แถลงการณ์ด่วน ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำวังสะพุงยังคงถูกข่มขู่คุกคามถึงชีวิตเป็นครั้งที่สอง

เราองค์กรที่ร่วมลงนามในท้ายหนังสือฉบับนี้ มีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความปลอดภัยของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด พี่น้องอำเภอวังสะพุง เราทราบว่ามีการคุกคามต่อชีวิตของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ปกป้องชุมชนของตน ซึ่งได้รับกระทบจากการทำเหมืองแร่ในจังหวัดเลยเป็นครั้งที่สอง โดยครั้งแรกในเดือนมิถุนายนปีนี้ มีการจ้างวานมือปืนเพื่อวางแผนสังหารผู้นำชุมชนที่เคลื่อนไหวคัดค้านเหมืองแร่ทองคำ

ล่าสุดหนึ่งวันก่อนที่จะมีการนัดเจรจาระหว่างตัวแทนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำ และตัวแทนของกรรมการบริษัท ทุ่งคำ จำกัด โดยเวลา 19.00 น ของวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา นางวิรอน รุจิไชยวัฒน์ หนึ่งในแกนนำของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด และพึ่งคลอดลูกได้เดือนเศษได้รับโทรศัพท์จากชายลึกลับผู้อ้างว่าเป็นผู้หวังดี แจ้งว่าให้นางวิรอน บอกกับนาย สุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ ซึ่งเป็นสามีและหนึ่งในแกนนำของกลุ่มว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี อย่าให้เคลื่อนไหว

เราเห็นว่าการสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นการข่มขู่คุกคามต่อชีวิตในครั้งที่สองที่เกิดขึ้นกับแกนนำของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้เรามีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแกนนำของกลุ่มที่ยังคงต้องเผชิญภัยคุกคามถึงชีวิตและจะส่งผลกระทบถึงความมั่นคงปลอดภัยของชุมชนในส่วนรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น ขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างบริษัท ทุ่งคำ จำกัด และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มีความตึงเครียดมาก โดยอาทิตย์นี้ระหว่างวันที่ 19 – 22 สิงหาคม 2557 ศาลจังหวัดเลย จะเริ่มพิจารณาคดีอาญาและแพ่งสองคดีที่บริษัทได้ทำการฟ้องสมาชิกของชุมชน จำนวน 33 คน การถูกคุกคามโดยถูกฟ้องคดีความในชั้นศาลนี้ทำให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม

ทั้งนี้เราได้รับการแจ้งจากกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ถึงผลของเวทีเจรจายุติความขัดแย้งเหมืองแร่ทองคำ ระหว่างชาวบ้าน 6 หมู่บ้าน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง กับ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่เกิดขึ้นวันที่ 17 สิงหาคม 2557 ที่วัดศรีสะอาด บ้านห้วยผุก ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย โดยมี พล.ต.วรทัต สุพัฒนานนท์ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบก (ผบ.จทบ.) เลย ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเลย พร้อมด้วยนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พล.ต.ต. ศักดา วงศ์ศิริยานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) เลย นายบรรพต ยาฟอง นายอำเภอวังสะพุง และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง บริษัทมิได้เสนอข้อเสนอที่แตกต่างจากสภาพในปัจจุบัน เพราะขณะนี้กิจการของเหมืองได้ทำการปิดชั่วคราวอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่ชาวบ้านจะถูกทำร้ายจากกองกำลังชายฉกรรจ์ติดอาวุธจำนวนกว่า 300 คนในวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 ชาวบ้านขอให้เหมืองแร่ทองคำเพิกถอนคดีที่เหมืองฟ้องชาวบ้านทั้งเจ็ดคดีเพื่อสร้างบรรยากาศสมานฉันท์ แต่ข้อเสนอดังกล่าวรวมถึงข้ออื่นๆ ถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงจากบริษัท เจ้าหน้าที่ได้สรุปผลการเจรจาจึงไม่มีข้อตกลงใดๆระหว่างทั้งสองฝ่าย และเจ้าหน้าที่จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาดำเนินการเจรจาครั้งใหม่

เราเชื่อว่าชาวบ้านชุมชนวังสะพุงจะยังคงเข้าร่วมการเจรจาที่ฝ่ายรัฐพยายามดำเนินการ ทั้งนี้เพราะชุมชนเองได้รับผลกระทบทั้งในส่วนของผลกระทบจากการดำเนินการของเหมืองและการที่ต้องถูกคุกคามถึงชีวิตอันเนื่องมาจากการใช้สิทธิชุมชนในการต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดและเรียกร้องในสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีตามหลักสิทธิมนุษยชน

ดังนั้นหากมีการแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อันจะเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริงจะส่งผลดีต่อชุมชนและสังคมโดยรวม เราขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเร่งด่วนดังนี้คือ

1. จัดให้มีการดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นอิสระต่อเหตุการณ์การคุกคามต่อชีวิตของ นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ นางวิรอน รุจิไชยวัฒน์ และแกนนำคนอื่นๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและการลงโทษตามหลักมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล และเปิดเผยผลการสอบสวนดังกล่าวต่อสาธารณชน

2. ดำเนินการมาตรการต่างๆที่จำเป็นเพื่อสร้างหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิในชีวิตร่างกายและจิตใจของ นาย สุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ นางวิรอน รุจิไชยวัฒน์ และแกนนำกลุ่มคนอื่นๆรวมถึงครอบครัวของพวกเขา ให้มีความปลอดภัย และมั่นคงซึ่งรวมถึงการบังคับใช้มาตรการการปกป้องคุ้มครองที่มีอยู่แล้วหากมีความจำเป็น

3. ต้องมีการรับประกันว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคนในประเทศจะสามารถดำเนินกิจกรรมและทำหน้าที่ที่ชอบธรรมของการเป็นนักต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนได้โดยปราศจากความหวาดกลัวต่อการถูกตอบโต้และปราศจากการถูกจำกัดใดๆ จากรัฐ
เราขอเรียกร้องให้องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดำเนินการต่อไปนี้คือ

1. ประณามการข่มขู่และคุกคามที่เกิดขึ้นต่อแกนนำ สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด และชุมชนวังสะพุงโดยรวม
2. ต้องรับฟังเหตุผลการโต้แย้งของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงการครอบงำด้วยความเชื่อเพียงด้านเดียวต่อมุมมองของความขัดแย้งซึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรงที่จะกระพือมากขึ้น จนเป็นเงื่อนไขของการใช้ความรุนแรง

ท้ายที่สุดเราขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนทำหน้าที่ของตนให้เที่ยงตรงและให้พื้นที่ที่สำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม

รายนามองค์กรที่สนับสนุนแถลงการณ์นี้

  1. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน)
  2. ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพอีสาน (ศสส.)
  3. เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคอีสาน
  4. กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
  5. ศูนย์สื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
  6. กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี
  7. เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของทรัพยากรแร่ ประเทศไทย
  8. ศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนในลุ่มน้ำชีตอนล่าง
  9. นักศึกษากลุ่มดาวดิน
  10. กลุ่มผู้เดือดร้อนจากเขื่อนราษีไศล สมัชชาคนจน
  11. กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำลำพะเนียง จ.หนองบัวลำภู
  12. กลุ่มลุ่มน้ำโขงศึกษา
  13. กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำโขง อ.ปากชม จ.เลย
  14. ศูนย์ข้อมูลสิทธิชุมชน
  15. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
  16. Protection International
  17. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)

สอบถามราละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ โทร 0981055324

Author