First court hearing scheduled in a case filed Against a military official for alleged assault on two youth in Yala in 2009 : supreme administrative court

Cross Cultural Foundation​ For immediate release on 18 May 2015 Press Release First court hearing scheduled in a case filed Against a military official for alleged assault on two youth in Yala in 2009 The plaintiffs, the two injured parties from physical assault allegedly committed by a military official, are to give their oral andContinue reading “First court hearing scheduled in a case filed Against a military official for alleged assault on two youth in Yala in 2009 : supreme administrative court”

แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ระเบิดที่จังหวัดนราธิวาส เสนอแนะให้ทุกฝ่ายอดทนอดกั้น ยึดมั่นแนวทางสันติ

เผยแพร่วันที่21กพ.2558 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและกลุ่มด้วยใจ แถลงการณ์ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ระเบิดที่จังหวัดนราธิวาส เสนอแนะให้ทุกฝ่ายอดทนอดกั้น ยึดมั่นแนวทางสันติ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในพื้นที่สาธารณะ​ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย ได้รับบาดเจ็บจำนวน 15 รายในจำนวนที่ทราบรายชื่อพบว่า เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย นอกนั้นเป็นพลเรือนโดยเฉพาะมีผู้หญิงจำนวน 8 ราย โดยเหตุเกิดในอำเภอเมือง จังหวัด นราธิวาส แม้ว่าจะมีความพยายามของหน่วยฝ่ายความมั่นคงด้วยความร่วมมือของหลายฝ่ายในการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่มีกิจกรรมที่สำคัญ เช่น เทศกาลตรุษจีน การเดินสานใจสู่สันติชายแดนใต้ระหว่างวันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ การติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยและพบอาวุธอย่างต่อเนื่องอาจเป็นผลให้เกิดการโต้ตอบ รวมทั้งความพยายามในการนำการพูดคุยสันติภาพขึ้นมาสู่โต๊ะเจรจาของฝ่ายรัฐบาลในระยะเวลาอันใกล้นี้ ข้อสังเกตเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลหรือการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อสารไปได้ว่ากลุ่มก่อความไม่สงบยังมีศักยภาพในการก่อเหตุด้วยอนุภาพอาวุธร้ายแรงเช่นระเบิดในที่สาธารณะได้ แม้จะมีข้อกล่าวอ้างข้างต้นแต่ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะสร้างความชอบธรรมให้กับการวางระเบิดโดยไม่มีเป้าหมายทางการทหารอย่างชัดเจน การวางระเบิดมุ่งประสงค์่ต่อความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เป็นอาชญกรรมที่โหดร้าย ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดความสูญเสียทั้งร่างกายและทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลระยะยาวถึงศักยภาพของประชาชนในการดำรงชีวิต ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ทั้งจากความพิการ หรือผลกระทบทางด้านจิตใจที่กว่าจะฟื้นคืนได้ต้องใช้เวลายาวนาน ดังที่ปรากฏในรายงานเหตุระเบิดเมืองปัตตานีเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ของกลุ่มด้วยใจ​ นอกจากนี้ เหตุระเบิดยังเป็นการส่งเสริมให้วงจรของความรุนแรงยังคงอยู่ นอกจากนี้ยังส่งผลลบต่อบรรยากาศการเจรจาสันติภาพซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้Continue reading “แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ระเบิดที่จังหวัดนราธิวาส เสนอแนะให้ทุกฝ่ายอดทนอดกั้น ยึดมั่นแนวทางสันติ”

โครงการเสียงเด็กเพื่อสันติภาพ : เสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายภาคประชาสังคมในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กในพื้นที่ขัดแย้ง

โครงการเสียงเด็กเพื่อสันติภาพ : เสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายภาคประชาสังคมในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กในพื้นที่ขัดแย้ง ในจังหวัดชายแดนใต้ โดย สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF Thailand) หลักการและเหตุผล ผู้ใหญ่หลายคนได้กล่าวว่า ” เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว และจะเป็นอนาคตของชาติ ” แต่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประเทศไทย เด็กต้องเผชิญสถานการณ์ความรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน เด็กจะถูกเป็นเหยื่อจากการกระทำที่เกิดจากผู้ใหญ่ที่กล่าวว่าพวกเขามีความชอบธรรมที่จะต่อสู้เพื่อได้รับอิสรภาพ หรือเป็นการปกป้องความมั่นคงของประเทศ ผลกระทบกับเด็กจากความรุนแรงมีสองด้านแรกคือผลกระทบโดยตรงเช่นการเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างที่สองเป็นผลกระทบทางอ้อมเช่นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือการถูกพรากจากครอบครัว เช่นเด็กในครอบครัวผู้ต้องขัง ในเดือนพฤศจิกายน 2012, เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส ทารกถูกฆ่าตายโดยการยิงจากสถานการณ์รุนแรง เหตุการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดความโศกเศร้าที่ยิ่งใหญ่ให้กับประชาชนและองค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ดังนั้นกลุ่มเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนจึงต้องการพัฒนาการสร้างพื้นที่สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการสันติภาพและการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองเด็กโดยการสานเสวนาระหว่างหน่วยงานรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนและเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 9 มกราคม 2013 หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เอ็นจีโอหลายคนได้ทำงานร่วมกันในการตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงและการละเมิดของเด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย “เสียงเด็กเพื่อสันติภาพ” ได้ใช้ความพยายามในการสร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับสิทธิของเด็ก และเพื่อปกป้องพวกเขาจากความรุนแรงและความขัดแย้ง วัตถุประสงค์อีกประการหนึ่งคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและปกป้องการเจริญเติบโตและการพัฒนาของเด็ก และการปกป้องเด็กเพื่อที่พวกเขาจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการดำเนินการถ้าเราพูดถึงความปลอดภัยของเด็กโดยเฉพาะในบริบทของความขัดแย้งและความรุนแรง แต่ถ้าทุกคนเห็นความสำคัญของชีวิตของเด็กและตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในที่สุดในสังคมในอนาคต เราอาจจะต้องการที่จะหันหลังกลับและพิจารณาว่าเด็กไม่ควรได้รับผลกระทบจากความรุนแรงเช่นเดียวกับการสูญเสียชีวิตของพวกเขาอีกต่อไป พวกเขาไม่ควรจะอยู่ในสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของความรุนแรงเช่นในเหตุการณ์ยิงและเหตุการณ์ระเบิด การเป็นพยานและประสบการณ์บางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจเด็กของแต่ละคนซึ่ง การดูแลทางด้านจิตใจจำเป็นต้องใช้เวลา แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะรักษาและฟื้นฟูเด็กที่เผชิญเหตุการณ์ที่ร้ายแรง ดังนั้นกลุ่มและบุคคลต่าง ๆContinue reading “โครงการเสียงเด็กเพื่อสันติภาพ : เสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายภาคประชาสังคมในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กในพื้นที่ขัดแย้ง”

First Hearing by the Supreme Administrative Court Victim of Torture, Rayu Dorkor speaks out

Released on 16 January 2015 Press Release First Hearing by the Supreme Administrative Court Victim of Torture, Rayu Dorkor, Seeking to hold Ministry of Defence, Royal Thai Army, Royal Thai Police and Office of the Prime Minister to Account ​The Supreme Administrative Court is scheduled to have the first hearing on 20 January 2558 atContinue reading “First Hearing by the Supreme Administrative Court Victim of Torture, Rayu Dorkor speaks out”

จดหมายปีใหม่ เปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จากนางสาวรอมือละห์ แซเยะ และนายมูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ

จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่อง​ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้/ปาตานีโดยสันติวิธี เรียน​นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านแม่ทัพภาคที่ 4 ​ดิฉัน นางสาวรอมือละห์ แซเยะ และนายมูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของคนทำงานภาคประชาสังคมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งและจากระบบกระบวนการยุติธรรม ขอมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ด้วยการนำเสนอความคิดเห็นบางประการเพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของชาติบ้านเมือง แม้ว่าเราจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆในสังคมแต่ก็เชื่อว่า เสียงของคนตัวเล็กๆเพียงสองคนนี้จะไม่ใช่คนที่โดดเดี่ยวจากสังคมรอบตัว และเป็นเสียงที่สะท้อนความเห็นของคนไม่น้อยในพื้นที่ที่ยังไม่กล้าแสดงออก ​มูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ มีสถานะเป็นนักโทษเด็ดขาดชาย คดีกระทำการอั้งยี่ซ่องโจร ถูกศาลฎีกาตัดสินเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 ให้ต้องโทษจำคุก 12 ปีด้วยหลักฐานที่มาจากการซัดทอดและจากฐานความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการลงมือก่อเหตุใดๆ ซึ่งสำหรับคนจำนวนไม่น้อยอาจถือได้ว่ามูฮัมหมัดอัณวัรเป็นนักโทษเพราะความคิดทางการเมือง รอมือละห์ แซเยะ ภรรยาของมูฮาหมัดอัณวัร ทำงานภาคประชาสังคมด้วยการช่วยเหลือเยาวชนและครอบครัวนักโทษคดีความมั่นคงจำนวนหนึ่งรวมทั้งขับเคลื่อนเรื่องกระบวนการสันติภาพ มูฮาหมัดอัณวัรเอง เมื่อยังไม่ได้เข้าสู่เรือนจำก็ไม่เคยหลบหนีการดำเนินคดี ทั้งในเวลาก่อนและหลังถูกจับกุมตลอดจนถึงช่วงเวลาที่มีการดำเนินคดี มูฮาหมัดอัณวัรทำงานเป็นสื่อสารมวลชนในพื้นที่ เราทั้งสองคนแม้จะมีความเห็นบางเรื่องแตกต่างจากรัฐแต่เป็นผู้ที่ยึดมั่นในวิถีทางสันติมาโดยตลอด และเรายังเชื่อมั่นว่ามูฮาหมัดอัณวัรเป็นเหยื่อของกระบวนการยุติธรรมที่ตัดสินเอาผิดคนในสิ่งที่ไม่สมควรต้องเอาผิดและถือว่าคดีนี้เป็นตัวอย่างอันหนึ่งของการที่ผู้ที่ยึดมั่นในแนวทางสันติตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งความเป็นเหยื่อกล่าวได้ว่ามีทั้งในทางตรงและในทางทัศนคติ อย่างไรก็ตาม การถูกจำขังไม่ได้ทำให้เกิดความย่อท้อในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาของสังคม จดหมายเปิดผนึกถึงท่านนายกรัฐมนตรีฉบับนี้เป็นการนำเสนอความเห็นเพื่อขอให้มีการปรับปรุงการบริหารประเทศด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง เป็นเสียงเรียกร้องจากคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงและอยากเห็นการคลี่คลายความขัดแย้งอย่างยั่งยืน ​การเข้ามาบริหารประเทศของค.ส.ช. และท่านนายกรัฐมนตรีด้วยเหตุผลความจำเป็นหลายประการดังที่ท่านได้อธิบายต่อประชาชนนั้น บัดนี้ได้ผ่านพ้นมาจนใกล้จะครบแปดดือน แต่ประชาชนในพื้นที่ก็ยังมองไม่เห็นชัดเจนถึงแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ถึงแม้ว่าจะมีข่าวการยืนยันว่าได้มีการดำเนินการพูดคุยกับผู้เห็นต่างรอบใหม่ต่อจากที่เคยเริ่มไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556 ก็ตาม ความไม่เชื่อมั่นและความเปลี่ยนแปลงในทางรูปธรรมที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้เกิดความท้อแท้และเบื่อหน่ายให้กับคนในพื้นที่Continue reading “จดหมายปีใหม่ เปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จากนางสาวรอมือละห์ แซเยะ และนายมูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ”