International Day in Support of Victims of Torture: Thailand 2020

On December 12, 1997, the United Nations General Assembly proclaimed June 26 the International Day in Support of Victims of Torture. Illegal under international law, torture attempts to break the human spirit– disregarding the rights and dignity of its victims. June 26 is subsequently a time for remembrance and support. However, this day is alsoContinue reading “International Day in Support of Victims of Torture: Thailand 2020”

รายงานเนื่องในวันสนับสนุนผู้เสียหายจากการทรมานสากล

ระหว่างปี 2562 – 2563 มีการรายงานการซ้อมทรมานผ่านสื่อหลักทั้งหมด 9 คดี ซึ่งเป็นการซ้อมทรมานโดยทหารหรือเกิดขึ้นในค่ายทหาร 5 กรณี เป็นการกระทำโดยตำรวจ 3 กรณี และอีกหนึ่งกรณีเกิดขึ้นในโรงเรียนกวดวิชาเข้าโรงเรียมเตรียมทหาร หากแต่เหตุซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นจริงมีมากกว่าที่ปรากฏในสื่อหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้และสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งในปี 2562 มีการร้องเรียนการถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกและพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งผู้ถูกควบคุมตัวเสี่ยงที่จะถูกทรมานมากกว่า 142 กรณี โดยร้องเรียนไปยังเครือข่ายภาคประชาสังคม และในปี 2563 มีข้อร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวจำนวน 22 กรณี ในบรรดาข้อร้องเรียนเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นการซ้อมทรมานโดยไม่ทิ้งร่องรอย (clean torture) รวมไปถึงการขู่ทำร้ายญาติและครอบครัวของผู้ถูกควบคุมตัวหรือถูกทรมานเหล่านั้นด้วย รูปแบบการซ้อมทรมานและการละเมิดสิทธิมนุษยชนระหว่างปี 2562 – 2563 สามารถจำแนกได้เป็น 8 ประเภท คือ 1. การบังคับให้ยืนเปลือยในห้องแอร์เป็นเวลานาน 2. การขู่ทำร้ายญาติและครอบครัวของเหยื่อ 3. การทำร้ายและการทรมานที่ทิ้งร่องรอยบาดแผล 4. การทรมานในลักษณะ waterboarding 5. การห้ามปฏิบัติศาสนกิจ 6. การย่ำยีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 7. การซ้อมทรมานที่สร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในโดยไม่ทิ้งร่อยรอยภายนอกContinue reading “รายงานเนื่องในวันสนับสนุนผู้เสียหายจากการทรมานสากล”

ใบแจ้งข่าว: ร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามอุ้มทรมานและอุ้มหายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

พรรคการเมือง คณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และภาคประชาสังคมได้ร่วมกันผลักดันร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการอุ้มทรมานและอุ้มหายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษษฎรแล้ว แต่ร่างกฎหมายของรัฐบาลยังไม่คืบหน้า แม้ดำเนินการมาเกือบสิบปี ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ลงนามและรอการให้สัตยาบันอีกหนึ่งฉบับคืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ICPPED) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 แต่ก็ยังไม่มีกฎหมายในประเทศเพื่อรองรับการปฏิบัติตามอนุสัญญาทั้งสองฉบับ กฎหมายในประเทศที่ร่างเป็นพรบ.นั้นมีการกำหนดให้การที่เจ้าหน้าที่ที่กระทำทรมานและบังคับให้ประชาชนสูญหายเป็นความผิดทางอาญาที่เจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษ พร้อมทั้งให้รัฐเยียวยาผู้ตกเป็นเหยื่อและครอบครัว เป็นต้น แม้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะได้จัดทำและเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ……. ต่อคณะรัฐมนตรีไปแล้วก็ตาม แต่จนบัดนี้ประเทศไทยก็ยังไม่มีกฎหมายอนุวัติการดังกล่าว ส่งผลให้ไม่สามารถลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้กระทำความผิดในข้อหากระทำทรมานหรือบังคับให้บุคคลสูญหายได้ เจ้าหน้าที่ผู้กระทำความผิดยังคงลอยนวลพ้นผิดได้เสมอ กระแสการรณรงค์เรียกร้องที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานโดยกลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อให้รัฐบาลไทยออกกฎหมายอนุวัติการถูกจุดประเด็นขึ้นอีกครั้งหนึ่งจากกรณีการอุ้มหายนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จากที่พักในกรุงพนมเปญเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2562  ส่งผลให้พรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังจากได้ปรับปรุงร่างกฎหมายฉบับประชาชนที่เสนอโดยมูลนิธิผสานวัฒนธรรมร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆแล้ว ต่าง ได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ฯ ของพรรคประชาชาติที่มีสมาชิกสภาผู้แทนฯ พรรคเพื่อไทยร่วมลงนาม ได้เสนอต่อประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนไปแล้วายน 2563 แล้ว ร่าง พ.ร.บ.ฯContinue reading “ใบแจ้งข่าว: ร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามอุ้มทรมานและอุ้มหายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา”

CrCF statement: Demanding an End to the Prosecution of Peaceful Protests related to Wanchalearm’s Abduction

Demanding an End to the Prosecution of Peaceful Protests at the Royal Embassy of Cambodia Calling for the Investigation of Wanchalearm’s Abduction Statement on Demanding an End to the Prosecution of Peaceful Protests at the Royal Embassy of Cambodia Calling for the Investigation of Wanchalearm’s Abduction On June 11, 2020, summons were filed by theContinue reading “CrCF statement: Demanding an End to the Prosecution of Peaceful Protests related to Wanchalearm’s Abduction”

แถลงการณ์: ยุติดำเนินคดีกลุ่มเพื่อนวันเฉลิม

วันที่ 11 มิถุนายน 2563 ตำรวจนครบาลวังทองหลางออกหมายเรียก นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และพวกรวม 6 คน และนายณัฐวุฒิ อุปปะและพวกรวม 4 คน ในข้อหาร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรม หรือกระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยที่ได้กระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จากการที่บุคคลดังกล่าวได้เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาทำหน้าที่ของตนตามพันธกรณีระหว่างประเทศและตามกฎหมายของกัมพูชา ในการสืบสวนสอบสวนการบังคับนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ให้สูญหายไป รวมถึงจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูป้ายเรียกร้องความเป็นธรรม บริเวณหน้าสถานทูตกัมพูชา ในวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา การชุมนุมดังกล่าวเป็นการรวมกลุ่มกันอย่างสงบเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์การหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีพยานหลักฐานว่า เขาได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์บังคับเอาตัวขึ้นรถยนต์หายไปจากที่พักกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา หลังจากลี้ภัยทางการเมืองจากประเทศไทยในปีพ.ศ.2557 แม้จะมีกระแสเรียกร้องจากประชาชน สื่อมวลชน รวมถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศ เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNOHCHR) ให้มีการดำเนินการเพื่อสืบสาวหาข้อเท็จจริง แต่ทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชายังคงเพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าว มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเห็นว่า มิใช่เป็นการมั่วสุมหรือการ “ร่วมกันชุมนุม ทำกิจกรรม หรือกระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย” หากแต่เป็นการดำเนินการที่ชอบธรรม โดยสงบ และอยู่ในกรอบของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defender) ดังนั้น การตั้งข้อหาและออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีกับผู้ยื่นหนังสือเช่นนี้ อาจถูกมองได้ว่าเป็นการใช้อำนาจจากพ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ไม่ชอบธรรมContinue reading “แถลงการณ์: ยุติดำเนินคดีกลุ่มเพื่อนวันเฉลิม”