[:th]CrCF Logo[:]
พอละจี รักจงเจริญ

ศาลอาญาทุจริต นัดสืบพยานคดีอุ้มฆ่าบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ 14 กค. 2566

Share

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดสืบพยาน 3 ปากสำคัญ อาทิ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ 2 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่จับกุมตัวนายพอละจีในวันเกิดเหตุและนักศึกษาฝึกงานขณะเกิดเหตุ 1 ปาก เสร็จสิ้น ในคดีหมายเลขดำที่ อท.166/2565 ซึ่งเป็นคดีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4 คน ตกเป็นจำเลยในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาอื่น ๆ โดยนัดสืบพยานอีก 3 ปาก ในนัดหน้า วันที่ 17 ก.ค 2566 นี้

​คดีนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2557 นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง “บางกลอย-ใจแผ่นดิน” ได้ถูกจับกุมและถูกเอาตัวไปโดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในขณะนั้น กับพวก หลังจากนั้นไม่มีใครทราบชะตากรรมของบิลลี่อีกเลย จนกระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และอัยการ ได้ร่วมกันติดตามสอบสวนคดีดังกล่าวจนได้พยานหลักฐานเพิ่มเติมอันควรเชื่อได้ว่ากลุ่มเจ้าหน้าที่อุทยาน ฯ ที่จับกุมบิลลี่ไปนั้น ได้ร่วมกันกระทำผิดต่อบิลลี่ คดีนี้นัดไต่สวนพยานโจทก์และจำเลยในคดีทั้งหมด 10 นัด แบ่งเป็นนัดไต่สวนพยานโจทก์ 23 ปาก ในวันที่ 24 เม.ย. 2566, 22 พ.ค. 2566 สืบพยานไปแล้วทั้งหมด 6 ปาก และจะมีการสืบพยานในนัดหน้า วันที่ 17 และ 24-27 ก.ค. 2566 รวม 7 นัด และนัดไต่สวนพยานจำเลย 9 ปาก ในวันที่ 28 และ 30-31 ส.ค. 2566 รวม 3 นัด ทั้งนี้ หากต่อมาศาลเห็นว่ามีความจำเป็นต้องสืบพยานเพิ่มเติมจะก็จะเรียกให้มาเป็นพยานภายหลังได้อีกด้วย

การสืบพยานในครั้งนี้ พิณภา พฤกษาพรรณ ในฐานะผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ร่วมทั้งสอง (บุตรของบิลลี่) และองค์กรระหว่างประเทศ ได้เดินทางมาร่วมรับฟังการสืบพยานคดีดังกล่าวจนเสร็จสิ้นกระบวนการศาลในวันนี้อีกด้วย พิณภาฯ ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 พค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของดีเอสไอได้เดินทางไปพบพร้อมกับแจ้งว่า “ทางดีเอสไอ (DSI) เห็นว่าตนไม่ได้เป็นพยานปากสำคัญในคดีฆาตกรรมบิลลี่ จึงมาแจ้งว่าจะสิ้นสุดการดูแลและคุ้มครองพยานแล้ว ขณะที่จำเลย 1-4 ในคดีก็ยังรับราชการอยู่ทุกคน และตนอยากมาศาลทุกนัดเพื่อฟังการไต่สวนซึ่งจะมีอีก 8 นัด เพื่อติดตามการสืบพยานและทวงถามถึงความยุติธรรมกับศาลให้ถึงที่สุด โดยตนจะเขียนหนังสือขอความเป็นธรรมเรื่องนี้กับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป”

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและผู้สนใจร่วมติดตามและเข้าร่วมสังเกตการณ์การสืบพยานนัดถัดไปตามวันและเวลาข้างต้น เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวของนายบิลลี่ และชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดินอย่างเต็มที่และเป็นธรรม นำเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดได้อย่างเป็นจริง