Menu Close

15 ประเด็น ในร่าง พ.ร.บ. ทรมานอุ้มหายที่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

1) ให้การกระทำทรมาน การกระทำและลงโทษที่โห๖ดร้าย ไร้มนุษยธรรม และการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องกับจนท. เป็นความผิดในทางอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ หากผู้ถูกกระทำเสียชีวิตรับโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต  ผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่ป้องกันหรือระงับการกระทำผิดต้องรับผิดกึ่งหนึ่ง

2) ​ไม่ให้อ้างสถานการณ์พิเศษใดๆ หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นใดมาเป็นเหตุแห่งการอนุญาตให้มีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ได้

3)​การห้ามผลักดันหรือส่งกลับบุคคล หากมีเหตุให้เชื่อว่าจะถูกกระทำทรมาน กระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือกระทำให้บุคคลสูญหายเมื่อถูกส่งกลับประเทศ

4) ​การบัญญัติให้ผู้เสียหายครอบคลุมถึง สามีภริยา บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยา ผู้อุปการะและผู้อยู่ในอุปการะ

5)​ตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมาจากหน่วยงานรัฐ 8 คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ที่ผ่านการสรรหา 9 คน เพื่อติดตามตรวจข้อเท็จจริงการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ 

6)เมื่อมีการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลจะต้องมีการบันทึกภาพและเสียงต่อเนื่องขณะจับกุม และระหว่างการควบคุมตัวและต้องแจ้งให้พนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครองในท้องที่นั้นๆ ทราบโดยทันที

7)​เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการควบคุมตัวบุคคลจะต้องลงบันทึกการจับกุมซึ่งเป็นข้อมูลอัตลักษณ์ตัวตนบุคคล วัน เวลา สถานที่จับและปล่อยตัว รวมทั้งข้อมูลเจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งจับกุม

 8) ให้เปิดเผยข้อมูลของผู้ถูกจับกุม หากไม่เปิดเผยขอให้ศาลไต่สวนได้ เพื่อยุติการทรมานหรือปฏิบัติไร้มนุษยธรรมและเยียวยาความเสียหายเบื้องต้น

9) สามีภริยา บุพการี ผู้สืบสันดาน และผู้อยู่ในอุปการะ ผู้แทนหรือทนายความ คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตาม พ.ร.บ.นี้ มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลและขอให้เจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัวได้

10)สามีภริยา คู่ชีวิต บุพการี ผู้สืบสันดาน และผู้อยู่ในอุปการะ สามารถร้องศาลกรณีรับทราบข้อมูลการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งยุติการกระทำดังกล่าว หรือถ้าไม่มีเหตุจำเป็นให้ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัว รวมทั้งให้ได้พบญาติ ผู้ไว้วางใจ และทนายความ และต้องได้รับการรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจ

11) ให้ความผิดฐานการกระทำความผิดตามกฎหมายนี้มีอายุความ20 ปี จะไม่นับอายุความจนว่าจะทราบชะตากรรม

12)​นอกจากพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) แล้ว ให้ DSI พนักงานอัยการ หรือพนักงานฝ่ายปกครองมีอำนาจในการสอบสวนได้ และมีหน้าที่แจ้งสิทธิให้แก่ผู้เสียหายในการเรียกค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นจากการถูกกระทำตามพ.ร.บ.นี้

13)​การกระทำให้บุคคลสูญหายจะต้องมีการสืบสวนจนกระทั่งมีหลักฐานเชื่อได้ว่าบุคคลดังกล่าวถึงแก่ความตาย หรือทราบชะตากรรม รวมไปถึงสืบสวนจนทราบรายละเอียดการกระทำความผิดและตัวผู้กระทำผิด

14)​แม้ผู้กระทำความผิดเป็นทหารกระทำผิดตาม พ.ร.บ.นี้จะต้องขึ้นศาลยุติธรรม ศาลทุจริตประพฤติมิชอบเป็นศาลพิจารณาคดีความผิดตามพรบ. ฉบับนี้ 

15) คุ้มครองผู้ร้องเรียนโดยสุจริต ทั้งผู้พบเห็นหรือทราบการกระทำความผิดตามพรบ.ฉบับนี้ ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาและทางวินัย

อ่านร่างพรบ.ทรมานอุ้มหาย ฉบับผ่านรัฐสภารอการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ที่นี่