ขอให้ปล่อยตัวบุคคลทั้งห้าโดยไม่มีเงื่อนไข

ทบทวนการจับกุมบุคคลและกักตัวตามอำนาจกฎอัยการศึก ที่ขาดระบบตรวจสอบเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิฯ วันที่ 28 ธันวาคม 2563 เวลาประมาณ 10.30 น. มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับข้อมูลว่า นายฟัยซอล     ดาเล็ง อายุ 30 ปี และนาย มูฮัมหมัดเซาฟิร  อาแซ อายุ 31 ปี ทั้งสองคนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลบ้านแหร อ.ธารโต จังหวัดยะลา ถูกจับกุมพร้อมชาวบ้านในพื้นที่จำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจกฎอัยการศึกจับกุมตัวบุคคลทั้ง 5 คน ไปยังสถานที่กักตัวของทางทหารในพื้นที่  โดยปัจจุบันยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องสถานที่ควบคุมตัวและการเข้าถึงทนายความและญาติ            ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้การจับกุมบุคคลที่ทางการต้องสงสัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมือง การแสดงออกทางความคิดเห็น  เจ้าหน้าที่ทหารจะใช้อำนาจกฎอัยการศึกติดตามจับกุมและกักตัวได้เป็นเวลา 7 วันโดยไม่ต้องมีหมายจับ ไม่ต้องออกหมายเรียก ไม่มีการตั้งข้อหา การกักตัวทั้ง7 วันเป็นการควบคุมตัวกันโดยเจ้าหน้าที่หน่วยเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ที่กักตัว ขาดการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกทั้งจากฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการใดใด การเยี่ยมจากญาติได้รับอนุญาตในเวลาที่จำกัดตั้งแต่วันแรก แต่การเข้าถึงทนายความนั้นต้องได้รับการอนุญาตจากแม่ทัพภาค 4  การจับกุมและควบคุมตัวดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงในการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรม                       นายฟัยซอล ดาเล็ง และนาย มูฮัมหมัดเซาฟิร  อาแซ ทั้งสองคนเป็นนักกิจกรรมทางการเมือง Continue reading “ขอให้ปล่อยตัวบุคคลทั้งห้าโดยไม่มีเงื่อนไข”

ยูเอ็นแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิชนพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยงและการดำเนินการของรัฐบาลไทยเพื่อเร่งรัดให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานประกาศเป็นมรดกโลก

ใบแจ้งข่าว ยูเอ็นแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิชนพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยงและการดำเนินการของรัฐบาลไทยเพื่อเร่งรัดให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานประกาศเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563  นาย Yanduan Li ในฐานะประธานคณะกรรมการว่าด้วยเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติแห่งองค์การสหประชาชาติ ( Chair of Committee on the Elimination of Racial Discrimination) ได้ส่งหนังสือแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผ่านมาทางผู้แทนไทยประจำกรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความเห็นว่า ในขณะนี้มีความพยายามของทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่จะเร่งรัดให้มีการรับรองให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จนอาจทำให้มาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่นั้นขัดกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญคือการไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ไม่เคารพต่อพันธกรณีที่ประเทศไทยได้ให้การรับรองไว้กับองค์การสหประชาชาติ ดังนี้ข้อกังวลของคณะกรรมการฯ ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการบังคับขับไล่ชนพื้นเมืองกะเหรี่ยง การคุกคามต่อพวกเขาและความล้มเหลวในการให้คำปรึกษาอย่างเพียงพอโดยมีจุดประสงค์เพื่อแจ้งล่วงหน้าและแจ้งให้ทราบความยินยอมและดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่องการอนุรักษ์การดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง จึงยังไม่ได้รับการแก้ไข จดหมายขององค์การสหประชาชาติฉบับลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 มีใจความดังนี้: “ขออ้างถึงหนังสือตอบของท่านที่เราได้รับเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2562  ซึ่งมีข้อมูลตอบมายังจดหมายของคณะกรรมการว่าด้วยเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติแห่งองค์การสหประชาชาติ (UN Committee on elimination of racial discrimination- CERDContinue reading “ยูเอ็นแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ละเมิดสิทธิชนพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยงและการดำเนินการของรัฐบาลไทยเพื่อเร่งรัดให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานประกาศเป็นมรดกโลก”

ไต่สวนการตายนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ศาลจังหวัดสงขลาเลื่อนนัดสืบแพทย์ทหารจากค่ายอิงคยุทธบริหารผู้ปั้มหัวใจคนแรกไปอีกกว่า 6 เดือน สืบต่อเดือนมิถุนายน 2564

เผยแพร่วันที่ 17 ธันวาคม 2563 ใบแจ้งข่าว ศาลจังหวัดสงขลาเลื่อนนัดสืบแพทย์จากค่ายอิงคยุทธบริหาร   คดีไต่สวนการตายนายอับดุลเลาะฯ เสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัว เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ในช่วงเช้าพนักงานอัยการได้นำเจ้าหน้าที่ทหาร และอาสาสมัครทหารพรานในค่ายอิงคยุทธรบริหาร จำนวน 3 ปาก เข้าสืบพยานต่อศาล ส่วนในช่วงบ่ายพนักงานอัยการได้นำ แพทย์จากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เบิกความต่อศาลถึงการรักษาพยาบาลอาการไม่ได้สติของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอเนื่องจากการขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ส่งผลให้สมองบวมและมีเลือดออกบริเวณกลีบสมอง ส่งผลให้หัวใจขาดการสั่งการทำให้หัวใจหยุดเต้น  และวันที่ 16 ธันวาคม 2563 พนักงานอัยการ ได้นำแพทย์ประจำโรงพยาบาลปัตตานี เบิกความต่อศาลถึงการรักษาตามอาการของนายอับดุลเลาะฯ เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน โดยมีอาการไม่ได้สติต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และได้มีการตรวจเลือดและ CT สแกนบริเวณศรีษะ และช่องท้อง พบว่า นายอับดุลเลาะฯ ขาดอากาศหายใจเวลานาน ทำให้สมองมีเลือดออก และส่งผลให้หัวใจหยุดเต้น แพทย์จึงเห็นว่า ควรส่งตัวนายอับดุลเลาะฯ ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานคริณทร์ เนื่องจากเห็นว่า ที่โรงพยาบาลปัตตานีไม่มีเครื่องมือเพียงพอที่จะรักษาอาการของนายอับดุลเลาะฯ ได้  หลังจากนั้น พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีไต่สวนการตายของนายอับดุลเลาะได้เบิกความต่อศาลถึงการสืบสวนสอบสวนคดี 4 ฝ่าย เมื่อมีการตายโดยผิดธรรมชาติเกิดขึ้น จากเหตุการณ์นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอContinue reading “ไต่สวนการตายนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ศาลจังหวัดสงขลาเลื่อนนัดสืบแพทย์ทหารจากค่ายอิงคยุทธบริหารผู้ปั้มหัวใจคนแรกไปอีกกว่า 6 เดือน สืบต่อเดือนมิถุนายน 2564”

Ms. Sitanan submitted 177 pages Thai-Khmer and testified in front of the investigative judge: confirming that Wanchalearm, her brother was in Phnom Penh and he was abducted on 4 June 2020

 News alert Ms. Sitanan submitted 177 pages Thai-Khmer and testified in front of the investigative judge confirming that Wanchalearm, her brother was in Phnom Penh and he was abducted on 4 June 2020 On 8 Dec 2020, Ms. Sitanan  Satsaksit, an elder sister of Mr. Wanchalearm as a civil party and the witness of theContinue reading “Ms. Sitanan submitted 177 pages Thai-Khmer and testified in front of the investigative judge: confirming that Wanchalearm, her brother was in Phnom Penh and he was abducted on 4 June 2020”

สิตานันยื่นเอกสารแปลไทย-เขมร 177 หน้าพร้อมให้การทางวาจาต่อตุลาการผู้ไต่สวนคดี ยืนยันวันที่ 4 มิถุนายน 2563 วันเฉลิมถูกบังคับขึ้นรถหายไปจากบริเวณที่พักกลางกรุงพนมเปญ

 ใบแจ้งข่าว สิตานันยื่นเอกสารแปลไทย-เขมร 177 หน้าต่อศาลกรุงพนมเปญ ยืนยันวันที่ 4 มิถุนายน 2563 วันเฉลิมถูกบังคับขึ้นรถหายไปจากบริเวณที่พักกลางกรุงพนมเปญ ในวันที่ 8 ธันวาคม 2563  นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ ในฐานะผู้เสียหายและพยาน พร้อมด้วยทนายความกัมพูชาและล่ามภาษาไทย-เขมร ได้ให้การต่อตุลาการผู้ไต่สวนคดี โดยให้การด้วยวาจาพร้อมส่งพยานหลักฐานและเอกสารแปลไทย-เขมรจำนวนรวม 177 หน้า ในคดีที่คนร้ายกระทำผิดต่อนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยควบคุมตัวหรือการกักขังหน่วงเหนี่ยวและการครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย ซึ่งใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ระหว่างเวลา 9.00-10.20 น. ในห้องประชุมชั้น 5 ห้องประชุมอธิบดีศาลศาลชั้นต้นกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา คดีนี้เป็นคดีอาญาหมายเลข  4832 ที่นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธบังคับขึ้นรถยนต์และหายไป เหตุเกิดกลางกรุงพนมเปญ เวลาประมาณ 16.45 น. ถึง 16.54 น. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน  2563  เหตุเกิดบริเวณหน้าแม่โขงการ์เดนส์ คอนโดมิเนียม ที่อยู่ National RoadContinue reading “สิตานันยื่นเอกสารแปลไทย-เขมร 177 หน้าพร้อมให้การทางวาจาต่อตุลาการผู้ไต่สวนคดี ยืนยันวันที่ 4 มิถุนายน 2563 วันเฉลิมถูกบังคับขึ้นรถหายไปจากบริเวณที่พักกลางกรุงพนมเปญ”