การปกป้องสิทธิผู้ถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือในจังหวัดชายแดนใต้

                                             ตามที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน ในพื้นที่สามจังหวัด สี่อำเภอ ชายแดนภาคใต้ จำนวนมาก ได้ร้องเรียนมูลนิธิผสานวัฒนธรรมว่า ถูกตัดสัญญานโทรศัพท์มือถือตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจาก กอ.รมน.ภาค 4  และกสทช. ได้ให้บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ กำหนดให้ผู้ใช้โทรศัพท์โดยเฉพาะระบบเติมเงินต้องลงทะเบียนซิมใหม่ด้วยระบบสแกนใบหน้า (ระบบ 2 แชะ) โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนใหม่จะถูกบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือตัดสัญญาณไม่สามารถใช้โทรศัพท์ต่อไปได้ เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้ติดตามปัญหา ท้วงติงและคัดค้านมาตรการดังกล่าวตลอดมา ดังปรากฎรายละเอียดตามแถลงการณ์ของมูลนิธิและองค์กรเครือข่าย ฉบับลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2563  มูลนิธิฯเห็นว่า ในช่วงที่ประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้กำลังเผชิญกับภัยโรคระบาดร้ายแรงโควิด-19 การติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในการติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการแพร่ระบาด การเรียนรู้มาตรการเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแจ้งเหตุ ขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานด้านการแพทย์และสาธารณะสุขในกรณีที่สงสัยว่าตนหรือบุคคลในครอบครัวอาจแป็นโรค เจ็บป่วย หรือมีความจำเป็นอื่นๆ ในการประกอบอาชีพและชีวิตประจำวัน ซึ่งในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือนั้นถือเป็นปัจจัยที่ 5 ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุขของประชาชน จากการตรวจสอบของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม องค์การและหน่วยงานต่างๆเช่น คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชนเป็นต้น พบว่าการขอให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะผู้ที่ได้เคยลงทะเบียนไว้แล้ว ต้องไปลงทะเบียนใหม่โดยระบบ 2 แซ๊ะ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสัญญาณนั้นContinue reading “การปกป้องสิทธิผู้ถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือในจังหวัดชายแดนใต้”

เอกสารแปล แถลงการณ์ยูเอ็น การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด – 19) กับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เผยแพร่วันที่ 6 เมษายน 2563

คณะกรรมการสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ได้เผยแพร่ แถลงการณ์ ต้นฉบับ ภาษาอังกฤษ ในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2020 เรื่อง การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด – 19) กับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การระบาดใหญ่ของโรคโควิด – 19 กำลังคุกคามทำให้ระบบบริการสุขภาพมีงานท่วมท้นและสร้างผลกระทบเลวร้ายทั่วโลกในทุกด้านของชีวิต –  ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม การศึกษา และการผลิตอาหาร คนหลายหมื่นคนเสียชีวิต โดยในจำนวนนี้รวมถึงแพทย์และพยาบาล ที่ทำหน้าที่รักษาพยาบาลในแนวหน้า คนหลายคนต้องตกงาน และการดำรงชีวิตตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ ที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุม การแพร่ระบาดของไวรัส ดังเช่น “มาตรการปิดเมือง” (lockdowns) โรงเรียนถูกปิดในหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบ  ผู้คนไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมสำคัญทางวัฒนธรรมและชุมชนได้ เช่น พิธีกรรมทางศาสนา งานแต่งงาน และงานศพ  ในตอนต้นของแถลงการณ์นี้ คณะกรรมการสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จึงขอแสดงความเห็นใจไปยังเหยื่อของการแพร่ระบาด รวมถึงครอบครัว ตลอดจนชุมชนในวงกว้างที่บุคคลดังกล่าวเป็นสมาชิก อ่านรายงานฉบับแปลภาษาไทยได้ที่ THContinue reading “เอกสารแปล แถลงการณ์ยูเอ็น การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด – 19) กับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เผยแพร่วันที่ 6 เมษายน 2563”

Bring Thais back Home: Constitutional Rights Vs. Emergency Decree By Pornpen Khongkachonkiet and Nur-Sikeen Yosoh, Cross Cultural Foundation- CrCF

Bring Thais back Home: Constitutional Rights Vs. Emergency Decree By Pornpen Khongkachonkiet and Nur-Sikeen Yosoh, Cross Cultural Foundation- CrCF Translation by Nathakrit and Katie Released in Thai at https://www.the101.world/bring-thais-home/   On 18 March 2020, Malaysia decided to go into lockdown due to the Covid-19 outbreak. The country then delayed its border checkpoint re-opening. The checkpointsContinue reading “Bring Thais back Home: Constitutional Rights Vs. Emergency Decree By Pornpen Khongkachonkiet and Nur-Sikeen Yosoh, Cross Cultural Foundation- CrCF”

เมื่อต้อง “ไม่มีผู้ใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ในสถานการณ์ COVID19 แถลงการณ์ร่วม ขอให้ยุติการตัดสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยทันที

เมื่อต้อง “ไม่มีผู้ใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” แถลงการณ์ร่วม ขอให้ยุติการตัดสัญญาณโทรศัพท์โดยทันที กรณีผู้ใช้โทรศัพท์ ไม่ไปถ่ายรูปสองแชะในจังหวัดชายแดนใต้ ในสถานการณ์โควิด-19 เผยแพร่วันที่ 17  พฤษภาคม 2563 เมื่อ12 พฤษภาคม 2563  มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเริ่มได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีที่ประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (จะนะ นาทวี สะบ้าย้อย และเทพา) โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นผู้ใช้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงินทั้งสี่เครือข่ายไม่ว่าจะเป็นของ CAT, DTAC, AIS และ TRUE ว่าสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดแล้ว ไม่สามารถใช้บริการอินเตอร์เนต รับสายเข้า และโทรออกได้ ก่อนหน้านี้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมักได้รับข้อความทางโทรศัพท์มือถือว่า ให้ทุกคนที่ต้องการใช้โทรศัพท์มือถือในพื้นที่ดังกล่าว ไปลงทะเบียนซิมการ์ดโดยวีธีการตรวจสอบใบหน้า (Face Recognition) เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ ของตน ภายในวันที่ 30 เมษายน 2563 มิเช่นนั้นจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือของตนได้[1] โดยข้อความลักษณะดังกล่าวมีเนื้อหาแตกต่างกันออกไปบ้าง และมีการจัดส่งอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันมาตั้งแต่ปลายปี 2562 เป็นต้นมา โดยมีข้อมูลของฝ่ายกฎหมาย กอรมน.Continue reading “เมื่อต้อง “ไม่มีผู้ใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ในสถานการณ์ COVID19 แถลงการณ์ร่วม ขอให้ยุติการตัดสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยทันที”

จดหมายเปิดผนึก 5 พฤษภาคม 2563 เรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในกรณีพบผู้ป่วยต่างชาติในศูนย์กักตัวผู้ต้องกักสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา

จดหมายเปิดผนึก 5 พฤษภาคม 2563 เรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในกรณีพบผู้ป่วยต่างชาติในศูนย์กักตัวผู้ต้องกักสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา . เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สำเนาถึง ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูล COVID-19 . . จากการแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 และในเว็บเพจของศูนย์ข้อมูล Covid-19 เรื่องการพบผู้ป่วยรายใหม่ 18 ราย อยู่ที่ศูนย์กักตัวฯ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นคนต่างด้าวทั้งหมด เพศหญิง 17 ราย อายุระหว่าง 13-22 ปี เพศชาย 1 รายอายุ 10 ปี รวมกับผู้ป่วยในศูนย์กักกันฯ ที่พบก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2563 จำนวน 42 ราย รวมผู้ป่วยที่อยู่ในศูนย์กักตัวฯ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 60 รายContinue reading “จดหมายเปิดผนึก 5 พฤษภาคม 2563 เรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในกรณีพบผู้ป่วยต่างชาติในศูนย์กักตัวผู้ต้องกักสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา”