สลายการชุมนุม ใช้อำนาจพรก.ฉุกเฉินโดยไม่จำเป็นเกินสัดส่วน เสี่ยงละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรมหลังตำรวจคฝ. เข้าสลาย หมู่บ้านทะลุฟ้า สะพานชมัยมรุเชฐ ช่วงเช้าวันที่ 28 มีนา 64.

สลายการชุมนุม ใช้อำนาจพรก.ฉุกเฉินโดยไม่จำเป็นเกินสัดส่วน เสี่ยงละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรมหลังตำรวจคฝ. เข้าสลาย หมู่บ้านทะลุฟ้า สะพานชมัยมรุเชฐ ช่วงเช้าวันที่ 28 มีนา 64.วันนี้ (28 มี.ค. 2564) เวลา 05.50 น. ณ สะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวน 4 กองร้อย ได้เข้าสลายเวทีชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้า ที่ชุมนุมปักหลัก ร่วมกับหมู่บ้านภาคีSAVEบางกลอย และหมู่บ้านพีมูฟ มาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. 2564 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่า ผู้ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศผ่านเสียงตามสายให้ผู้ชุมนุมในพื้นที่เก็บข้าวของภายใน 3 นาที แต่เนื่องจากเป็นช่วงเช้าตรู่ที่ทุกคนกำลังนอนพักผ่อน ประกอบกับมีสัมภาระจำนวนมาก ทำให้การ์ดผู้ชุมนุมพยายามต่อรองเวลา โดยยืนยันว่าจะเดินทางออกจากพื้นที่แน่นอนแต่ขอเวลามากกว่านี้ แต่ตำรวจไม่ยินยอมและนำกำลังชุดตำรวจ คฝ. เข้ากระชับ และจับกุมผู้ชุมนุมทั้งหมด 68 คน จำนวนนี้ประกอบ เยาวชน 6 คน พระสงฆ์ 2 คนContinue reading “สลายการชุมนุม ใช้อำนาจพรก.ฉุกเฉินโดยไม่จำเป็นเกินสัดส่วน เสี่ยงละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรมหลังตำรวจคฝ. เข้าสลาย หมู่บ้านทะลุฟ้า สะพานชมัยมรุเชฐ ช่วงเช้าวันที่ 28 มีนา 64.”

ผสานวัฒนธรรม ร่วมเยี่ยมเยือนครอบครัวอิหม่ามยะผา รำลึก 14 ปีแห่งความสูญเสีย

ผสานวัฒนธรรม ร่วมเยี่ยมเยือนครอบครัวอิหม่ามยะผา รำลึก 14 ปีแห่งความสูญเสีย.เนื่องในวันที่ 21 มี.ค. 2564 เป็นวันครบรอบ 14 ปี การจากไปของอิหม่ามยะผา กาเซ็ง อิหม่ามประจำมัสยิดบ้านกอตอ ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ภายหลังการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 19-20 มี.ค. 2551 ก่อนจะเสียชีวิตในรุ่งเช้าของวันที่สามของการควบคุมตัว ในรถขังผู้ต้องหาที่ค่ายทหาร เนื่องทนความเจ็บปวดจากการซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ทหารไม่ไหว. เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2564 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงเดินทางมาเยี่ยมเยือนครอบครัวกาเซ็ง เพื่อร่วมกินและพูดคุยเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น แม้ปัจจุบันจะมีการปรับปรุงเรื่องการปฏิบัติต่อผู้ต้องสงสัยหรือผู้ถูกจับถูกเชิญตัวไปบ้าง แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นถือเป็นการสร้างรอยบาดแผลแห่งความอยุติธรรมไว้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้.อนึ่ง คดีความเกี่ยวกับกรณีนี้ มีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง แม้ที่สุดแล้วคดีความแพ่ง ในคดีหมายเลขดำที่ 1084/2552 ศาลแพ่งจะตัดสินและมีคำสั่งให้กระทรวงกลาโหม จำเลยที่1 และกองทัพบก จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติการมีความยินยอมจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายให้กับฝ่ายโจทก์ตามที่ศาลไกล่เกลี่ยและฝ่ายโจทก์ยอมรับ รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,211,000 บาท และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว. แต่ในทางคดีอาญากว่า 14 ปี ก็ยังคงไม่มีความคืบหน้าเรื่องการนำผู้กระทำการทรมานจนกระทั่งอิหม่ามยะผาเสียชีวิตมาดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งบุคคลที่ได้รับความเสียหายทั้งหมดนี้Continue reading “ผสานวัฒนธรรม ร่วมเยี่ยมเยือนครอบครัวอิหม่ามยะผา รำลึก 14 ปีแห่งความสูญเสีย”

แถลงการณ์: พี่สาวของวันเฉลิม ยื่นหลักฐานสำคัญให้อัยการสูงสุด

เผยแพร่วันที่ 19 มี.ค. 2564 วันนี้ เวลา 13.00 น. ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะเข้ายื่นหลักฐานสำคัญที่เคยส่งให้ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว กับอัยการสูงสุด กรณี นายวันเฉลิม      สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายถูกประทุษร้ายและบังคับสูญหายระหว่างอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยการเข้าพบอัยการครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ภายหลังกลับจากประเทศกัมพูชา เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการสูญหายของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงอัยการสูงสุด ให้ดำเนินการสอบสวนคดีการหายตัวไปของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ดังกล่าว แต่เมื่อทางการกัมพูชาได้แจ้งว่า นายวันเฉลิม ไม่ได้หายไปในขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ทางอัยการสูงสุดจึงได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว  ในการเข้าพบอัยการสูงสุดครั้งนี้นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จะนำส่งพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อยืนยันว่า นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกบังคับให้สูญหายไปContinue reading “แถลงการณ์: พี่สาวของวันเฉลิม ยื่นหลักฐานสำคัญให้อัยการสูงสุด”

ใบแจ้งข่าว: พี่สาวของวันเฉลิม จะเข้ายื่นหลักฐานสำคัญให้อัยการสูงสุด เพื่อยืนยันว่าวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อยู่และหายไปจากที่พักในประเทศกัมพูชา

เผยแพร่วันที่ 18 มีนาคม 2564 พรุ่งนี้ (19 มี.ค. 2564) เวลา 13.00 น. ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ  กรุงเทพมหานคร นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะเข้ายื่นหลักฐานสำคัญที่เคยส่งให้ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว กับอัยการสูงสุด กรณี นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายถูกประทุษร้ายและบังคับสูญหายระหว่างอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยการเข้าพบอัยการครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ภายหลังกลับจากประเทศกัมพูชา เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการสูญหายของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2563 นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงอัยการสูงสุด ให้ดำเนินการสอบสวนคดีการหายตัวไปของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ดังกล่าว แต่เมื่อทางการกัมพูชาได้แจ้งว่า นายวันเฉลิม ไม่ได้หายไปในขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ทางอัยการสูงสุดจึงได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว ดังนั้น ในการเข้าพบอัยการสูงสุดครั้งนี้ นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จะนำส่งพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าContinue reading “ใบแจ้งข่าว: พี่สาวของวันเฉลิม จะเข้ายื่นหลักฐานสำคัญให้อัยการสูงสุด เพื่อยืนยันว่าวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อยู่และหายไปจากที่พักในประเทศกัมพูชา”