พยานโศกแปลจาก หนังสือ Memories of the Nation

พยานโศก แปลจาก หนังสือ Memories  of the Nation “แม่ที่สูญเสียลูกหนึ่งคนเพียงคนเดียวในสงครามจะสามารถแสดงความโศกเศร้าให้กับโลกใบนี้ได้หรือ” เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน  คำถามนี้เป็นการถกเถียงบนความเจ็บปวดที่เลวร้าย เมื่อปี 1993 ผู้นำรัฐของการร่วมเยอรมันทั้งฝั่งตะวันและฝั่งตกตะวันออกตัดสินใจที่จะอุทิศความทรงจำของเหยื่อสงคราม โดยการสร้างตึกที่มีความเป็นคลาสิคอยู่ใจกลางกรุงเบอร์ลิน พื้นที่ว่างโล่งไม่ได้มีการตกแต่งใดใดมีแต่เพียงปฏิมากรรมขนาดใหญ่ตั้งวางอยู่ตรงกลางห้อง แต่ห้องแสดงนั้นเปิดกว้างถึงท้องฟ้า  ผู้จัดตั้งใจที่จะติดตั้งรูปสลักของผู้หญิงที่อุ้มลูกไร้วิญญาณไว้กลางห้องและให้เป็นเพียงวัตถุสิ่งเดียวในห้องแสดงนั้น  รูปสลักนั้นเป็นงานขยายใหญ่ขึ้นของรูปสลักที่ทำโดย Kathe Kollwitz นักประติมากรรมหญิงคนสำคัญชาวเยอรมัน ปัจจุบันรูปสลักนี้ยังคงส่งเสียงพูดที่เงียบงันให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเบอร์ลินบอกเล่าถึงผลของเหยื่อความรุนแรงจากสงครามนับ 10 ล้านคนที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่20 ชีวิตและความตายของจิตรกรนักปฏิมากรรมและภาพพิมพ์หญิง Kathe Kollwitz  ออกแบบไว้ทำให้เราเห็นที่มาที่ไปของประวัติศาสตร์เปอร์เซีย ชีวิตเธอดำเนินไปอย่างชัดเจนเริ่มตั้งแต่ชัยชนะและการรวมประเทศเยอรมันภายใต้ผู้นำบิสมาร์ค และชีวิตเธอก็อยู่ท่ามกลางความสูญเสียที่เกิดขึ้นหลังปี 1945   เธอเกิดปี 1867 ในเมืองทางด้านตะวันออกสุดของประเทศเยอรมนีในเมืองที่ชื่อว่า Konigsberg  เมืองนี้เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่ Brandenburg แต่งตั้งให้ตัวเองเป็นกษัตริย์ในปี 1701 และ ก็นักปรัชญาชื่อว่า Immanuel Kant ที่ออกแบบแนวคิดปรัชญาของยุโรปก็เกิดที่เมืองนี้ ลูกสาวของนักธุรกิจทางการเมืองและหลานสาวของนักบวช เธอเติบโตมากับเรื่องราวรอบตัวเกี่ยวกับความเป็นธรรมทางสังคม  ทั้งสองส่วนทางด้านศาสนาและความหัวรุนแรงของเธอปรากฏออกมาในงานศิลปะของเธอพร้อมกันทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ และงานศิลปะของเธอก็เป็นหนึ่งในประเทศเยอรมัน เธอและงานของเธอได้เผยแพร่ความอยุติธรรมของสังคมอย่างเป็นระบบออกมาได้ชัดเจน รวมทั้งใช้สัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ในการสะท้อนความเจ็บปวด  งานของ Kathe Kollwitz  มีทั้งการบูชายัญและการไถ่บาปตามหลักการศาสนาไปพร้อมกัน สามีของเธอเป็นหมอให้กับคนยากจนในช่วงปีContinue reading “พยานโศกแปลจาก หนังสือ Memories of the Nation”

จดหมายเปิดผนึกถึง AICHR:เรื่อง: ขอให้มีการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนในอาเซียน เกี่ยวกับการลักพาตัวและการบังคับบุคคลให้สูญหายต่อนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ในกัมพูชาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563

จดหมายเปิดผนึกถึง AICHR คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR) บ้านเลขที่ 299 ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  ประเทศไทย 4 ตุลาคม 2563 เรื่อง: ขอให้มีการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนในอาเซียน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงข้อ 11 ของปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับการลักพาตัวและการบังคับบุคคลให้สูญหายต่อนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ในกัมพูชาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 เรียนประธาน AICHR ข้าพเจ้า นส. สิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้รับมอบอำนาจจากนางสุวพร (เปลี่ยนชื่อจากดรุณี) สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ บ้านเลขที่ 299 ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  นส. สุวพรเป็นมารดาของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถูกลักพาตัวจนสูญหายที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ระหว่างเวลาประมาณ 16.45 ถึงContinue reading “จดหมายเปิดผนึกถึง AICHR:เรื่อง: ขอให้มีการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนในอาเซียน เกี่ยวกับการลักพาตัวและการบังคับบุคคลให้สูญหายต่อนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ในกัมพูชาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563”

ร้องเรียนในกลไกยูเอ็นให้กัมพูชาตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจค้นหาวันเฉลิมโดยทันทีหลังไม่ทราบชะตากรรมเกือบจะสี่เดือนแล้ว

ใบแจ้งข่าว ร้องเรียนในกลไกยูเอ็นให้กัมพูชาตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจค้นหาวันเฉลิมโดยทันที หลังไม่ทราบชะตากรรมเกือบจะสี่เดือนแล้ว             เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ในสมัยประชุมที่ 45 ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 14 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2563 คณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติกรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมในประเทศกัมพูชาอ่านรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศกัมพูชาโดยมีองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง ได้กล่าวถึง การหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ในหัวข้อ 4: ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา[1] โดยกล่าวว่า “FIDH กังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการกระชับพื้นที่ภาคประชาชนในกัมพูชา ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการจับกุมและควบคุมตัวโดยพลการต่อนักกิจกรรม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และศิลปินที่ใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก และเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบของตน ที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา เราเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขาโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข และให้ยกเลิกข้อหาทั้งหมดต่อพวกเขา เรายังขอตอกย้ำข้อเรียกร้องต่อทางการกัมพูชาให้ยุติการดำเนินงานใด ๆ ซึ่งเป็นการข่มขู่และคุกคามบุคคล ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างชอบธรรมและอย่างสงบ เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเผด็จการ รวมทั้งพระราชบัญญัติว่าด้วยการสมาคมและองค์กรพัฒนาเอกชน พระราชบัญญัติว่าด้วยสหภาพแรงงาน และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ และให้ยกเลิกพระราชบัญญัติในสถานการณ์ฉุกเฉิน  “เรารู้สึกกังวลอย่างยิ่งกับความเพิกเฉยอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ภายหลังการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทย ซึ่งมีผู้พบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ในกรุงพนมเปญ การที่เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลได้น้อยมากในการสืบสวนสอบสวนในกรณีนี้นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนชี้ให้เห็นว่าContinue reading “ร้องเรียนในกลไกยูเอ็นให้กัมพูชาตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจค้นหาวันเฉลิมโดยทันทีหลังไม่ทราบชะตากรรมเกือบจะสี่เดือนแล้ว”

Power point: กฎหมายคุ้มครองเด็กที่ควรรู้ และ การคุ้มครองเด็กผู้กระทำผิด โดย สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก อดีตคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ

ผมได้แก้ไขปรับปรุง Powerpoint Presentationเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองเด็กที่ควรรู้ และ การคุ้มครองเด็กผู้กระทำผิดให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นจึงขอส่งมาให้ท่านพิจารณาใช้เป็นเนื้อหาในการดำเนินการครับ สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็ก อดีตคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ กฎหมายคุ้มครองเด็กที่ควรรู้ การคุ้มครองเด็กผู้กระทำผิด

“จังหวัดชายแดนใต้: ห้องทดลอง Bio-metric ของรัฐไทย” โดย นิสิตรีคอเดอร์

“จังหวัดชายแดนใต้: ห้องทดลอง Bio-metric ของรัฐไทย” เผยแพร่ครั้งแรก เพจ https://www.facebook.com/nisitrecorder ชมรมหนังสือพิมพ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายพิเศษและการละเมิดสิทธิในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในเวทีปราศรัยของคณะประชาชนปลดแอก เพื่อตอกย้ำว่าหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน ‘สามจังหวัดฯ’ แทบไม่เคยถูกพูดถึงบนสื่อกระแสหลัก ภาพความรุนแรงในพื้นที่ที่ติดตาใครหลายคนทำให้การถูกละเมิดสิทธิของประชาชนในสามจังหวัดถูกเพิกเฉยมาโดยตลอด นโยบายและมาตรการต่าง ๆ ที่ถูกบังคับใช้ในพื้นที่ได้รับไฟเขียวโดยปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุล เนื่องจากอำนาจของ ‘กฎหมายพิเศษ’ มาเป็นเวลากว่า 16 ปี และบ่อยครั้งที่นโยบายเหล่านี้ถูกใช้เพื่อ ‘ควบคุม’ และ ‘จับตามอง’ ประชาชนในพื้นที่โดยไม่คำนึงถึงสิทธิของพวกเขา ราวกับว่าสามจังหวัดฯ เป็นเพียงห้องทดลองที่รัฐจะหยิบมาตรการใดมาบังคับใช้ก็ได้  และหนึ่งในมาตรการที่ถูกทดลองใช้กับพื้นที่สามจังหวัดอยู่ในปัจจุบันและได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก คือ การจัดเก็บตัวอย่าง DNA และการลงทะเบียนซิมการ์ด ‘สองแชะ’ ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจถูกใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยตามมา  นิสิตรีคอเดอร์ชวนผู้อ่านทำความเข้าใจมาตรการทั้งสองและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่รวมทั้งชวนตั้งคำถามถึงแนวโน้มการขยายอำนาจรัฐไปยังพื้นที่นอกห้องทดลองที่เราทุกคนอาจไม่ทันตั้งตัว  . . เกิดอะไรขึ้นในห้องทดลองสามจังหวัดชายแดนใต้?  ตั้งแต่ปี 2555 เริ่มมีข้อร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า มีการตรวจเก็บตัวอย่าง DNA ของชาวมุสลิมเชื้อสายมลายูในพื้นที่Continue reading ““จังหวัดชายแดนใต้: ห้องทดลอง Bio-metric ของรัฐไทย” โดย นิสิตรีคอเดอร์”