Menu Close

เปิดรายงานการติดตามผลการตกลงการลดปฏิบัติการทางทหารระหว่างรัฐไทยกับบีอาร์เอ็น ระหว่างวันที่ 3 เมษ.ถึง 14 พค. 2565 โดยIndependent Monitoring Team หรือ IMT

รายงานผลการติดตามข้อตกลงลดปฏิบัติการทางทหารระหว่างรัฐบาลไทยกับแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (บีอาร์เอ็น)ระหว่างวันที่ 3 เมษายน  – 14 พฤษภาคม 2565

Download ที่

Independent Monitoring Team หรือ IMT เป็นการรวมตัวขององค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปาตานี)[1] ในการติดตามตรวจสอบการดำเนินการลดระดับความเป็นปรปักษ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (บีอาร์เอ็น) หรือที่เรียกขานกันว่าความริเริ่มรอมฎอนสันติ (Peaceful Ramadan Initiative) ระหว่างวันที่ 3 เมษายน ถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2022 ซึ่งอยู่ในห้วงเดือนรอมฎอนและระยะเวลาหลังจากนั้นเล็กน้อยรวม 40 วัน รายงานชิ้นนี้เป็นบทสรุปการดำเนินดังกล่าวจากการสังเกตการณ์ของ IMT ตลอดช่วงเวลานั้น

          การริเริ่มของ IMT มีลักษณะเป็นการทำงานของภาคประชาสังคมที่มีสถานะเป็นฝ่ายที่สามในความขัดแย้ง วางอยู่บนหลักการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และเป็นการรวมกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่อย่างไม่เป็นทางการ เนื่องจากมองเห็นว่าการดำเนินการในลักษณะหยุดยิงหรือลดปฏิบัติการความรุนแรงนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้ที่ทำหน้าที่สังเกตการณ์และตรวจสอบผลการปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับสถานภาพใด ๆ อย่างเป็นทางการจากคู่กรณีและผู้อำนวยความสะดวก แต่ IMT เห็นว่าการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่จะทำให้กระบวนการดังกล่าวมีความชอบธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นหลักประกันในการทำให้การพูดคุยหรือเจรจาสันติภาพเดินหน้าต่อไปได้อย่างจริงจังและมีความหมาย

          ความร่วมมือข้างต้นอาศัยต้นทุนทางสังคม ประสบการณ์และองค์ความรู้ขององค์กร และการประสานงานกับอาสาสมัครผู้เป็นประชาชนในพื้นที่เป็นด้านหลัก โดยไม่มีการสนับสนุนด้านงบประมาณจากแหล่งใดเป็นหลัก โดยเฉพาะจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไทย บีอาร์เอ็น หรือทางการมาเลเซีย ด้วยเหตุนี้ IMT จึงสามารถให้การยืนยันได้ถึงความเป็นอิสระ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของสาธารณะเป็นที่ตั้ง


[1] การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นความต่อเนื่องจากการริเริ่มที่เดิมพอมีอยู่บ้างแล้ว แต่ในครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวอย่างไม่เป็นทางการอีกครั้ง คณะทำงานของ IMT มีองค์ประกอบอย่างน้อย 5 องค์กร ได้แก่ สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ กลุ่มด้วยใจ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สำนักสื่อ Wartani และ The Motive

บทสรุปผู้บริหาร

ภายหลังการพบปะพูดคุยแบบเต็มคณะในวันที่ 31 มีนาคมถึงวันที่ 1 เมษายน 2022 ระหว่างรัฐบาลไทยกับแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (บีอาร์เอ็น)โดยมีผู้อำนวยความสะดวกจากทางการมาเลเซียและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์ ทั้งสองฝ่ายเห็นยังพ้องที่จะมีการลดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนและประมาณอีก 10 วันแรกในเดือนเชาวาลหลังจากนั้นรวม 40 วัน  ในพื้นที่ 3 จังหวัด (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) และ 4 อำเภอของสงขลา (จะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย) การดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าวยังขาดกลไกการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะกลไกการติดตามการลดปฏิบัติการทางทหารและเพื่อให้การดำเนินการตามข้อตกลงสัมฤทธิ์ผลองค์กรภาคประชาสังคมประกอบด้วยการรวมตัวอย่างไม่เป็นทางการจากหลากหลายองค์กรประกอบไปด้วย สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ กลุ่มด้วยใจ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สำนักสื่อ Wartani The Motive และนักวิชาการอิสระเพื่อดำเนินการติดตามตรวจสอบการลดระดับความเป็นปรปักษ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็นในนาม Independent Monitoring Team (IMT) โดยได้รับข้อมูลจากภาคประชาชน สื่อกระแสหลัก การลงพื้นที่ตรวจสอบและจากเครือข่าย ผลจากการดำเนินการติดตามการลดระดับความรุนแรงในระยะเวลาดังกล่าว IMT จึงได้นำเสนอข้อเสนอแนะต่อทุกฝ่ายเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการติดตามการหยุดยิงถาวรในอนาคต

ข้อเสนอแนะ

  1. ข้อเสนอต่อคณะพูดคุย
    1. รัฐบาลควรทำตามข้อตกลงร่วมระหว่าง 2 ฝ่ายอย่างเคร่งครัดและไม่ควรมีปฏิบัติการแฝงที่ส่งผลต่อข้อตกลงอาทิเช่นการให้ตำรวจดำเนินการตรวจจสอบประชาชนที่ด่านหรือการให้ทหารไปประจำในสวนยางหรือชุมชนซึ่งเป็นการกดดันและส่งผลต่อวิถีชีวิตประชาชน
    1. ทั้งสองฝ่ายควรมีความชัดเจนในการนิยามปฏิบัติการทางทหารและขอบเขตข้อตกลงทุกข้อ
    1. ควรมีคณะทำงานการติดตามการลดปฏิบัติกาทางทหารร่วมกันทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นทางการโดยได้รับมอบอำนาจและทางผู้อำนวยความสะดวกควรมีบทบาทร่วมในการติดตาม
    1. ควรมีการประกาศข้อตกลงอย่างละเอียดต่อสาธารณะเพื่อให้เกิดการติดตามอย่างมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกภาคส่วน
    1. คู่กรณีทั้งสองฝ่ายควรให้คณะติดตามอิสระและสื่อมวลชนสามารถเข้าไปดำเนินการติดตามเหตุการณ์และตรวจสอบได้โดยไม่เลือกปฏิบัติ
  2. องค์กรภาคประชาสังคม
    1. ควรรักษาความเป็นกลางในฐานะเป็นฝ่ายที่สามโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด และเน้นย้ำการป้องกันผลกระทบของความรุนแรงที่มีต่อพลเรือน
    1. ควรร่วมมือกันในการติดตามตรวจสอบความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลาการหยุดยิงที่ได้ตกลงกันไว้
    1. ควรขยายความร่วมมือทางการเมืองเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ
  3. ข้อเสนอร่วมต่อผู้อำนวยความสะดวก
    1. ควรเอื้ออำนวยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยกันได้ในทุกรูปแบบในระหว่างการปฏิบัติติตามข้อตกลง
    1. ควรอำนวยความสะดวกให้แก่คณะติดตามในการตรวจสอบการใช้ความรุนแรงตลอดระยะเวลาการหยุดยิง