
[PAR Report – TH]
ดาวน์โหลดและอ่านฉบับเต็มได้แล้ววันนี้! งานวิจัย “เราก็อยากได้ความสงบสุขบ้าง”: ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านจากเสียงผู้ได้รับผลกระทบความรุนแรงทางการเมืองและรายงานข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ @Duayjai Group และ @Asia Justice and Rights – AJAR มุ่งเน้นการทำงานเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจให้ภาคประชาสังคงและกลุ่มผู้เสียหายเกี่ยวกับกระบวนการความยุติธรรมในระบะเปลี่ยนผ่านและการสร้างสันติภาพ
โครงการนี้เป็นครั้งแรกที่มูลนิธิฯ ได้นำวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) มาใช้ในการทำวิจัย วิธีการดังกล่าวเป็นกรอบการทำวิจัยและการสร้างองค์ความรู้ที่มีหลักคิดแกนกลางว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการวิจัยมากที่สุดควรมีบทบาทนำในการตั้งคำถาม ออกแบบการวิจัย กำหนดวิธีการและรูปแบบการวิเคราะห์ของโครงการวิจัย โดยงานศึกษาวิจัยนี้มีขึ้นเพื่อเสริมสร้างสันติภาพ และการแสดงความรับผิดชอบในกรณีความแย้งในบริทประเทศไทย กระบวนการนี้ถูกออกแบบเพื่อประเมินความสำเร็จและความล้มเหลวในกระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านและการสร้างสันติภาพในประเทศไทยที่ผ่านมาในอดีต และเพื่อระบุแนวทางที่จะสนับสนุนโครงการริเริ่มเพื่อสันติภาพในอนาคตในระดับท้องถิ่น
วัตถุประสงค์หลักของรายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมชิ้นนี้คือ
- สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและการทารุณกรรมหมู่ในประเทศไทย
- วิเคราะห์ผลกระทบข้ามรุ่นที่ตกกับเยาวชนที่เติบโตท่ามกลางความรุนแรง
- ระบุโครงการริเริ่มเพื่อสันติภาพในปัจจุบันที่ดำเนินการโดยกลุ่มผู้เสียหายและภาคประชาสังคม
- ระบุแนวทางที่จะสนับสนุนโครงการริเริ่มเหล่านี้
- ทบทวนแนวทางการพัฒนากลยุทธ์ของภาคประชาสังคมเพื่อแก้ไขต้นตอความขัดแย้ง
โดยมูลนิธิฯ ทำงานกับภาคประชาสังคมโดยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในจังหวัดอุบลราชธานี กรุงเทพมหานคร และจังหวัดชายแดนใต้ และให้ความสำคัญกับการสื่อสารสองทาง เราชวนให้ผู้เข้าร่วมการวิจัยศึกษาแนวทางของการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) แนวทาง House of Peace (บ้านแห่งสันติภาพ) แนวทางRiver of Life (แม่น้ำแห่งชีวิต) แนวทาง Tree of Peace (ต้นไม้แห่งเสรีภาพ) และแนวทาง Stone and Flower (ก้อนหินและดอกไม้) เรายังดำเนินการวิจัยแบบมีส่วนร่วมกับผู้เข้าร่วมจากทั่วประเทศ ประกอบด้วยผู้ชาย ผู้หญิง LGBTQIA เยาวชนที่เป็นนักกิจกรรมทางการเมือง องค์กร NGO ครอบครัวของผู้เสียหายที่ถูกบังคับให้สูญหาย และผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงของรัฐและการซ้อมทรมาน
สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากผู้เข้าร่วมการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) คือการกดขี่โดยรัฐและการเมืองเรื่องอัตลักษณ์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนความขัดแย้งทั้งในระดับบุคคลและชุมชน
ข้อค้นพบที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือกลไกกระบวนการยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่านในประเทศไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังต้องการมาตรการที่ตรงเป้าหมายมากกว่านี้เพื่อเป็นหลักประกันว่าหลักนิติธรรมจะได้รับการเคารพและป้องกันไม่ให้เกิดการลอยนวลพ้นผิดอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับภาคประชาสังคมมากขึ้นในด้านของการแสวงหาความจริง การเยียวยา
การช่วยเหลือผู้เสียหาย กระบวนการรับฟังและการให้ความช่วยเหลือทางสังคมเพื่อเสริมพลังให้กับผู้เสียหายและกลุ่มที่ช่วยเหลือผู้เสียหายให้สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการระดับชาติ
อ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ทาง (ดาวน์โหลดฟรี):https://drive.google.com/file/d/19D1EX5iEBl2XIdP-Hpdr65j3w5PViOlp/view?usp=sharing

[PAR Report – EN]
Report full version is now available for download! “I Just Want to Live in Peace”:“I Just Want to Live in Peace: Transitional Justice: Voices from Those Affected by Political Violence and Policy Recommendations”
Civil society groups have been actively engaged in both formal and informal transitional justice and peace building initiatives in Thailand. A key area of focus for Cross Cultural Foundation (CrCF), @Duayjai Group and @Asia Justice and Rights – AJAR has
been strengthening civil society, in particular by increasing victims’ understanding of transitional justice and peacebuilding.
This project was the first time that CrCF has applied a participatory approach to research.
The process was designed to evaluate the success and failures of previous peacebuilding and transitional justice mechanisms in Thailand and to identify ways to support localised initiatives for peace into the future. The primary objectives of the PAR were to:
1. Develop an understanding of the impact of systematic conflict and mass atrocities in
Thailand;
2. Analyse the intergenerational impact of this on youth who have grown up amid violence;
3. Identify existing initiatives of victims’ groups and CSOs on peacebuilding;
4. Identify ways to support these initiatives; and
5. Reviewing the ways civil society develops strategies to address the root causes of conflict.
Interactive workshops brought participants together in Ubon Ratchathani, Bangkok and
the Southern Border Provinces to engage in dialogue, using a range of participatory research methodologies. The research was conducted with participants from across the country and included men,women, LGBTQIA+people and youth who are political activists,NGOstaff,family of victims of enforced disappearance and survivors of state violence, including torture.
A key learning from the research was that participants from diverse backgrounds and
experiences saw state oppression and the politics of identity as drivers of conflict at both the
individual level and within communities. Another important finding is that transitional justice
mechanisms in Thailand, in particular in the Deep South, require more targeted measures to ensure the application of the rule of law and prevention of entrenched impunity. It was clear that the national government, CSOs and the international community need to place a much stronger emphasis on working with victims and communities impacted by conflict in order to support truth-seeking, trauma healing and the provision of social support as well as to empower victims.
Read the full version (Available for download):https://drive.google.com/file/d/1WDA-C6KZf-WV-yM0P4-xQdDloAXcPaXs/view?usp=sharing

[รายงาน เปลี่ยนผ่านสู่ความยุติธรรม]
ดาวน์โหลดและอ่านฉบับเต็มได้แล้ววันนี้! งานวิจัย “เปลี่ยนผ่านสู่ความยุติธรรม: ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมืองระหว่างปี พ.ศ. 2557-2566”
.
รายงานฉบับนี้เน้นการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นหลัก อันประกอบไปด้วย การสัมภาษณ์แบบเชิงลึก และการสัมภาษณ์แบบกลุ่ม ผู้เข้าร่วมที่ให้ข้อมูลมีทั้งหมด 18 คน ซึ่งได้แก่นักกิจกรรมในประเด็นเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน การจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ, ญาติของผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมือง, ผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางการเมือง, และผู้ทำงานภาคประชาสังคม ทั้งหมดได้เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองระหว่างปี พ.ศ. 2557-2566 ในช่วงรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา งานชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีต ความรุนแรงที่พวกเขาต้องเผชิญ และข้อเสนอแนะในการยุติความรุนแรงทางการเมือง
.
เพื่อทำความเข้าใจกับความรุนแรงทางการเมืองและผลกระทบที่เกิดขึ้น งานวิจัยฉบับนี้ได้นำทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับสันติภาพและความรุนแรงอย่าง ทฤษฎีสามเหลี่ยมความรุนแรง ของ โยฮัน กัลตุง และแนวคิดความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice) มาใช้ในการศึกษาและรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้ได้รับผลกระทบในการยุติความรุนแรงทางการเมือง เพื่อนำไปแก้ไขในเชิงนโยบายต่อไป
.
อ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ทาง (ดาวน์โหลดฟรี):https://drive.google.com/file/d/19Qf_4334SXPgf0EwmSfM8GHIkX6umbv5/view?usp=drive_link




