วันนี้ (12 กันยายน 2567) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดนราธิวาส นัดสอบคำให้การจำเลยที่ 1, 3, 4, 5, 6, 8, 9 ใน ‘คดีอาญาตากใบ’ เพื่อตรวจพยานหลักฐานและกำหนดนัดวันสืบพยาน จนกระทั่ง 10.30 น. จำเลยทั้ง 7 คนไม่มาศาล ศาลนราธิวาสจึงออกหมายจับจำเลยที่ 3-6 และ 8-9 เพื่อนำตัวมาศาลก่อนหมดอายุความในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 และส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขออนุญาตให้จับจำเลยที่ 1 และหมายเรียกให้จำเลยที่ 1 มาศาลในนัดหน้า วันที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 9.00 น.

คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.578/2567 ที่ผู้เสียหาย ได้แก่ ครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ตากใบ เป็นโจทก์ 48 คน ฟ้องคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมหน้าสภ.ตากใบ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547
ในนัดนี้ ศาลรอจนกระทั่งเวลา 10.30 น. จำเลยทั้ง 7 คนยังคงไม่มาศาล เมื่อสอบถามพนักงานอัยการในฐานะทนายจำเลยที่ 8 และ 9 แถลงว่า หลังจากศาลมีคำสั่งว่าคดีมีมูลก็ไม่ได้รับการติดต่อจากจำเลยที่ 8 และ 9 อีกเลย ศาลให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ติดต่อทนายฝ่ายจำเลยและได้ความในลักษณะเดียวกันว่าหลังจากศาลอ่านคำสั่งว่าคดีมีมูลในนัดที่แล้วก็ไม่ได้รับการติดต่อจากตัวความอีกเลย จึงไม่ทราบความประสงค์ว่าจะให้เป็นทนายความในคดีต่อไปหรือไม่ และจะให้การอย่างไร
ศาลพิเคราะห์แล้วจำเลยทั้งหมดทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง และไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี มีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลยที่ 3-6 และ 8-9 เพื่อนำตัวมาศาลภายในอายุความ 20 ปี คือ ภายในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาลไม่มีอำนาจออกหมายจับเนื่องจากเอกสิทธิ์การคุ้มกันส.ส. ตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง รัฐธรรมนูญไทย ที่บัญญัติว่า “ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทําความผิด” จึงส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขออนุญาตให้จับจำเลยที่ 1 รวมถึงหมายเรียกจำเลยที่ 1 มาศาลในนัดหน้า และมีหนังสือด่วนที่สุดถึงจำเลยที่ 1 แจ้งว่าศาลได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง และขอเชิญให้จำเลยที่ 1 แถลงต่อสภาฯ เพื่อสละความคุ้มกันและมาศาลในนัดหน้าเพื่อเข้าสู่การพิจารณาคดีนี้
ศาลนราธิวาสให้เลื่อนไปนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การจำเลยทั้ง 7 คน ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดนัดวันสืบพยาน กับติดตามผลการจับกุมจำเลยที่ 3-6 และ 8-9 และฟังผลการขออนุญาตจับกุมจำเลยที่ 1 ต่อสภาฯ ในวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 9.00 น.
จำเลยทั้ง 7 คนในดคี ได้แก่ จำเลยที่ 1 พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้น จำเลยที่ 3 พล.อ.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร อดีตผู้บัญชาการพล.ร. 5 ในขณะนั้น จำเลยที่ 4 พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าในขณะนั้น จำเลยที่ 5 พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ในขณะนั้น จำเลยที่ 6 พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกุล อดีตผู้กำกับสภอ. ตากใบในขณะนั้น จำเลยที่ 8 นายศิวะ แสงมณี รองผอ.สสส.จชต. หรือกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้และเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น และจำเลยที่ 9 นายวิชม ทองสงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสในขณะเกิดเหตุ
จำเลยมีมูลความผิดในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 83, 288 ประกอบมาตรา 80, 83 และมาตรา 310 วรรคสองประกอบมาตรา 290 ,83
การฟ้องร้องคดีอาญาเหตุการณ์ตากใบเกิดจากความพยายามของกลุ่มผู้เสียหาย ครอบครัวผู้เสียชีวิต กลุ่มทนายความ และชาวบ้านในท้องที่ ที่ยังคงรอคอยความยุติธรรมมาตลอด 20 ปี มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและ ประชาชนที่สนใจร่วมติดตามนัดหน้าในวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ ศาลจังหวัดนราธิวาส ต่อไปอย่างใกล้ชิดและร่วมจับตาว่าจำเลยทั้ง 7 คนจะมาศาลหรือไม่ ภายในกำหนดอายุความ เพื่อให้มั่นใจว่าสังคมจะได้ร่วมกันค้นหาความจริงและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพื่อให้ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับความยุติธรรมและได้รับการเยียวยาอย่างครอบคลุมและเหมาะสม และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงเช่นนี้กับใครได้อีก
คดีนี้เป็นการทำงานร่วมกันของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาทนายความ





![[PR]อัยการสูงสุดสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม กรณียุติการสืบสวนเหตุชัชชาญ บุปผาวัลย์ ถูกอุ้มหาย – ฆาตกรรม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2025/12/24-12-68-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)