ขอให้พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี สั่งไม่ฟ้องนายวุฒิ บุญเลิศพร้อมจัดส่งรายงานสังเกตการณ์คดีTrialWatch ในคดีที่เคยถูกฟ้องกลั่นแกล้งเพราะแรงจูงใจทางการเมือง

ใบแจ้งข่าว ขอให้พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี สั่งไม่ฟ้องนายวุฒิ บุญเลิศพร้อมจัดส่งรายงานสังเกตการณ์คดีTrialWatch ในคดีที่เคยถูกฟ้องกลั่นแกล้งเพราะแรงจูงใจทางการเมือง           เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ทำหนังสือถึง อัยการจังหวัดกาญจนบุรี และสำเนาถึงอัยการสูงสุด เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่นายวุฒิ    บุญเลิศ ผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ของ สภ.ไทรโยค ที่อ.342/2562 ระหว่าง นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้กล่าวหา และ นายสมัคร ดอนนาปี กับพวก ผู้ต้องหา มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเห็นว่า การดำเนินคดีอาญาต่อนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยง นายวุฒิ บุญเลิศ ครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต และข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์นั้นเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการคุ้มครอง            การดำเนินการกล่าวหาจนเป็นคดีนี้โดย นายพนัชกร โพธิบัณฑิต อาจเกิดจากความไม่พอใจที่ นายวุฒิ บุญเลิศ เคยตรวจสอบการกระทำของนายพนัชกร กับพวก ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ทั้งนี้ หากดำเนินคดี นายวุฒิ บุญเลิศ ต่อไป จะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และถือเป็นการส่งเสริมให้เจ้าหน้ารัฐที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือคุกคามประชาชนที่ตรวจสอบตน จนพลเมืองไม่สามารถตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐได้            มูลนิธิผสานวัฒนธรรมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ นายวุฒิContinue reading “ขอให้พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี สั่งไม่ฟ้องนายวุฒิ บุญเลิศพร้อมจัดส่งรายงานสังเกตการณ์คดีTrialWatch ในคดีที่เคยถูกฟ้องกลั่นแกล้งเพราะแรงจูงใจทางการเมือง”

สี่ปี เสียงสะท้อนจากการรอคอยที่ไร้จุดสิ้นสุด เมื่อไร้ พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหายและบุตรชายที่ไม่มีวันหวนคืน กรณีนายฟาเดล เสาะหมาน

                                                                             บทความ เผยแพร่ในวันรำลึกถึงบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหาย 2563                                                                        พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ  มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการ “บังคับสูญหาย”  หรือการ “อุ้มหาย” เป็นอาชญากรรมโดยเจ้าหน้าที่รัฐที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาช้านาน อาทิ กรณีของ “บิลลี่” หรือ “พอละจี รักจงเจริญ” ผู้นำชาวกระเหรี่ยงที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในวิถีชีวิตชนเผ่าพื้นเมืองและพื้นที่ทำกินของชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน หรือกรณีของ “พ่อเด่น คำแหล้” ประธานโฉนดชุมชนบ้านโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร ชัยภูมิ ในภาคอีสาน ที่สูญหายไป โดยเชื่อกันว่าเพราะเกี่ยวข้องกับการเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินหรือจะเป็นกรณีของ “ทนายสมชาย นีละไพจิตร” ประธานศูนย์ทนายความมุสลิม ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ ก่อนจะถูกอุ้มหายไป เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงกรณีที่ผู้คนในสังคมอาจเคยได้ยินอยู่บ้าง แต่นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหายในประเทศไทยและที่ได้มีการบันทึกไว้เท่านั้น ตัวเลขที่องค์การสหประชาชาติบันทึกไว้ในระบบการตรวจสอบขององค์การ เมื่อปี 2019 พบว่ามีผู้ถูกบังคับให้สูญหายถึง 86 ราย ทั้งจากเหตุการณ์ที่เป็นรายกรณีและในเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่มีรายงานการสูญหายเป็นจำนวนมาก   แต่ถึงกระนั้นประเทศไทยยังคงไม่มีมาตรการในการป้องกันและแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเข้มข้น แม้จะมีความพยายามจากภาคประชาชนในการผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหายตั้งแต่ปี 2555 ก็ยังคงไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เสียงเรียกร้องจากผู้สูญเสียและสังคม เสียงสะท้อนในเวทีเสวนาวันที่ 11 มีนาคมContinue reading “สี่ปี เสียงสะท้อนจากการรอคอยที่ไร้จุดสิ้นสุด เมื่อไร้ พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหายและบุตรชายที่ไม่มีวันหวนคืน กรณีนายฟาเดล เสาะหมาน”

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.เครือข่ายญาติผู้เสียหาย องค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน ตัวแทนภาคประชาชน ได้ยื่นหนังสือ ต่อตัวแทนของ ฯพณฯ ประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย เพื่อ ขอให้เร่งรัดการพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ…

เนื่องในโอกาสวันรำลึกถึงผู้ถูกบังคับให้สูญหายสากล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563 นี้เครือข่ายญาติผู้เสียหาย องค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน ตัวแทนภาคประชาชน ซึ่งเห็นว่า  ความล่าช้าในการตรา พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ….. จะทำให้ประชาชนไม่ได้การคุ้มครองและเจ้าหน้าที่จะยังกระทำผิดต่อไป  จึงกราบเรียน ฯพณฯ ประธานรัฐสภา ได้โปรดกรุณาเร่งรัดให้มีการบรรจุและพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ….. ดังกล่าวในสมัยประชุมรัฐสภานี้ด้วย การอุ้มหายมักจะถูกเจ้าหน้าที่ใช้เป็นเครื่องมือในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความหวาดกลัวและความรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชน ไม่เพียงครอบครัวและชุมชนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการอุ้มหาย โดยเฉพาะสมาชิกผู้หาเลี้ยงครอบครัว จนทำให้เกิดการพังทลายของเศรษฐกิจครอบครัว และเกิดการแปลกแยกต่อสังคม แต่ยังส่งผลต่อสังคมในวงกว้างอีกด้วย  การจัดให้มีกฎหมายเพื่อคุ้มครองป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกทรมานและอุ้มหาย และมีการเยียวยาเหยื่ออาชญากรรมอุ้มหาย จึงเป็นมาตรการที่จำเป็นและเร่งด่วน ขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ. อนุวัติการที่มีชื่อเดียวกันคือ (ร่าง) พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. ทั้งฉบับของรัฐบาลที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563  แต่กลับมีเหตุที่ต้องนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจทานอีกครั้ง ทั้งๆที่นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ร่างกฎหมายของรัฐบาลได้ผ่านการตรวจแก้ไขทั้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาContinue reading “เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.00 น.เครือข่ายญาติผู้เสียหาย องค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน ตัวแทนภาคประชาชน ได้ยื่นหนังสือ ต่อตัวแทนของ ฯพณฯ ประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย เพื่อ ขอให้เร่งรัดการพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ…”