แถลงการณ์: เรื่อง ขอให้ทบทวนโครงการ “จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า”

ตามที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และ 21 มกราคม 2563 อนุมัติโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ หรือโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยใช้พื้นที่ชายทะเล อำเภอจะนะ จ.สงขลา เป็นสถานที่ตั้งนิคมกว่าหมื่นไร่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อาศัยของประชาชนและเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เป็นแหล่งทำมาหากิจของประมงพื้นบ้าน โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการให้เกิดโครงการนี้ แต่การดำเนินการผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ของ ศอ.บต.ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งในชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะโครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน กระทบต่ออาชีพ อย่างรุนแรง ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่คัดค้านโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้ไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้ยกเลิกโครงการนี้ และขอให้เลื่อนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น      ที่ ศอ.บต.จะจัดขึ้นในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ที่โรงเรียนจะนะวิทยา อ.จะนะ จ.สงขลา ออกไปก่อน จากเหตุดังกล่าวข้างต้น สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) และองค์กรข้างท้ายแถลงการณ์นี้   มีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ดังต่อไปนี้ ให้มีการทบทวนโครงการนี้ โดยการยกเลิกมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และ 21 มกราคม 2563 เนื่องจากเป็นมติที่อนุมัติโดยรัฐบาลContinue reading “แถลงการณ์: เรื่อง ขอให้ทบทวนโครงการ “จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า””

เปิดร่างพรบ.ทรมาน อุ้มหาย ฉบับกมธ. สภาผู้แทนราษฎร

ดาวน์โหลดร่างพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …  (ร่างฯ ฉบับกมธ.) ได้ที่ https://bit.ly/2ZeuyUN วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านการพิจารณาและรับร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …  (ร่างฯ ฉบับกมธ.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการขั้นต่อไปในสภาฯ ร่างฯ ฉบับกมธ.  เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างองค์กรสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน และคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านรวมไปถึงนิติกรสิทธิมนุษยชนผู้ชำนาญการ ที่มีความเห็นร่วมกันว่าควรมีกฎหมายอนุวัติการตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ที่ได้ให้สัตยาบันไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ICPPED) ที่ลงนามไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ร่างฯ ฉบับกมธ. มุ่งกำหนดกฎหมายที่ครอบคลุมบริบทของการเข้าถึงความยุติธรรม การชดเชย เยียวยา จากการถูกทรมานและถูกกระทำให้สูญหายในทุกมิติ โดยมีจุดประสงค์คือการกำหนดให้การทรมานและอุ้มหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอาชญากรรม กำหนดให้มีกลไกป้องกัน ปราบปรามการกระทำดังกล่าว เพื่อลบล้างวัฒนธรรมที่ปล่อยให้คนผิดลอยนวล (impunity) กำหนดให้มีกลไกตรวจสอบความโปร่งใสและความรับผิดชอบ รวมทั้งการป้องกันการทรมานและอุ้มหาย เช่น การกำหนดให้ผู้ถูกควบคุมตัวมีสิทธิได้รับการเยี่ยมจากญาติหรือกรรมการที่เป็นอิสระ ให้พบและปรึกษาทนายความContinue reading “เปิดร่างพรบ.ทรมาน อุ้มหาย ฉบับกมธ. สภาผู้แทนราษฎร”

Statement on the Appreciation of the Effort of the Committee on Legal Affairs, Justice, and Human Rights in Pushing the Draft of the Protection and Prevention of Torture and Enforced Disappearance Bill

On 8th July 2020, the House of Representatives Committee on Legal Affairs, Justice, and Human Rights has deliberated on and passed the draft of the Protection and Prevention of Torture and Enforced Disappearance Bill B.E … (the Committee’s Bill) onto the House of Representative to be further proceeded in the legislative process. The draft billContinue reading “Statement on the Appreciation of the Effort of the Committee on Legal Affairs, Justice, and Human Rights in Pushing the Draft of the Protection and Prevention of Torture and Enforced Disappearance Bill”

แถลงการณ์: ชื่นชมการทำงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ในการผลักดันพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านการพิจารณาและรับร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …  (ร่างฯ ฉบับกมธ.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการขั้นต่อไปในสภาฯ ร่างฯ ฉบับกมธ.  เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างองค์กรสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน และคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านรวมไปถึงนิติกรสิทธิมนุษยชนผู้ชำนาญการ ที่มีความเห็นร่วมกันว่าควรมีกฎหมายอนุวัติการตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ที่ได้ให้สัตยาบันไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ICPPED) ที่ลงนามไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ร่างฯ ฉบับกมธ. มุ่งกำหนดกฎหมายที่ครอบคลุมบริบทของการเข้าถึงความยุติธรรม การชดเชย เยียวยา จากการถูกทรมานและถูกกระทำให้สูญหายในทุกมิติ โดยมีจุดประสงค์คือการกำหนดให้การทรมานและอุ้มหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอาชญากรรม กำหนดให้มีกลไกป้องกัน ปราบปรามการกระทำดังกล่าว เพื่อลบล้างวัฒนธรรมที่ปล่อยให้คนผิดลอยนวล (impunity) กำหนดให้มีกลไกตรวจสอบความโปร่งใสและความรับผิดชอบ รวมทั้งการป้องกันการทรมานและอุ้มหาย เช่น การกำหนดให้ผู้ถูกควบคุมตัวมีสิทธิได้รับการเยี่ยมจากญาติหรือกรรมการที่เป็นอิสระ ให้พบและปรึกษาทนายความ ให้มีการบันทึกสถานที่และสภาพร่างกายของผู้ถูกควบคุมตัว มีกลไกการร้องเรียนหากถูกทรมานไม่ว่าบุคคลนั้นจะถูกคุมขังโดยเจ้าหน้าที่หน่วยใดหรือภายใต้กฎหมายฉบับใดก็ตาม อีกทั้งยังชดเชย เยียวยาผู้เสียหาย โดยได้ขยายนิยามของContinue reading “แถลงการณ์: ชื่นชมการทำงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ในการผลักดันพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย”

ใบแจ้งข่าว: ผู้เสียหายจากการที่กสทช. ตัดสัญญาณโทรศัพท์ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนคำสั่งหรือระเบียบดังกล่าว

วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 นายปรีดา นาคผิว ผู้รับมอบอำนาจของผู้ฟ้องคดีที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดชายแดนใต้ได้เดินทางไปยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง กรณีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตัดสัญญาณโทรศัพท์ผู้ฟ้องคดีนี้และประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ ทำให้ประชาชนตกเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากกการกระทำทางปกครองดังกล่าว และเห็นว่า การตัดสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าวสร้างความเดือนร้อนเสียหาย จึงได้ยื่นฟ้องเพื่อขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยทุเลาการบังคับคดีหรือคำสั่งทางปกครองก่อนการพิพากษาคดี หากปล่อยให้เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ย่อมทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย และยากแก่การเยียวยาในภายหลัง และขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งเพิกถอนประกาศ ระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆของ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสัญญานโทรศัพท์ของผู้ฟ้องคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณีที่บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออย่างน้อย 4 แห่ง ได้ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และสี่อำเภอในจังหวัดสงขลา เนื่องจากผู้ใช้โทรศัพท์ดังกล่าวไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ดโดยวิธีการตรวจสอบใบหน้า (Face Recognition) เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ของตนภายใน 30 เมษายน 2563 ทำให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถใช้โทรศัพท์ การใช้บริการอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เห็นว่า การตัดสัญญาณโทรศัพท์ดังกล่าว น่าจะเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีลักษณะของการเลือกปฎิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จึงได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวจากประชาชนที่ได้รับความเดือนเนร้อนจากการตัดสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อดำเนินการให้ผู้ใช้อำนาจหน้าที่แก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนกลุ่มดังกล่าว ต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายปรีดาContinue reading “ใบแจ้งข่าว: ผู้เสียหายจากการที่กสทช. ตัดสัญญาณโทรศัพท์ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนคำสั่งหรือระเบียบดังกล่าว”