เปิดคำแถลงการณ์ของเฌอเอม-ชยาธนุส เรียกคืนสิทธิมนุษยชนแก่ชาวบางกลอย – ใจแผ่นดิน

แถลงการณ์เรียกคืนสิทธิมนุษยชนแก่ชาวบางกลอย – ใจแผ่นดิน บางกลอยคืออะไร? ใจแผ่นดิน บ้านแต่อดีต กฎหมายที่เป็นไทย แต่ไม่เป็นธรรม การถูกกีดกันออกจากความเป็นคนไทยของชาวกะเหรี่ยง วิถีชีวิตที่ถูกทำลาย 1 : ธรรมชาติกำเนิดวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่ถูกทำลาย 2 : การทำไร่หมุนเวียน มรดกโลกที่ไม่มีเจ้าของ การเพ่งเล็งที่ผิดเป้าหมายในการอนุรักษ์ป่าของภาครัฐ บางกลอยคืออะไร?             หลายคนน่าจะเห็น #saveบางกลอย มาพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้เพราะการต่อสู้ระหว่างชนพื้นเมืองและเจ้าหน้าที่ดำเนินมาเกินกว่า 20 ปีแล้ว ประเด็นอันซับซ้อนระหว่างเจ้าหน้าที่และชาวบ้านบางกลอยมีตั้งแต่เรื่อง สิทธิมนุษยชนของกลุ่มชนพื้นเมือง สิทธิชุมชน สิทธิการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำไม อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจึงไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ไม่นับรวมถึงรากเหง้าของปัญหาที่หยั่งลึกลงในความเป็นชาติไทย แนวคิดชาตินิยมที่ผลักคนชาติพันธุ์ให้กลายเป็นคนชายขอบ และภาพลักษณ์อันเลวร้ายที่รัฐเป็นผู้สร้างแก่กลุ่มคนพื้นเมือง เสริมด้วยคติจากคนเมืองที่ไม่เข้าใจปัญหาด้านสิทธิพื้นฐานและอภิสิทธิ์อันกระจุกตัวอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ บางกลอยคือหมู่บ้านในตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี หากเดินขึ้นจากสะพานแขวนแม่น้ำเพชรบุรี เราจะพบกับ “บ้านโป่งลึก” เป็นอันดับแรก ซึ่งในอดีตบ้านโป่งลึกกินพื้นที่แม่น้ำทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเพชรบุรี             จนกระทั่งปีพ.ศ. 2539 (โดยประมาณ)ชาวบ้านบางกลอยถูกเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติผลักดันให้อพยพลงมาที่ฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเพชรบุรี นั่นก็คือฝั่งหนึ่งของบ้านโป่งลึกในอดีตนั่นเอง             หมายความว่าชาวบ้านบางกลอยContinue reading “เปิดคำแถลงการณ์ของเฌอเอม-ชยาธนุส เรียกคืนสิทธิมนุษยชนแก่ชาวบางกลอย – ใจแผ่นดิน”

คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติงานของ ICJ ลำดับที่ 14 เรื่องการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีกรณีต้องสงสัยว่าเป็นการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

Download ได้ที่ คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติงานของ ICJ ลำดับที่ 14 เรื่องการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีกรณีต้องสงสัยว่าเป็นการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมายได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว โดยคู่มือดังกล่าวนั้นได้ถูกเผยแพร่ในภาษาอังกฤษในเดือนกันยายนพ.ศ 2562คำแปลคู่มือเป็นภาษาไทยดูได้ที่: https://www.icj.org/wp-content/uploads/2021/02/Universal-PG-14-Unlawful-death-Publications-Reports-Practitioners-Guides-series-2021-THA.pdf (การแปลคู่มือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดยสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยและกระทรวงต่างประเทศและการค้าประเทศนิวซีแลนด์)ทั้งนี้ คู่มือดังกล่าวถูกร่างขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานทางด้านกฎหมายในการประกันว่ากรณีการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้นจะถูกสอบสวนในลักษณะที่สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยคู่มือนี้พัฒนามาจากหลักการในพิธีสารมินิโซตาว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนกรณีที่ต้องสงสัยว่าเป็นการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมายค.ศ. 2016 (คำแปลเป็นภาษาไทยอย่างไม่เป็นทางการดูได้ที่นี่)ประเด็นที่ถูกกล่าวถึงในคู่มือผู้ปฏิบัติงานฉบับนี้ ได้แก่  กรณีต้องสงสัยว่าเป็นการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมายและหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน หน้าที่ของรัฐในการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดี สิทธิของครอบครัวผู้เสียหายและพยาน หลักการทั่วไปของการสืบสวนสอบสวนทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ในกรณีต้องสงสัยว่าเป็นการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ประเภทของหลักฐานและห่วงโซ่คุ้มครองพยานหลักฐาน การจัดการสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมและการระบุตัวผู้เสียหาย การผ่าศพ/ชันสูตรพลิกศพ การดำเนินคดีอย่างมีประสิทธิภาพกับบุคคลที่ต้องรับผิดต่อการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แนวทางเฉพาะสำหรับพนักงานอัยการและทนายจำเลย และ กรณีการเสียชีวิตโดยมิชอบด้วยกฎหมายในสถานการณ์ที่มีการขัดกันทางอาวุธ นอกจากนี้คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติงานของ ICJ ฉบับอื่นที่ถูกแปลเป็นภาษาไทย ได้แก่  คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติการลำดับที่ 1: ความเป็นอิสระและความรับผิดชอบของผู้พิพากษา ทนายความ และอัยการ (ค.ศ. 2004) คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติการลำดับที่ 2: สิทธิที่จะได้รับการเยียวยาและการชดใช้ความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและกว้างขวาง (ค.ศ. 2006) คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติการลำดับที่ 5:  คู่มือสังเกตการณ์กระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ค.ศ. 2009) คู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติการลำดับที่ 9: การบังคับให้สูญหายและการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม  (ค.ศ. 2015)

Unofficial translation :A Heartfelt Plea from the Karen community in Bang Kloi

A Heartfelt Plea from the Karen community in Bang Kloi We are of Karen ethnicity, descended from our ancestors who have lived in the Kaeng Krachan forest for centuries. We have been making our living and caring for the Kaeng Krachan forest for generations. Later, when government officials took care of the forest, we haveContinue reading “Unofficial translation :A Heartfelt Plea from the Karen community in Bang Kloi”

#savebangkloi : Call for all relevant organizations to investigate the duties of the staff at Khaeng Krachan National Park, and to protect the rights of the Karen community in Bang Kloi

News Report Call for all relevant organizations to investigate the duties of the staff at Khaeng Krachan National Park, and to protect the rights of the Karen community in Bang Kloi For the situation for the Bang Kloi villagers who are trying to return to their traditional and ancestor lands where their ancestors had originallyContinue reading “#savebangkloi : Call for all relevant organizations to investigate the duties of the staff at Khaeng Krachan National Park, and to protect the rights of the Karen community in Bang Kloi”

บันทึกถอดบทเรียนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ จากมินดาเนาสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

บันทึกถอดบทเรียนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ จากมินดาเนาสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการวิจัย เกี่ยวกับการแก้ไขตัวระบบกฎหมายความมั่นคงจาก งานศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ หนึ่งในผู้วิจัย: อาจารย์กัลยา แซ่อึ้ง การบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในการรักษาความมั่นคงไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทยเท่านั้น ประเทศร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างฟิลิปปินส์ ก็ใช้กฎหมายพิเศษในเขตมินดาเนาที่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประชาชนที่มีความแตกต่างทางศาสนาด้วย อย่างไรก็ตาม รายงานวิจัยเรื่อง “กฎหมายความมั่นคงและการบังคับใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา” ที่นำกรณีของมินดาเนามาเปรียบเทียบกันกับกรณีของประเทศไทย ได้ข้อสรุปออกมาว่าการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในมินดาเนาส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในพื้นที่น้อยกว่าในกรณีประเทศไทย นำไปสู่การเอื้อให้เกิดการปรองดองและการจัดตั้งรูปแบบการปกครองพิเศษได้มากกว่า ทั้งนี้ เป็นผลจากลักษณะหลักการการบังคับใช้ในกฎหมายพิเศษของฟิลิปปินส์ที่แตกต่างจากของประเทศไทยในหลายแง่มุมด้วยกัน โดยข้อแตกต่างของการบังคับใช้กฏหมายของฟิลิปปินส์ในพื้นที่มินดาเนากับการบังคับใช้กฏหมายในประเทศไทยมีทั้งหมด 4 ประการ  ความแตกต่างในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่พิเศษ ประการแรก รัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญสูงสุดแก่หลักนิติรัฐ/นิติธรรมในการกำกับและตีกรอบระบบกฎหมายในประเทศ ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงกฎหมายพิเศษที่ออกมาบังคับใช้ในเขตมินดาเนาด้วย หลักนิติรัฐ/นิติธรรมที่ว่านี้ คือการกำหนดให้อำนาจรัฐอยู่บนหลักความชอบธรรมทางกฎหมาย และมีการตรวจสอบถ่วงดุลกันระหว่างสามฝ่าย เช่น การกำหนดให้กฎอัยการศึกไม่มีผลระงับรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้กฎหมายเหล่านี้มีผลเหนือหลักนิติรัฐ/นิติธรรมและสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน มีการให้อำนาจสภาฯ ลงมติอนุมัติการประกาศกฎอัยการศึก แทนที่จะเป็นอำนาจฝ่ายทหารหรือฝ่ายบริหารเพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นประชาธิปไตย การให้สิทธิประชาชนร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาถึงความชอบธรรมของการประกาศกฎอัยการศึกหนึ่ง ๆ รวมถึงการกำหนดให้การควบคุมตัวในช่วงกฎอัยการศึกต้องกระทำโดยมีหมายศาล และหากเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถตั้งข้อกล่าวหาได้ภายในสามวันก็จะต้องปล่อยตัว ตรงกันข้าม การบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทยได้ละเมิดหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐานตลอดกระบวนการ เพราะอำนาจกฎหมายความมั่นคงกระจุกอยู่กับฝ่ายทหารเหนือฝ่ายพลเรือนและถูกบังคับใช้โดยเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่คุ้นชินกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างประนีประนอม เช่น กฎหมายนี้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการใช้มาตรการพิเศษเกี่ยวกับการตรวจค้น การจับกุม และควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินได้เป็นเวลา 30 วัน โดยสถานที่ควบคุมตัวมักไม่ใช่สถานที่ทางการโดยทั่วไป แต่เป็นสถานที่ซึ่งกำหนดโดยคำสั่งกอ.รมน. ภาคContinue reading “บันทึกถอดบทเรียนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ จากมินดาเนาสู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้”