เสรีภาพในการสื่อสาร: ว่าด้วยนโยบายซิมการ์ดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับความมั่นคงของชาติและหลักการสิทธิมนุษยชน

เรื่องโดย ธวัลรัตน์ ม้าฤทธิ์ นักศึกษาฝึกงาน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ปัจจุบัน รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจในการควบคุมกิจกรรมทั้งหมดบนโลกออนไลน์ หรือบางครั้งก็ไม่เท่าทันเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วได้ หลายเหตุการณ์ความรุนแรงและการก่อการร้ายได้มีการนำเทคโนโลยีหลายอย่างไปใช้ในทางที่ผิด ก่อให้เกิดผลร้ายและความเสียหายกับสังคม ทำให้รัฐเล็งเห็นว่า การใช้เทคโนโลยีบางอย่างเป็นภัยต่อความมั่นของประเทศ และนำไปสู่การสร้างนโยบายที่นำเทคโทโลยีมาปรับใช้เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาที่เคยถูกโจมตีโดยกลุ่มก่อการร้ายจากเหตุการณ์ 9/11 รัฐบาลอเมริกาจึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจจับหรือสอดแนมเพื่อป้องกันการก่อการร้ายได้อย่างทันท่วงทีและรักษาความมั่นคงของชาติ ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการตั้งคำถามถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวและสิทธิอย่างอื่นที่ได้รับผลกระทบ จากกรณีรัฐบาลพยายามจะสอดแนมการใช้ชีวิตของประชาชนผ่านการบังคับใช้กฎหมาย นโยบาย และอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ในการควบคุมและสอดส่อง ประเทศไทย ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบปัญหาความรุนแรงที่ยาวนานและยืดเยื้อในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ขณะที่เทคโนโลยีทำให้โลกพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมากขึ้น รัฐบาลไทยจึงต้องพยายามตอบโต้และยับยังความรุนแรง ด้วยการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่นกัน นับตั้งแต่การใช้เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิด GT-200 (ที่สุดท้ายแล้วพบว่า อุปกรณ์ตัวนี้มีประสิทธิภาพการทำงานต่ำและไม่สามารถใช้งานได้จริง) ไปจนถึงการตัดสัญญาณซิมการ์ดเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ รวมทั้งการตรวจเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) ของประชาชนที่เป็นชาวมลายูมุสลิม การดำเนินนโยบายเหล่านี้ในพื้นที่ชายแดนใต้ตั้งอยู่บนฐานในการรักษาความมั่นคงทางทหารตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าปัจจุบันหลักการสิทธิมนุษยชนจะเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในระดับนานาชาติรวมทั้งประเทศไทยด้วย แต่กระนั้นสิทธิบางประการก็ยังสามารถถูกจำกัดได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไทยฉบับปัจจุบันยังปรากฏคำว่า สามารถ “ระงับ” ได้ หากมีเหตุจำเป็น เช่น ภาวะสงครามหรือโรคระบาด เพื่อเป็นการรักษาความสงบและความมั่นคงภายในประเทศ   ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐทั้งตำรวจและทหาร จนเกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบหลายครั้งกับชาวบ้านในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งการใช้อำนาจในการละเมิดสิทธิในด้านต่างๆ ของคนในพื้นที่ ทำให้เราต้องตั้งคำถามถึงเส้นแบ่งระหว่างความมั่นคงและสิทธิในข้อมูลContinue reading “เสรีภาพในการสื่อสาร: ว่าด้วยนโยบายซิมการ์ดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับความมั่นคงของชาติและหลักการสิทธิมนุษยชน”

รายงานสถานการณ์โดยย่อข้อห่วงกังวลต่อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

บันทึกโดย มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจากบทสนทนา ข้อมูลเผยแพร่ในสื่อโซเชียล และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดน เป็นผลให้เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 ราชกิจจานุเบกษาได้ออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ให้ปิดแคมป์แรงงานก่อสร้าง แรงงานในสถานประกอบการและโรงงาน งดการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มแบบนั่งทานในร้าน งดกิจกรรมจัดการประชุม การสัมมนา และการจัดเลี้ยง รวมทั้งมีมาตรการตรวจคัดกรองการเดินเข้า-ออก ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเข้มงวด เป็นผลให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องประสบปัญหาต่างๆ มากมาย จนถึงขณะนี้ (1 กรกฎาคม 2564) พบจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 2,180 ราย จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2,158 ราย และจังหวัดยะลา จำนวน 1,989 ราย ขณะที่พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดปัตตานี จำนวนContinue reading “รายงานสถานการณ์โดยย่อข้อห่วงกังวลต่อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้”

การเสวนาสาธารณะ “ผู้หญิงและเด็กชายแดนใต้กับสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่

เอกสารที่เกี่ยวข้อง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เป็นผลให้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 รัฐบาลได้ออกมาตรการใหม่เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ซึ่งรวมทั้งสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเข้มงวด  ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องประสบปัญหาต่างทับซ้อนกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังดำรงอยู่  อีกทั้งจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่หน้าด่านของการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จนถึงขณะนี้ (1 กรกฎาคม 2564) พบจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จำนวน 2,180 ราย จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2,158 ราย และจังหวัดยะลา จำนวน 1,989 ราย ขณะที่พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 จังหวัดปัตตานี จำนวน 7 ราย จังหวัดนราธิวาส จำนวน 5 คน และจังหวัดยะลา จำนวน 13 ราย  สถานการณ์ของสตรีและเด็กรวมทั้งกลุ่มเปราะบางต่างๆ มีรายละเอียดเป็นการเฉพาะ ด้วยเหตุนี้ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้​ สถาบันสันติศึกษา​ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์​ และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้Continue reading “การเสวนาสาธารณะ “ผู้หญิงและเด็กชายแดนใต้กับสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่”

เปิดรายงานถึง UN เรื่อง “การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายทางจิตใจ” เสนอโดย เครือข่ายภาคประชาสังคมต่อต้านการทรมานในประเทศไทย

  เปิดรายงานถึง UN เรื่อง “การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายทางจิตใจ” เสนอโดย เครือข่ายภาคประชาสังคมต่อต้านการทรมานในประเทศไทย “การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายทางจิตใจ” รายงานที่เสนอโดย เครือข่ายภาคประชาสังคมต่อต้านการทรมานในประเทศไทย (Coalition of Civil Society Organization Against Torture in Thailand) รายงานเรื่อง การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายทางจิตใจ “เครือข่ายภาคประชาสังคมต่อต้านการทรมานในประเทศไทย” (ต่อไปนี้จะเรียก “เครือข่ายฯ”) ประกอบด้วยมูลนิธิผสานวัฒนธรรม, เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD), กลุ่มด้วยใจ, เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP) รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสองท่าน นับแต่ปี 2547 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (นับจากนี้เรียก “มูลนิธิฯ”) ได้สังเกตการณ์และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการทรมาน (Torture) และการปฏิบัติและการลงโทษอื่น ๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Cruel, Inhumane, and Degrading Treatment and Punishment: CIDTP, นับจากนี้เรียก “การปฏิบัติที่โหดร้ายฯ”) ทั่วประเทศไทย รวมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายกับเหยื่อการทรมานจำนวนมากContinue reading “เปิดรายงานถึง UN เรื่อง “การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายทางจิตใจ” เสนอโดย เครือข่ายภาคประชาสังคมต่อต้านการทรมานในประเทศไทย”

“30 ปี บังคับสูญหาย ทนง โพธิ์อ่าน” ความสูญหายตลอดกาลของขบวนการแรงงาน

เรียบเรียงโดย สุพิชชา ชุมนุมศิริวัฒน์/อิชย์อาณิคม์ ชิตวิเศษ เนื่องในวันนี้ (19 มิ.ย. 2564) ตรงกับวันครบรอบ 30 ปี การบังคับให้สูญหายของ ทนง โพธิ์อ่าน อดีตสมาชิกวุฒิสภา สมัยนายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ อดีตประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย และผู้นำแรงงานคนสำคัญ ภายหลังการรัฐประหาร ของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับ คณะกรรมาธิการกิจการแรงงาน และคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร จึงร่วมจัดเสวนาออนไลน์ ภายใต้ชื่อ “30 ปี การบังคับให้สูญหาย “ทนง โพธิ์อ่าน ” และการพัฒนากฎหมาย” เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ 404 ชั้น 4 อาคารสัปปายะสภาสถาน เกียกกาย กรุงเทพมหาคร โดยเสวนาครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจากตัวแทนครอบครัวของผู้ถูกบังคับสูญหาย และตัวแทนจากหน่วยงานหลายภาคส่วน อาทิเช่น อดิศรContinue reading ““30 ปี บังคับสูญหาย ทนง โพธิ์อ่าน” ความสูญหายตลอดกาลของขบวนการแรงงาน”