เปิดรายงาน 7 ประเด็นสำคัญ: รายงานประเทศไทยเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ เตรียมเสนอต่อองค์การสหประชาชาติ โดย พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

อ่านวารสาร เสียงชนเผ่า ฉบับเดือนตุลาคม 2563 ได้ที่ เปิดการรายงาน 7 ประเด็นสำคัญ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติต่อองค์การสหประชาชาติ โดย      พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ เผยแพร่ครั้งแรกวารสาร เสียงชนเผ่า ฉบับเดือนตุลาคม 2563            เมื่อวันที่   27  พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมาองค์การสหประชาชาติได้เผยแพร่แนวคำถามที่องค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนได้จัดส่งในเวปไซด์ขององค์การสหประชาชาติ  คณะกรรมการด้านการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติขององค์การสหประชาชาติกำหนดให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยฉบับรวมครั้งที่ 4 ถึงครั้งที่ 8 โดยให้ทุกภาคส่วนจัดส่งคำถามถึงรัฐบาลไทยเพื่อเตรียมตัวในการประชุมทบทวนรายงานของรัฐบาลไทยในเดือนสิงหาคม 2563 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์  แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้การประชุมต่างขององค์กรสหประชาชาติเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญาขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติตั้งแต่ปี 2546 และมีผลบังคับใช้แล้วในการพัฒนาปรับปรุงกฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย   โดยประเทศไทยจะต้องส่งรายงานรัฐเพื่อประกอบการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ เป็นรายงานฉบับแรกที่รวบยอดรายงาน 3 ฉบับ โดยเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นที่ล้าช้ามากและกลไกคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยก็ไม่มีประสิทธิภาพทำให้ประชาชนขาดโอกาสในการได้รับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกี่ยวข้องไปอย่างน่าเสียดาย  ปกติแล้วการนำเสนอรายงานอย่างเป็นทางการคือการนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ (ICERD COMMITTEE) เป็นหน้าที่ของภาคีสมาชิกตามอนุสัญญา ที่ทุกๆ 2  ปีจะต้องนำเสนอรายงาน    สำหรับภาคประชาชน เราในฐานะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเลือกปฏิบัติและองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ทำงานมีบทบาทที่จะต้องเขียนรายงานคู่ขนาน(Shadow Report)เพื่อให้รายงานรัฐบาลไทยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงไม่ใช่เป็นการตรวจสอบรายงานรัฐบาลโดยตรง พวกเราในนามภาคประชาชนเขียนรายงานได้ติดต่อประสานงานกับคณะกรรมการ ICERDContinue reading “เปิดรายงาน 7 ประเด็นสำคัญ: รายงานประเทศไทยเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ เตรียมเสนอต่อองค์การสหประชาชาติ โดย พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม”

ข้อสังเกตการรับฟังพยานหลักฐาน: คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก กรณีการสังหารนายชัยภูมิ ป่าแส ศาลแพ่งพิพากษาไม่จ่ายค่าเสียหาย

เผยแพร่วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ศาลแพ่งยกฟ้องโจทก์ คดีแม่ของนายชัยภูมิ ป่าแส ฟ้องเรียกค่าเสียหายกองทัพบก จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารยิงลูกชายของตนเสียชีวิต           เมื่อวันนี้ 26 ตุลาคม 2563 ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษา พิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่าการยิงนายชัยภูมิ ป่าแส จนเสียชีวิต เป็นปฎิบัติหน้าที่ของพลทหารเป็นการป้องกันให้พ้นจากภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมาย จึงไม่ไช่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ดังนั้นกองทัพบกจำเลยในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด จึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้องของโจทก์ ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 พิพากษายกฟ้องของโจทก์           สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 นายชัยภูมิ ป่าแส ชาติพันธุ์ลาหู่เยาวชนนักกิจกรรมทางสังคม พร้อมเพื่อนหนึ่งคน ขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจบ้านรินหลวง ถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่ที่ด่านตรวจค้นยานพาหนะ โดยเจ้าหน้าที่กล่าวอ้างว่า ชัยภูมิพยายามขัดขืนและทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธมีดและระเบิดขว้างสังหาร เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้จนนายชัยภูมิฯ จนเสียชีวิต โดยภายหลังระบุว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตนเอง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอ้างว่าพบยาบ้าเป็นจำนวน 2,800 เม็ดซ่อนอยู่ในหม้อกรองน้ำของรถยนต์ของชัยภูมิอีกด้วย ต่อมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งเรื่องการชันสูตรพลิกศพนายชัยภูมิฯ ว่า “พฤติการณ์ที่ตายคือ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิง กระสุนเข้าที่ต้นแขนซ้ายด้านนอกทะลุต้นแขนซ้ายด้านใน และกระสุนแตกเข้าไปในลำตัวบริเวณสีข้างด้านซ้ายเหนือราวนม กระสุนปืนทำลายเส้นเลือดใหญ่หัวใจและปอดจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย”  เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 นางนาปอย ป่าแส แม่ของนายชัยภูมิ ป่าแสContinue reading “ข้อสังเกตการรับฟังพยานหลักฐาน: คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก กรณีการสังหารนายชัยภูมิ ป่าแส ศาลแพ่งพิพากษาไม่จ่ายค่าเสียหาย”

ข้อสังเกตคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีการสังหารนายชัยภูมิ ป่าแส เรื่องพยานหลักฐาน กองทัพบกไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย

เผยแพร่วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ศาลแพ่งยกฟ้องโจทก์ คดีแม่ของนายชัยภูมิ ป่าแส ฟ้องเรียกค่าเสียหายกองทัพบก จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารยิงลูกชายของตนเสียชีวิต (ภาพถ่ายตัวอย่างระเบิดว้าสเตทจากผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด ) นายสุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความ 0819507575 นายปรีดา นาคผิว ทนายความ 098-6222474 นางสาวจันทร์จิรา จันทรแผ้ว ทนายความ 0657415395

ขอเรียนเชิญร่วมพิธีรำลึก และทำบุญ (อัรเวาะห์) ให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

ขอเรียนเชิญร่วมพิธีรำลึก และทำบุญ (อัรเวาะห์) ให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบในวันครบรอบวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ที่จะถึงนี้ ครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้า สภ.ตากใบ  ได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนและชาวบ้านมีผู้คนที่เกี่ยวข้องอยากมาพบปะและทำพิธีกรรมทางศาสนาละหมาดฮายัดร่วมกันในวันรำลึกปีนี้ ชาวบ้านได้ประชุมหารือ กับ กะแยนะ แยน๊ะ สะแลแม กะน๊ะ ตากใบ คิดว่าอยากจัดเลี้ยงขนมจีน 400 โล (4 ปีโก) คาดการณ์จะเลี้ยงคนได้จำนวนมากในราคาไม่แพง อยากให้งานเป็นพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยน เพราะเหตุการณ์ศูนย์ร่วมความรู้สึกของชาวบ้านและสังคมเมื่อได้พบปะแลกเปลี่ยนกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับเชิญมาร่วมแลกเปลี่ยนและรับฟัง เป็นเวทีสานเสวนากันอย่างไม่เป็นทางการ งานนี้ชาวบ้านอยากให้เกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์ตากใบยังอยู่ในใจและในความทรงจำตลอดไป อยากจัดงานทุกปีเพราะทุกๆ วันที่ 25 ตุลาคมเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่บ้านเรา ที่โรงเรียนตาดีกา(อิฮซัน)บ้านจาเราะ ม.1 ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส  เริ่มเวลา 10.00 น. เชิญเพื่อนมุสลิมละหมาดร่วมกัน 13.30 น.

Voice TV lawyer filed countermotion on closing down order by the court proposed by DES, the court will rule today 13:00

Press Release Thai version is below; Today at 9.00am, the Criminal Court , Room 907, had a hearing with legal representative of the Ministry of Digital Economy and Society (DES) concerning the request for the Court to suspend broadcasting digital information of Voice TV pursuant to the Computer Crime Act Voice TV’s attorney has filedContinue reading “Voice TV lawyer filed countermotion on closing down order by the court proposed by DES, the court will rule today 13:00”