วันที่ 23 สิงหาคม 2567 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.578/2567 ศาลจังหวัดนราธิวาสนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา เพื่อตัดสินว่าคดีอาญาตากใบมีมูลและประทับรับฟ้อง หรือว่าจะพิพากษายกฟ้อง ในคดีที่ผู้เสียหาย ได้แก่ ครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ตากใบ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมหน้าสภ.ตากใบเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

อนึ่ง ศาลจังหวัดนราธิวาสมีคำสั่งเห็นสมควรให้ใช้ห้องพิจารณาเพิ่มอีก 2 ห้อง เพื่อถ่ายทอดภาพและเสียงจากห้องพิจารณาที่อ่านคำสั่งหรือคำพิพากษาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หลังทนายความโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ถ่ายทอดการพิจารณาคดีโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฯเพราะจะมีผู้เข้าร่วมรับฟังคดีจำนวนมาก
ก่อนหน้านี้ คดีดังกล่าวได้มีการไต่สวนพยานเมื่อวันที่ 24 – 25 มิถุนายน 2567 และวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 เป็นนัดสุดท้าย ในนัดล่าสุด จำเลยทั้ง 9 คนทราบนัดโดยชอบแล้วแต่ไม่ได้มาร่วมการไต่สวน โดยได้แต่งทนายความเข้ามาในคดีและทนายความของจำเลยทุกคนมาครบในนัดนี้ ในขณะที่จำเลยที่ 8 และ 9 (จำเลยที่ 8 รองผอ.สสส.จชต.หรือกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้และเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น และจำเลยที่ 9 ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสในขณะนั้น) มีพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสเป็นทนายจำเลยว่าความในคดีนี้
คดีนี้ โจทก์ทั้ง 48 คน ประกอบด้วย ลำดับที่ 1-34 เป็นผู้ที่เสียชีวิตจากอาวุธปืนทันทีที่หน้าโรงพักตากใบ 2 คน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 คน รวม3 คน และที่เสียชีวิตจากการขนย้ายรวม 31 คน ลำดับที่ 35-48 เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 9 คน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย จำเลยที่ 1 อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้น จำเลยที่ 2 อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้น จำเลยที่ 3 อดีตผู้บัญชาการพล. ร. 5 ในขณะนั้น จำเลยที่ 4 อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จำเลยที่ 5 อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จำเลยที่ 6 อดีตผู้กำกับสภอ. ตากใบในขณะนั้น จำเลยที่ 7 อดีตรองผู้กำกับสภอ.ตากใบในเวลานั้น จำเลยที่ 8 รองผอ.สสส.จชต. หรือกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้และเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น และจำเลยที่ 9 ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสในขณะเกิดเหตุ ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหา ฆ่าผู้อื่น โดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย ตามมาตรา 288 และ289 (5) ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพฯ ตามมาตรา 309 หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ตามมาตรา 310
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามการดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากรณีเหตุการณ์ตากใบต่อไปอย่างใกล้ชิด ให้มั่นใจว่าจะมีการค้นหาความจริงและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพื่อให้ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับความยุติธรรมและได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม กรณีตากใบส่งผลอย่างมากต่อปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ที่ยืดเยื้อมาตลอดกว่า20 ปี และการฟ้องคดีอาญาในครั้งนี้จะมีความสำคัญยิ่งต่อทิศทางกระบวนการสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
คดีนี้เป็นการทำงานร่วมกันของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาทนายความ

![[PR]CrCF ร้องศูนย์ป้องกันการทรมานฯ จ. ปราจีนบุรี กรณีทหารเสียชีวิตในค่าย และกรณีทหารถูกทำโทษให้ลงบ่อเกรอะ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/24-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]3 ปี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน-อุ้มหาย แม้ความหวังยังคงอยู่ แต่ความยุติธรรม และการเยียวยาอย่างรอบด้านจะเกิดขึ้นจริงเมื่อใด?](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/23-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


![[PR]CrCF ส่งข้อเสนอต่อ CED-WGEID กรณีการบังคับให้สูญหายในบริบทการปราบปรามข้ามพรมแดน หนุนปฏิรูปกฎหมาย-รับรอง OPCAT](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/11-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)