เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2567 ประเทศไทยได้มีความก้าวหน้าในการพยายามค้นหาความจริงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในยุคระบอบคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นครั้งแรก จากความพยายามของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการจัดทำรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีการบังคับสูญหายนักกิจกรรมทางการเมืองที่ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ใน สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งถูกบังคับให้สูญหายและไประหว่างปี 2560 – 2564 จำนวน 9 ราย ได้แก่ อิทธิพล สุขแป้น, วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์, ชัชชาญ บุปผาวัลย์ (เสียชีวิต), ไกรเดช ลือเลิศ, ชูชีพ ชีวะสุทธิ์, กฤษณะ ทัพไทย, สยาม ชีรวุฒิ และวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

รายงานฉบับดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้เสียหายและครอบครัว รวมถึงสาธารณชน ที่จะได้รับทราบความจริงอย่างเป็นทางการจากกสม. ซึ่งเป็นสถาบันสิทธิมนุษยชนและหน่วยงานรัฐ และเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่ยืนยันว่ามีการบังคับสูญหายบุคคลทั้ง 9 คนจริง เพื่อเยียวยาผู้เสียหายและครอบครัว รวมถึงให้รัฐบาล และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้พยานหลักฐานและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ ความพยายามของกสม. ในครั้งนี้ยังมีความสำคัญยิ่งในการเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ที่จะนำทางไปสู่การค้นหาความจริงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากการกระทำของคสช. และพรรคพวกที่เกิดอย่างเป็นระบบและส่งผลอย่างกว้างขวาง
การค้นหาความจริง ควรมุ่งให้เกิดผลในหลายมิติควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง ตามหลักการ ‘ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน’ (Transitional Justice) คือเป็นการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพื่อค้นหาความจริง (Truth Seeking) ทำความเข้าใจกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงที่เกิดขึ้นในอดีตร่วมกันในสังคม เพื่อนำไปสู่กระบวนการเยียวยาในทุกมิติ (Reparations) ที่ไม่จำกัดแต่เพียงการเยียวยาด้วยตัวเงิน แต่ครอบคลุมไปถึงทางด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อฟื้นฟูชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เสียหาย ตลอดจนการดำเนินคดีอาญา เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษในกระบวนการยุติธรรม (Prosecutions) ให้เกิดความเป็นธรรมและให้เกิดการรับผิดชอบต่อสังคม ป้องปรามวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้เกิดขึ้นในสังคมได้ รวมไปถึงการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง (Institutional Reform) ให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขในระดับนโยบาย รวมถึงระบบโครงสร้างขององค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงเช่นในอดีตได้อีกมูลนิธิผสานวัฒนธรรมเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรและเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
มูลนิธิฯ ทำงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน โดยเฉพาะกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยการทรมาน การปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีและการบังคับบุคคลให้สูญหาย อาทิ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, ชัชชาญ บุปผาวัลย์ , สยาม ธีรวุฒิ , และนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เป็นต้น ซึ่งมูลนิธิได้รับรายงานโครงการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลฯเกี่ยวกับการบังคับให้สูญหายและเสียชีวิตของคนไทยทั้ง 9 ราย ฉบับสมบูรณ์ จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อใช้ประกอบการเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับญาติและครอบครัวผู้เสียหายต่อไป มูลนิธิจึงได้สรุปรายงานการจับจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลฯ เกี่ยวกับการบังคับให้สูญหายและเสียชีวิตของคนไทยทั้ง 9 ราย