปี การจัดงานรำลึกดำเนินอยู่ทุกปี ทั้งในวันที่ 25 ตุลาคมตามปฏิทินปกติและวันที่ 11 รอมฎอนตามปฏิทินอิสลาม แม้จะได้รับการเยียวยาด้วยเงิน แต่ผู้เสียหายยังคงต้องการให้กระบวนการยุติธรรมทำงานต่อและผู้รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตได้รับการลงโทษ

คดีในช่วงหลังเกิดขึ้นหลังวันรำลึกครบรอบ 19 ปี เหตุการณ์ตากใบ (25 ตุลาคม 2566) มีการทวงถามและนับถอยหลัง 1 ปี ก่อนสิ้นอายุความคดีอาญาในระหว่างการหารือของสภาผู้แทนราษฎรและการจัดกิจกรรมที่ อ.ตากใบในวันเดียวกัน ก่อนที่ทางมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมทำหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดีอาญา 

การประชุมของ กมธ.การกฎหมายฯ นัดแรกในวันที่ 13 ธันวาคม 2566 พบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการต่างไม่ทราบว่าสำนวนคดีและความคืบหน้าล่าสุดเป็นอย่างไร กระทั่งในอีกหนึ่งเดือนถัดมาจึงมีการชี้แจงว่ามีคำสั่งงดการสอบสวนและยุติการดำเนินคดีไปตั้งแต่ปี 2552 

ตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อฟื้นคดีในวันที่ 25 มกราคม 2567 และทำสำนวนขึ้นมาใหม่ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ตำรวจภูธรภาค 9 ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพร้อมให้ความเห็นสั่งไม่ฟ้องจำเลย 8 คน ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ผู้เสียหายจำนวน 48 รายเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 9 คน เนื่องจากไม่มั่นใจว่าการฟื้นคดีของเจ้าหน้าที่จะทันเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลทันก่อนหมดอายุความ คดีดังกล่าวมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องไปแล้วสองนัด โดยศาลจังหวัดนราธิวาสนัดอ่านคำสั่งประทับรับฟ้องในวันที่ 23 สิงหาคม 2567

Author

  • นักเขียนฝึกหัด นักเรียนกฎหมาย และเป็ดที่ทำได้ทุกอย่าง ติดแกลมแต่มีความฝันอยากเป็นนักเล่าเรื่องและนักกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม

    View all posts