บทความ: เรื่องที่ไม่มีวันลืมของผู้ต้องหาคดีความมั่นคงสามจังหวัดภาคใต้

“เรื่องที่ไม่มีวันลืม” ของ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาอังกฤษ The Nation (26 Sep 2008) http://www.nationmultimedia.com/worldhotnews/read.php?newsid=30084458 พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ โครงการเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม “แบแอ” ชื่อสมมุติ เป็นหนึ่งในผู้ต้องขังคดีความมั่นคงสี่สิบคนในเรือนจำกลางสงขลา  แบแอได้เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ตอนที่ถูกจับกุมว่า หลังจากถูกจับกุมก็ถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี  เขาถูกซ้อมทรมานหลายรูปแบบ  นอกจากการแตะ และต่อยที่เขาบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา เขายังถูกชอคด้วยไฟฟ้า เขายังเล่าให้ฟังถึงวินาทีที่เขาถูกครอบศีรษะด้วยถุงขยะสีดำ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐเอาถุงขยะสีดำออกไปอย่างช้า ๆ ก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจ   ถุงขยะสีดำนี้จึงเข้ามาเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ โดยเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงฯ จะได้ไม่ต้องเห็นแววตาของมนุษย์ที่ร้องขอชีวิตเพื่อลมหายใจเฮือกสุดท้าย 

South Thailand: Southern security detainees and the stories they’ll never forget

http://www.nationmultimedia.com/worldhotnews/read.php?newsid=30084458   Southern security detainees and the stories they’ll never forget By Pornpen Khongkachonkiet The Nation Published on September 26, 2008 “Bae Aea”, not his real name, is one of 40 detainees being held for offences against national security in Songkhla Central Prison. On our visit to the detention centre, he recounted his experiences sinceContinue reading “South Thailand: Southern security detainees and the stories they’ll never forget”

Article: Self Determination in Banmai-Naysoi Refugee Camp_Maehongson Province

Source:  http://www5.sac.or.th/downtoearthsocsc/modules.php?name=News&file=categories&op=newindex&catid=1   สิทธิของพวกเขาใครกำหนด: เหตุเกิดที่บ้านใหม่ในสอย           พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ บ้านใหม่ในสอยเป็นชื่อหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของ “พื้นที่พักพิงผู้หนีภัยชั่วคราว” จากการสู้รบในพม่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ทั้งที่ความจริงน่าจะเรียกว่า “ค่ายผู้ลี้ภัย”  แต่ทางการไทยไม่ยอมให้ใช้ชื่อนั้นเนื่องจากไม่ยอมรับว่าบุคคลในค่ายเป็นผู้ลี้ภัย (อาจจะเป็นเพราะว่าการยอมรับว่าผู้อพยพจากพม่าเป็นผู้ลี้ภัย (refugee) จะทำให้พวกเขามีสิทธิพิเศษที่พึงได้ตามมาตรฐานสากล?)  รัฐบาลไทยยอมรับได้แต่เพียงคำว่า “ผู้หนีภัย” และยังเน้นอีกว่า “ชั่วคราว” ซึ่งหมายความว่าอีกไม่นานก็ต้องกลับ  แต่จนบัดนี้ ผู้ลี้ภัยจากพม่าได้ “หนีภัยชั่วคราว” มาอยู่ในประเทศไทยกว่า 15 ปีแล้ว  นานพอที่จะทำให้เยาวชนชาวคะเรนนี (ที่คนไทยเรียกว่า “กะเหรี่ยงแดง”) จากพม่าที่มีอายุ 15 ปีลงมาเกิดและเติบโตในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้   สิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้เป็น 2 เหตุการณ์ที่ผู้เขียนได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยในฐานะนักสิทธิมนุษยชนในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ได้เข้าไปร่วมรับรู้และมีส่วนในการแก้ไขปัญหาในระดับหนึ่ง และทำให้เกิดคำถามว่าใครควรเป็นผู้กำหนดสิทธิเสรีภาพของผู้ลี้ภัยจากพม่าในบ้านใหม่ในสอยแห่งนี้      

Views: Thailand new politic_is quota system possible_ANFREL _Thaiversion_only

แปลงการเมืองใหม่ให้เป็นการเมืองประชาธิปไตยระบบโควต้า                                                                                                                                                 สมศรี หาญอนันทสุข                                                                                                 เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี anfrel@anfrel.org     ในขณะที่หลายฝ่ายมองการเสนอการเมืองใหม่ของพันธมิตรเป็นเรื่องตีบตันและเป็นไปไม่ได้ เราคงต้องถามผู้เสนอแนวคิดให้มีการเลือกตั้งระบบ 70/30 ว่ามันตั้งอยู่บนพื้นฐานประชาธิปไตยแบบใด ได้มีการทำการบ้านมากน้อยแค่ไหนก่อนเสนอให้คนคิด  อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ทุกฝ่ายต้องมาโจมตีกันไม่รู้จบ  เราอาจจะทดลองเสนอการเมืองใหม่ในมิติที่คิดว่าทุกคนน่าจะรับได้ และนำไปลงรายละเอียดต่อยอดกันภายหลัง   สิ่งที่ทุกคนทราบดีว่าการเมืองแบบเดิมๆที่เคยใช้ระบบการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้สร้างความคับข้องใจให้กับผู้คนจำนวนมาก เพราะเป็นการเมืองที่ใช้เงินเป็นใหญ่ (money politics) และใช้อำนาจควบคุมกลไกต่างๆ ซึ่งไม่อาจทำให้คนชายขอบ คนยากคนจนได้มีโอกาสมีตัวแทนเดินเข้าสู่สภาได้อย่างเสมอภาค ทั้งนี้รวมถึงตัวแทนของผู้หญิงที่มีอยู่น้อยนิดด้วย  ที่เขียนเช่นนี้ไม่ได้ตำหนิพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ประเทศไทยมันเป็นของมันอย่างนี้มานานแล้ว ระบบการเลือกตั้งผู้แทนที่เดินเข้าสู่สภามักจะมาจากคนกลุ่มหนึ่ง หน้าเดิมๆ  และยิ่งไปกว่านั้นก็ยังเห็นแนวโน้มว่า หากใช้ระบบเดิม ก็จะทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นแบบมาเลเซียและสิงคโปร์หรือเขมรในปัจจุบัน ซึ่งประชาสังคมในประเทศดังกล่าวก็ได้เคยเตือนคนไทยไว้แล้วว่า หากปล่อยให้การเมืองเป็นอยู่อย่างนั้น ต่อไปคนไทยก็ต้องยอมรับว่าการถ่วงดุลย์ในสภาจะค่อยๆเลือนหายไป และในที่สุดพรรคฝ่ายค้านก็จะเหลือในสภาในลักษณะที่เป็นไม้ประดับเท่านั้น  

Thailand: Non-violence 101 _Common Class Room_TU_Tues 9 Sep 4 pm

(English version)common-classroom-1_-violence-101-_eng1 ห้องเรียนคนธรรมดา ครั้งที่ 1 ห้องเรียนคนธรรมดา ครั้งที่ 1 วิชา “ความรุนแรง 101″ เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์ดับฝัน “คนข้นแค้น ใช้ความรุนแรงเป็นอาวุธ” เปิดพื้นที่ว่างแห่งการพูดคุยและถกเถียงด้วยใจเมตตา อย่าให้ “ความรุนแรง” เป็นทางออก และ “สันติวิธี” เป็นเพียงแค่คำสวยหรู ดูดี แต่ไร้น้ำยา   อังคารที่ 9 กันยายน 2551 เวลา 16.00-18.00 น. ห้องประชุมชั้น 2 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์