ภูมิทัศน์วัฒนธรรมชายแดน: ชุมชนมุสลิมในแม่สอด

เรื่องโดย อัสรี มาหะมะ ชุมชนอิสลามแม่สอด ถือเป็นชุมชนทางชาติพันธุ์ศาสนาที่ใหญ่แห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชุมชนแห่งนี้เริ่มต้นตั้งแต่แยกเส้นทางสู่โรงพยาบาลแม่สอด จะพบร้านค้าของมุสลิมเรียงรายขนานตามเส้นทางสลับสับเคล้ากับร้านค้าของชาวจีนและคนไทยที่ค้าขายสินค้าต่างๆ เช่น ร้านข้าวสาร ร้านจักรยาน ร้านยา คลินิก ร้านอาหารกาแฟ สังเกตว่าการสัญจรบนเส้นทางนี้ค่อนข้างหน้าแน่นที่เดียว เดิมทีชุมชนแห่งนี้ เรียกว่า “คอกวัว”เนื่องจากชาวมุสลิมกลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้ มักจะนิยมทำการปศุสัตว์ เลี้ยงวัว เป็นอาชีพที่มุสลิมจากบังกลาเทศถนัด จึงขนานนามชุมชนนี้ว่าเป็นคอกวัว ต่อมาเมื่อเริ่มมีการขยายตัวของประชากรมุสลิมมากขึ้นมีการตั้งชุมชนที่เป็นทางการมีการสร้างมัสยิดเพื่อนี้เป็นศูนย์กลางของการรวมตัวของชาวมุสลิม มีการสร้างบ้านเรือนรอบๆ มัสยิดขึ้นเรียงรายกันเนื่องจากมุสลิมต้องใช้พื้นที่มัสยิดเพื่อประกอบศาสนากิจ ชุมชนแห่งนี้มีประวัติก่อตั้งโดยตระกูลซอหมัดอาลี เป็นชาวบังกลาเทศ ที่เดินทางมาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยอาณานิคมอังกฤษที่ครอบครองพื้นที่ตั้งแต่อินเดียจนถึงพม่า การเดินทางของผู้ที่อยู่ใต้บังคับของอังกฤษสามารถเดินทางอย่างสะดวกในอาณานิคม การเข้ามาของซอหมัดอาลี นั้นมีผลจากความต้องการบุกเบิกทางการค้าเร่ของตน และการสร้างเครือข่ายทางการค้า สมัยนั้นข้าวของเครื่องชาม ทองเหลืองต่าง ๆ นำเข้ามาโดยพ่อค้าที่มาจากอินเดียและขายต่อมายังภาคกลางของประเทศสยามในเวลานั้น สมัยที่ซอหมัดอาลี เข้าในชุมชนแห่งนี้ มีบ้านเรือนอยู่ 4-5 หลังเท่านั้น ตรงกับช่วงสมัยในปลายรัชกาลที่ 4 โดยที่ดินบริเวณดังกล่าวนี้รกร้างไร้ผู้คน ทำให้สามารถเข้าไปซื้อและจับจองที่ดิน โดยเฉพาะในรุ่นลูก ๆ เข้าไปจับจองที่นาหรือป่ารอบไว้เป็นที่เลี้ยงวัวจนเป็นที่มาของชุมชนคอกวัว แต่เมื่อทางรัฐบาลได้มีการจัดตั้งชุมชนแม่สอด มาเป็นอำเภอแม่สอดในปี  พ.ศ.2441 ชุมชนคอกวัวได้มีการตั้งชื่อใหม่ให้ดูดี เป็นชุมชนอิสลาม ปัจจุบันนี้ลูกหลานของคนเหล่านี้Continue reading “ภูมิทัศน์วัฒนธรรมชายแดน: ชุมชนมุสลิมในแม่สอด”

ท.ร.1/1 เอกสารยืนยันตัวตนชิ้นแรกของชีวิต

เรื่องโดย จันทราภา จินดาทอง ในพื้นที่ชายขอบประเทศอย่างอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เด็ก ๆ ที่คลอดในโรงพยาบาลชุมชนเพียงแห่งเดียวซึ่งเปิดบริการเป็นโรงพยาบาล 10 เตียงครั้งแรก เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2527 จะได้รับหนังสือรับรองการเกิด ทร.1/1 ซึ่งเป็นเอกสารที่ติดอยู่กับสมุดฝากครรภ์ของคุณแม่ หลังคลอดพยาบาลผู้ทำคลอดจะเขียน ทร.1/1 ด้วยลายมือเพื่อนำไปให้สำนักทะเบียนอำเภอจัดทำสูติบัตรให้เด็ก การจัดเก็บสำเนา ทร.1/1 ของโรงพยาบาลอุ้มผางเท่าที่ปรากฏมีเอกสารในปัจจุบันเริ่มมาตั้งแต่ปี 2541 (แต่ไม่ครบทุกคน) บางฉบับแม้จะมีสำเนาอยู่แต่ก็ลบเลือนไปตามกาลเวลา ผู้เขียนเริ่มทำงานในหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์งานประกันสุขภาพ โรงพยาบาลอุ้มผาง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 ด้วยความที่เป็นคนคลุกคลีกับงานสถานะบุคคลมาเป็นเวลานานพอสมควร จึงเห็นความสำคัญของ ทร.1/1 ว่า บุคคลที่มีปัญหาสถานะ การมีเอกสารแสดงตนแม้จะเป็นเพียงหนังสือรับรองการเกิดแค่ชิ้นเดียวก็มีความหมายมากมายกับคนเหล่านี้ เพราะมันเป็นเอกสารที่รับรองถึงจุดเกาะเกี่ยวระหว่างเด็กคนหนึ่ง ๆ กับสถานที่ที่เขาเกิด และสามารถนำไปสู่การพัฒนาสถานะบุคคลในอนาคต ต่อมาเมื่อทราบข่าวว่าองค์การยูนิเซฟร่วมกับสำนกับริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพและกระทรวงสาธารณสุข มีโครงการระบบการให้บริการหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ออนไลน์  ผู้เขียนรู้สึกสนใจและขออาสาร่วมเป็นหนึ่งในโรงพยาบาล่นำร่องของโครงการนี้ โรงพยาบาลอุ้มผางเริ่มใช้งานระบบให้บริการท.ร.1/1 ออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2553 โดยให้งานประกันสุขภาพเป็นผู้รับผิดชอบซึ่งน่าจะแตกต่างจากโรงพยาบาลอื่นที่กำหนดให้ฝ่ายการพยาบาลสูตินรีเวชกรรมมีหน้าที่ออก ท.ร.1/1 ในช่วงแรกที่รับผิดชอบงานนี้Continue reading “ท.ร.1/1 เอกสารยืนยันตัวตนชิ้นแรกของชีวิต”

เปิดบันทึกย่อวงพูดคุย “สถานการณ์อัฟกานิสถานผลกระทบต่อสามจังหวัดชายแดนใต้ 19 ส.ค. 2564”

หมายเหตุ: บทสนทนานี้เกิดจากการแลกเปลี่ยนพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ และเห็นว่าเป็นประโยชน์จึงนำมาเผยแพร่ ขอขอบคุณ อ.อับดุลสุโก ดินอะ ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ มารุฟ อิบบาฮิม อ.อสมา มังกรชัย อัญชนา หีมมิน๊ะ และนูรอาซีกิน ยูโซ๊ะ บันทึกโดย พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ เรียบเรียงโดย อิชย์อาณิคม์ ชิตวิเศษ ความเดิมตอนที่แล้ว เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่สามจังหวัดชายแดนใต้มีการละหมาดฮายัต (ละหมาดเพื่อขอให้พ้นภัย) เมื่อตอนที่ทหารอเมริกันและพันธมิตรบุกยึดอัฟกานิสถาน จึงเห็นว่าตอนนี้มีการปฏิกริยาที่สนับสนุนตาลีบัน และกระแสต่อต้านที่อาจจะเกินจริงจากสถานการณ์ปัจจุบัน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีประสบการณ์การทำงานที่ดีจะลดอุณหภูมิความขัดแย้งตลอดมา มีการพูดคุย สานเสวนา กับพื้นที่กลาง ปลอดภัยโดยทำอย่างไรให้การเห็นต่างมีพื้นที่ โดยไม่ใช้ความรุนแรง  การนำเสนอวงเสวนาภายใต้เจตนารมณ์อิสลาม (หลักการศาสนา) ทางการเมือง และสิทธิมนุษยชน ทั้งสองสิ่งนี้จึงมีทั้งจุดร่วมและจุดต่าง ชายแดนใต้ กับสิ่งที่ประกอบสร้างความเป็นสังคมมุสลิมปาตานี สังคมและความเชื่อของชาวมุสลิมชายแดนภาคใต้ มีหลายกลุ่ม อย่างน้อยแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ในบริบทปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานและก็ยังคงเป็นอยู่ในปัจจุบัน คือ 1) กลุ่มที่นิยมความรุนแรงในการแก้ปัญหา 2) กลุ่มที่เห็นใจกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถานContinue reading “เปิดบันทึกย่อวงพูดคุย “สถานการณ์อัฟกานิสถานผลกระทบต่อสามจังหวัดชายแดนใต้ 19 ส.ค. 2564””

ถึงเวลาถอดบทเรียนกรณีครอบครัวตามี่ เพื่อคนในสถานการณ์เดียวกัน

เรื่องโดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร ผู้เขียนได้รับการร้องขอ[1] จากคุณวิวัฒน์ ตามี่ ชาวเขาคนสำคัญในภาคประชาสังคมของประเทศไทย ซึ่งถูกถามจากคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่า[2] เขามีสถานะคนสัญชาติไทยโดยการเกิดหรือไม่ ทั้งนี้เพราะว่า เขาสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยว่า ผู้ทรงสิทธิรับการสรรหา จะต้องมีสิทธิและสถานะของคนสัญชาติไทยโดยการเกิด ในทันทีที่เห็นคำร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย ผู้เขียนก็ตระหนักว่า ปัญหาหนึ่งที่เคยคิดว่าจะต้องเกิดได้เกิดขึ้นมากขึ้นและถี่ขึ้น นั่นก็คือปัญหาการตกหล่นจากทะเบียนคนเกิดในทะเบียนราษฎรของเหล่าชาวเขาดั้งเดิมของประเทศไทย ซึ่งอาจจะตกหล่นจากทะเบียนคนอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้ หรือถูกบันทึกผิดในทะเบียนคนอยู่ด้วย หรือไม่ก็ได้ ผู้เขียนจึงทำความเห็นทางกฎหมายเพื่อรับรองสิทธิและสถานะของคนสัญชาติไทยโดยการเกิดให้แก่คุณวิวัฒน์ ตามี่ และคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็เห็นชอบว่า แม้ไม่มีสูติบัตรอันเป็นผลมาจากการจดทะเบียนคนเกิดฯ คุณวิวัฒน์ก็อาจทำความรับรองข้อเท็จจริงว่า เป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด ดังหลายท่านที่เคยสมัครตำแหน่งนี้มาก่อนหน้า แต่ครั้งนี้ที่แตกต่างออกไป ก็คือคุณวิวัฒน์ยืนยันที่จะร้องขอจดทะเบียนคนเกิดฯ ย้อนหลัง ต่ออธิบดีกรมการปกครอง และขอดำเนินกระบวนการตามกฎหมายที่ตกหล่นไปตั้งแต่ พ.ศ.2509 ในเวลาที่คุณวิวัฒน์เกิด ในปี พ.ศ.2564 ณ สำนักทะเบียนอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ความมุ่งมั่นของคุณวิวัฒน์ที่จะทำการทดลองทางสังคมในทันทีที่ทราบว่า รัฐไทยมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะจดทะเบียนคนเกิดในทะเบียนราษฎรให้แก่มนุษย์ทุกคนที่เกิดในประเทศไทยในทุกกรณี อาจเป็นการจดทะเบียนคนเกิดฯ โดยพลันภายหลังการเกิดหรือการจดทะเบียนคนเกิดฯ ย้อนหลัง และไม่ว่าการจดทะเบียนคนเกิดฯ จะเกิดในเวลาใด ข้อเท็จจริงที่ชี้ว่า มนุษย์คนหนึ่งจะมีสิทธิและสถานะของคนสัญชาติไทย โดยการเกิดก็ขึ้นอยู่กับการมีจุดเกาะเกี่ยว “โดยการเกิด” กับประเทศไทย ไม่ขึ้นอยู่กับการมีอยู่หรือไม่ของเอกสารรับรองการเกิดที่มีชื่อว่า “สูติบัตร” ที่ออกโดยรัฐเจ้าของดินแดนที่มนุษย์คนนั้นเกิดContinue reading “ถึงเวลาถอดบทเรียนกรณีครอบครัวตามี่ เพื่อคนในสถานการณ์เดียวกัน”

เปิดหนังสือทนายความสิทธิฯ ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดและอัยการเพชรบุรี เพื่อขอเลื่อนนัดการส่งฟ้องคดีชาวบ้านบางกลอยต่อศาล

Preview(opens in a new tab) ที่ ศขช. 10/2564 16 สิงหาคม 2564 เรื่อง ขอเลื่อนนัดการส่งฟ้องคดีต่อศาล เรียน อัยการสูงสุด และอัยการจังหวัดเพชรบุรี อ้างถึง หนังสือร้องขอความเป็นธรรม ฉบับลงวันที่ 15 มิถุนายน 2564 สิ่งที่ส่งมาด้วย คำสั่งจังหวัดเพชรบุรี ที่ 1239/2564 ตามที่พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีได้มีกำหนดนัดรายงานตัวเพื่อรับทราบคำสั่งส่งฟ้องคดีต่อศาล กรณี นายหน่อแอะ มีมิ กับพวกรวม 27 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2563 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ในนัดที่ 2 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 น. โดยพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนได้แจ้งว่า จะส่งฟ้องคดีต่อศาลในวันนัดดังกล่าว ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น ข้าพเจ้า นางสาวส.รัตนมณี พลกล้า และ/หรือContinue reading “เปิดหนังสือทนายความสิทธิฯ ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดและอัยการเพชรบุรี เพื่อขอเลื่อนนัดการส่งฟ้องคดีชาวบ้านบางกลอยต่อศาล”